Error
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 10/03/53
Print
Wednesday, 10 March 2010 10:30

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 10/03/53

เข้ารับเพื่อลุ้นเทรดดิ้งสั้นๆ โดยตลาดขยับขึ้นให้ทยอยขายทำกำไรด้วย
เมื่อคืนนี้ดัชนีดาวโจนส์ยังสามารถแกว่งอยู่ในด้านบวกได้ดีพอควร ก่อนที่จะปิดเป็นบวก
ได้เพียง 11 จุด แม้ว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะเริ่มปรับตัวลดลง และค่าเงินดอลลาร์เริ่มขยับสูงขึ้น
เล็กน้อย แต่การขยับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มสื่อสารและกลุ่มอุตสาหกรรม รวมทั้งกลุ่มการเงินยัง
สามารถช่วยพยุงตลาดไว้ได้ ขณะที่ตลาดฝั่งยุโรปเองก็มีทั้งเป็นบวกเป็นลบเล็กน้อยไม่ได้แสดง
ทิศทางชัดเจน ทำให้ตลาดหุ้นในเอเชียเช้านี้จึงเปิดทำการด้วยการมีทั้งบวกและลบเล็กน้อยคละ
กันไป ในส่วนของตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์นี้จะพบว่ามีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างจะอ่อนแอกว่า
ตลาดอื่นในภูมิภาค เนื่องจากในช่วงท้ายสัปดาห์นี้นักลงทุนยังกังวลต่อการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม
เสื้อแดง ซึ่งกระแสข่าวระยะนี้จะค่อนข้างชี้นำว่าอาจจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม
จากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมาจากการชุมนุมเสื้อแดงหลายครั้ง เราพบว่า SET Index ส่วนใหญ่
(67%) ปรับขึ้นทันทีหลังการชุมนุมเสร็จสิ้นเฉลี่ย 2.5% สำหรับการชุมนุมในวันที่ 14 นี้คาดว่า
ผลน่าจะใกล้เคียงกับสถิติในอดีต ดังนั้นตลาดปรับตัวลงจึงยังเป็นจังหวะเลือกหุ้นเข้ารับเพื่อรอรอบ
รีบาวด์หลังการชุมนุมได้ โดยหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งที่เราแนะนำในช่วงนี้ได้แก่  KBANK, BAY,
SCB, PTTAR, PTTEP, BANPU, DELTA, KCE, TUF, AH, STANLY, ROJNA,
AMATA, HEMRAJ, STEC, DCC, SCC, TASCO และ TSTH แต่หลังจากนั้นเราแนะนำ
ให้ขายลดพอร์ตเพราะเชื่อว่าตลาดหุ้นเดือน เม.ย. จะเข้าสู่ภาวะหมีเต็มตัวหลังจากหมดข่าวดี
เรื่องผลประกอบการพร้อมกับการขึ้น XD ในหุ้นแทบทั้งตลาด

ประเด็นสำคัญวันนี้
กลุ่มอิเล็คทรอนิคส์ เงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็ว 2% ในระยะเวลาเพียง 2 เดือนที่ผ่าน
มาทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจะเป็นประเด็นลบกับกลุ่มส่งออกโดยเฉพาะกลุ่มอิเล็คทรอนิคส์ แต่ที่แท้
จริงแล้วกลุ่มนี้กลับได้รับผลกระทบสุทธิน้อยมากเพราะแม้รายได้ 100% จะเป็นการส่งออก แต่
ต้นทุนประมาณ 80% - 85% เป็นการนำเข้าเช่นกัน เราประเมินว่าค่าเงินบาทที่เปลี่ยนไปทุกๆ
1 บาท จะทำให้กำไรของกลุ่มนี้เปลี่ยนแปลงเพียง 5% - 6% ในประมาณการของเราได้ตั้ง
สมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ 32.5 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากค่าเฉลี่ยในปีที่ผ่านมาที่ 34.4
บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นระดับที่เป็นไปได้มากที่สุด เราคาดว่ากำไรของกลุ่มนี้ในปีนี้จะเพิ่ม
ขึ้น 25% จากปีก่อนที่ลดลง 12% โดยการเติบโตของ KCE สูงที่สุด รองลงมาได้แก่ DELTA
เราจึงแนะนำหุ้นทั้งสองตัว นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการเมืองในประเทศ
ทั้งนี้ ราคาเป้าหมาย KCE = 9.30 บาท และ DELTA 24 บาท  
คาด กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1.25%   
การเมือง ครม. ให้ใช้ พรบ.ความมั่นคงในกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียงระหว่างวันที่
11 – 23 มี.ค. นี้ ประเด็นการเมืองทำให้ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ Underperform ตลาดหุ้น
เพื่อนบ้านไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 11 รวมมูลค่า 2.2
หมื่นล้านบาท (โดยเฉพาะ PTT, PTTEP) รวมทั้งซื้อตลาด Futures อย่างต่อเนื่องเช่นกัน ในปี
ที่ผ่านมามีการชุมนุมเสื้อแดงหลายครั้ง เราพบว่า SET Index ส่วนใหญ่ (67%) ปรับขึ้นทันที
หลังการชุมนุมเสร็จสิ้นเฉลี่ย 2.5% สำหรับการชุมนุมในวันที่ 14 นี้คาดว่าผลน่าจะใกล้เคียงกับ
สถิติในอดีต และหากเป็นเช่นนั้น จะเหมาะกับการขายลดพอร์ตเพราะเชื่อว่าตลาดหุ้นเดือน เม.ย.
จะเข้าสู่ภาวะหมีเต็มตัวหลังจากหมดข่าวดีเรื่องผลประกอบการพร้อมกับการขึ้น XD ในหุ้นแทบ
ทั้งตลาด

Technical View :
“ตลาดเริ่มมีปิดต่ำกว่า 720 จุดด้วยยิ่งทำให้โอกาสดีดขึ้นถึงกรอบบนที่ 750 จุดยิ่งยาก
ขึ้น และต้องตามระวังแรงขายจากแนวต้านระหว่างทางที่ต่ำลงด้วย โดยเฉพาะแถว 725 จุดและ
ยังมีสิทธิลงหา 712 จุดเร็วๆ นี้...”
แนวรับ    :   712-708* , 700** , 690-685    
แนวต้าน  :   723-725* , 730-735** , 745-749***

Technical Picks:
SAMART (Bt 5.55 เป้าเทคนิค 6-6.10 cut loss ถ้าหลุด 5.50)
CPN (Bt 18.90 เป้าเทคนิค 20.50 cut loss ถ้าหลุด 18.70)
BH (Bt 30.25 เป้าเทคนิค 33-33.50 cut loss ถ้าหลุด 29)                








Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment