| สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย |
|
| Tuesday, 12 July 2011 10:55 | |||
|
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ
สรุปภาวะตลาดเงิน - USD/THB อยู่ที่ระดับ 30.28 ทั้งนี้เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบ ในทิศทางอ่อนค่าในช่วงบ่ายตามแรงขายทำกำไรเงินบาทและการเข้าซื้อคืนดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะสั้น วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 30.48 - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.404 โดยยูโรปรับตัวลงแรงเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อจากความวิตกมากขึ้นว่า วิกฤตหนี้ยุโรปอาจลุกลามไปยังอิตาลี วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 1.390 - USD/JPY ปรับตัวลงสู่ระดับ 80.23 ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงค่อนข้างเร็วถ่วงให้ดอลลาร์สหรัฐฯ/เยนปรับตัวลงในช่วงนี้ วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 79.80
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ปรับตัว ลง 1.05 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 95.15 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ราคาน้ำมันปรับตัวลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยได้รับแรง กดดันจากความกังวลว่าอุปสงค์น้ำมันจะปรับตัวลงตามการ ชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ปรับตัวขึ้นต่อ โดยวานนี้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 7.60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 1,549.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ทั้งนี้ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ในยูโรโซนที่อาจลุกลามสู่อิตาลีและการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนมีการเข้าซื้อทองคำมากขึ้น
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลงรุนแรงที่สุดในรอบ 1 เดือน จากความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาเรื่องงบประมาณของสหรัฐฯ และปัญหาหนี้ที่อาจลุกลามสู่ประเทศอิตาลี ทำให้นักลงทุนมีการเลี่ยงความเสี่ยงโดย การขายในตลาดหุ้น - โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 151.44 จุด ปิดตลาดที่ 12,505.76 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 24.31 จุด ปิดตลาดที่ 1,319.49 และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 57.19 จุด ปิดตลาดที่ 2,802.62 จุด
อัตราดอกเบี้ย
สหรัฐฯ Fed Funds rate 0-0.25% Discount rate 0.75% ไทย ตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (Repo rate) 3.0%
ยอดซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติ - ตลาดหุ้นไทย ปิดลบ 11.22 จุด ปิดตลาดที่ 1,077.24 จุด โดยดัชนีปรับตัวในแดนลบตลอดวันหลังมีแรงขายนำในหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มพลังงานและแบงก์ ทำให้ดัชนีปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 1,080 ขณะที่นักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิออกมาเกือบ 358 ล้านบาท - ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ในยุโรป และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ออกมาไม่ดีทำให้นักลงทุนมีการขายออกมา
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ปรับตัวลง 1.05 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 95.15 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ราคาน้ำมันปรับตัวลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยได้ รับแรงกดดันจากความกังวลว่าอุปสงค์น้ำมันจะปรับตัวลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ปรับตัวขึ้นต่อ โดยวานนี้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 7.60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 1,549.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ทั้งนี้ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ในยูโรโซนที่อาจลุกลามสู่อิตาลีและการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนมีการเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ ปลอดภัยเพิ่มขึ้น
ตลาดเงินนิวยอร์ค - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.404 เทียบกับ 1.427 ในช่วงปลายสัปดาห์ โดยยูโรปรับตัวลงแรงเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อจากความวิตกมากขึ้นว่า วิกฤตหนี้ยุโรปอาจลุกลามไปยังอิตาลีซึ่งเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ในยุโรป
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ - USD/JPY ปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยวานนี้ปรับตัวลงอีก 0.36% สู่ระดับ 80.23 ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงค่อนข้างเร็วจากความกังวลต่อปัญหาในยุโรป ถ่วงให้ดอลลาร์สหรัฐฯ/เยนปรับตัวลงในช่วงนี้ - GBP/USD อยู่ที่ 1.59.5 เทียบกับ 1.6029 ในช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ปอนด์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจาก ขาดปัจจัยหนุนจากการลงทุนในตลาดหุ้นเนื่องจากนักลงทุนมีการ เลี่ยงความเสี่ยงจากความกังวลต่อปัญหาหนี้ในยุโรป - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลงรุนแรงที่สุดในรอบ 1 เดือน จากความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาเรื่องงบประมาณของสหรัฐฯ และปัญหาหนี้ที่อาจลุกลามสู่ประเทศอิตาลี ทำให้นักลงทุนมีการเลี่ยงความเสี่ยงโดย การขายในตลาดหุ้น - โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 151.44 จุด ปิดตลาดที่ 12,505.76 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 24.31 จุด ปิดตลาดที่ 1,319.49 และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 57.19 จุด ปิดตลาดที่ 2,802.62 จุด
ตลาดเงินเอเชีย - สกุลเงินเอเชีย อ่อนค่าลงเป็นส่วนใหญ่ นำโดยมาเลเซียริงกิตและวอนเกาหลีใต้ หลังได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงของตลาดหุ้น จากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังข้อมูลการจ้างงานออกมาย่ำแย่ - USD/THB อยู่ที่ระดับ 30.28 ทั้งนี้เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบ ในทิศทางอ่อนค่าในช่วงบ่ายตามแรงขายทำกำไรเงินบาทและการเข้าซื้อคืนดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะสั้น หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และปัญหาหนี้ในยุโรป สร้างแรงกดดันมากขึ้นต่อภาวการณ์ลงทุน ในตลาดการเงินโลก
ดัชนีค่าเงินบาท - USD/PHP ปรับตัวขึ้นจากช่วงปลายสัปดาห์สู่ระดับ 42.93 ทั้งนี้เปโซอ่อนค่าลงเนื่องจากนักเก็งกำไรอินเตอร์แบงก์มีการเข้าซื้อคืนดอลลาร์สหรัฐฯ และปัจจัยลบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นวานนี้ - USD/IDR ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยวานนี้ขยับขึ้นไปที่ 8,524 หลังได้รับผลกระทบจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้น ขณะที่ความกังวลที่มากขึ้นเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ในยุโรปยังคงเป็นปัจจัยกดดันภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียในช่วงนี้ - USD/KRW พุ่งขึ้น 0.46% สู่ระดับ 1,058 อันเป็นผลจากดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ปรับแข็งค่าขึ้นท่ามกลางความกังวลต่อปัจจัยลบต่างๆ อย่างไรก็ดีวอนฟื้นตัวขึ้นหลังมีแรงซื้อวอนในช่วงท้ายตลาด - USD/TWD ปรับตัวตามสกุลเงินภูมิภาค โดยวานนี้อยู่ที่ 28.82 ทั้งนี้ดอลลาร์ไต้หวันอ่อนค่าลงตามการร่วงลงของตลาดหุ้นไต้หวันที่วานนี้ดิ่งลงเกือบ 1% จากการดิ่งลงของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี - USD/MYR ปรับตัวขึ้นนำสกุลเงินภูมิภาค โดยพุ่งขึ้น 0.55% สู่ระดับ 6.467 โดยได้รับผลกระทบจากการร่วงลงองตลาดหุ้นเช่นกัน
หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด
ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้ .... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.twitter.com/KBankFX www.facebook.com/KBankFX
วารุณี สิทธิถาวร ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน โทรศัพท์: 02 470 1031 E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 12 กรกฏาคม 2554
|
Comments