Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย PDF Print E-mail
Thursday, 14 July 2011 12:35

สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ

 

สรุปภาวะตลาดเงิน

          - USD/THB อยู่ที่ระดับ 30.23 โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังธนาคารแห่งประเทศไทยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 3.25% วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 30.05

          - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.419 โดยยูโรปรับตัวสูงขึ้นหลังจีนรายงานว่าเศรษฐกิจจีนยังคงสดใส ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 1.4280

          - USD/JPY ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 78.80 จากการที่นักลงทุนยังคงกังวลต่อปัญหาหนี้ในยุโรป และการเพิ่มเพดานหนี้ในสหรัฐฯ ทำให้ความต้องการเงินเยนมากขึ้น  วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 79.30

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

          - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ปิดบวก 0.62 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 98.05 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังประธานเฟดส่งสัญญาณว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นหากเศรษฐกิจอ่อนแอลง

          - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้นต่อเนื่องอีก 23.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 1,585.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการที่ทางเฟดส่งสัญญาณว่าจะดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปอีก หากการขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง

 

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ

          - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นหลังร่วงลง 3 วันติดกัน ในขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจหลังประธานเฟดกล่าวว่าอาจมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ตลาดได้รับแรงกดดันหลังมูดีส์ระบุว่าอาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐหากเพดานหนี้ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นทันเส้นตายที่ 2 ส.ค.

          - โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 44.73 จุด ปิดตลาดที่ 12,491.61 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 4.08 จุด ปิดตลาดที่ 1,317.72 และดัชนี Nasdaq ปรับตัวเพิ่ม 15.01 จุด ปิดตลาดที่ 2,796.92 จุด

 

อัตราดอกเบี้ย

สหรัฐฯ     Fed Funds rate                     0-0.25%

          Discount rate                        0.75%

ไทย       ตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (Repo rate)  3.25%

 

ยอดซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติ

          - ตลาดหุ้นไทย ปิดบวก 15.01 จุด ปิดตลาดที่ 1,077.40 จุด โดยดัชนีปรับเพิ่มขึ้นจากการที่มีแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มพลังงานและแบงก์ โดยการปรับตัวของคลาดหุ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค จากการเปิดเผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนที่สดใสกว่าคาด ส่งผลดีต่อการส่งออกในภูมิภาค

          - ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ลดลงมา 2 วันติดกัน อย่างไรก็ดีนักลงทุนคงต้องจับตาปัจจัยลบจากต่างประเทศ ทั้งปัญหาหนี้ยุโรป และการเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

          - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ปิดบวก 0.62 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 98.05 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังประธานเฟดส่งสัญญาณว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นหากเศรษฐกิจอ่อนแอลง และสต็อกน้ำมันของสหรัฐฯลดลงเกินคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา

          - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้นต่อเนื่องอีก 23.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 1,585.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการที่ทางเฟดส่งสัญญาณว่าจะดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปอีก หากการขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง อีกทั้งนักลงทุนได้เพิ่มต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากภาวะวิกฤตหนี้ของยุโรป

 

ตลาดเงินนิวยอร์ค

          - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.419 เพิ่มขึ้นจาก 1.398 วานนี้โดยยูโรปรับตัวสูงขึ้นหลังจีนรายงานว่าเศรษฐกิจจีนยังคงสดใส ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังคงวิตกว่าปัญหาหนี้อาจลุกลามไปยังประเทศใหญ่ เช่นอิตาลี ซึ่งจะเป็นแรงสกัดการพุ่งขึ้นของยูโร

 

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

          - USD/JPY ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 78.80 จากการที่นักลงทุนยังคงกังวลต่อปัญหาหนี้ในยุโรป และการเพิ่มเพดานหนี้ในสหรัฐฯ ทำให้ความต้องการเงินเยนอันเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น  นอกจากนี้ ตลาดคาดว่าจะไม่มีการแทรกแซงค่าเงินในเร็วนี้

          - GBP/USD อยู่ที่ 1.6137 เทียบกับ 1.5936 วานนี้ โดยปอนด์แข็ง ค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หลังนักลงทุนเกรงว่าเฟดจะอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์ด้อยค่าลง จึงเพิ่มความต้องการเงินปอนด์มากขึ้น

          - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นหลังร่วงลง 3 วันติดกัน ในขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจหลังประธานเฟดกล่าวว่าอาจมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ตลาดได้รับแรงกดดันหลังมูดีส์ระบุว่าอาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐหากเพดานหนี้ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นทันเส้นตายที่ 2 ส.ค.

          - โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 44.73 จุด ปิดตลาดที่ 12,491.61 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 4.08 จุด ปิดตลาดที่ 1,317.72 และดัชนี Nasdaq ปรับตัวเพิ่ม 15.01 จุด ปิดตลาดที่ 2,796.92 จุด

 

ตลาดเงินเอเชีย 

          - สกุลเงินเอเชีย ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์ หลังตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนส่งแรงหนุนต่อแนวโน้มการส่งออกในภูมิภาค อีกทั้งมาตรการคุมเข้มนโยบายการเงินในหลายประเทศได้ดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนเพิ่มขึ้น

          - USD/THB อยู่ที่ระดับ 30.23 โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังธนาคารแห่งประเทศไทยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 3.25% วานนี้ ซึ่งช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น จากผลตอบแทนที่สูงขึ้น

 

ดัชนีค่าเงินบาท

          - USD/PHP ปรับตัวลดลงไปที่ระดับ 43.03 ตามการแข็งค่าขึ้นของยูโร อีกทั้งนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางฟิลิปปินส์จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อในเร็วนี้

          - USD/IDR ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 8,545 หลังนักลงทุนลดความกังวลต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่ดีเกินคาด ช่วยเพิ่มแนวโน้มการส่งออกของอินโดนีเซีย

          - USD/KRW ปรับตัวนำสกุลเงินภูมิภาค โดยร่วงลง 0.77% สู่ระดับ 1,056.1 โดยได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ และอุปสงค์ของผู้ส่งออกสำหรับการชำระบัญชีซื้อขาย

          - USD/CNY อยู่ที่ระดับ 6.468 โดยปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังทางการประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 6.5% ซึ่งดีเกินคาด อีกทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่โตมากกว่า 15% ทำให้นักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจจีนสดใสขึ้น อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังคงกังวลว่าเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วต่อเนื่องนี้จะทำให้ธนาคารกลางของจีนอาจปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพื่อลดปัญหาเงินเฟ้อจากความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ

 

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด

 

ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้

.... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

          www.twitter.com/KBankFX

          www.facebook.com/KBankFX

 

          วารุณี สิทธิถาวร

          ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

          โทรศัพท์: 02 470 1031

          E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

          โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 14 กรกฏาคม 2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1705
mod_vvisit_counterAll days1705

We have: 1703 guests online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 02, 2026

4159152