| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Monday, 06 February 2012 10:26 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนมกราคม 2555 เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนที่ 243,000 ตำแหน่ง จากที่เพิ่มขึ้น 204,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2554 มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 135,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าอัตราเฉลี่ยในแต่ละเดือนของปีที่แล้วที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 50,000 ตำแหน่ง โดยในภาคอุตสาหกรรมจ้างงานเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบปีที่ 50,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคบริการจ้างงานเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2554 ที่ผ่านมา โดยเป็นการจ้างงานในตำแหน่งศาสตราจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญและธุรกิจที่เกี่ยวกับการบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 70,000 ตำแหน่ง มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2554 เช่นเดียวกับภาคบริการอื่นที่ต่างก็จ้างงานเพิ่มขึ้นเช่น โรงพยาบาล การศึกษา และสาขาสุขภาพ ขณะที่อัตราว่างงานปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ระดับ 8.3% จากระดับ 8.5% ของเดือนธันวาคม 2554 โดยเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และสวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะทรงตัว สำหรับรายได้ถัวเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.2% (m-o-m) สู่ระดับ 23.29 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์อยู่ที่ 34.5 ชั่วโมง - ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวแสดงความยินดีกับรายงานตัวเลขจ้างงานและอัตราว่างงานประจำเดือนมกราคมที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังการฟื้นตัวเร็วขึ้น พร้อมระบุว่าตลอด 23 เดือนที่ผ่านมา ได้สร้างงานใหม่ 3.7 ล้านตำแหน่ง แต่ก็ระบุว่า สหรัฐฯ ยังจะต้องดำเนินการมากกว่านี้เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ พร้อมกล่าวเตือนสภาคองเกรสว่าอย่าทำอะไรที่จะเป็นการสร้างความเสียหายต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ ที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ในเดือนมกราคม 2555 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.8 จากระดับ 53.0 ในเดือนธันวาคม 2554 (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้ทบทวนแล้ว) มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.3 โดยดัชนีที่เกี่ยวกับยอดสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้น 5 จุด สู่ระดับ 59.4 เช่นเดียวกับดัชนีที่เกี่ยวกับการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นถึง 8 จุด สู่ระดับ 57.4 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดเป็นประวัติการณ์ - ยอดสั่งซื้อสินค้าภาคโรงงานในเดือนธันวาคม 2555 ขยายตัว 1.1% (m-o-m) ชะลอตัวจากที่ขยายตัว 2.2% ในเดือนพฤศจิกายน 2555 ซึ่งน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัว 1.5% สำหรับยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (durable goods) เพิ่มขึ้น 3.0% ชะลอตัวจากที่ขยายตัว 4.2% ในเดือนก่อน ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าไม่คงทน (ซึ่งมักจะผันผวนตามราคาพลังงาน) ลดลง 0.4% - ยอดขายรถยนต์ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 14.1 ล้านคันต่อปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่รัฐบาลออกมาตรการ “cash-for-clunker” ในเดือนสิงหาคมปี 2552 เป็นต้นมา โดยยอดขายรถยนต์ที่ไม่รวมค่ายJ.C. Penney Co. (JCP) และ Walgreen Co. ขยายตัว 4% มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3% - วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 96 ต่อ 3 ผ่านร่างกฎหมายที่ห้ามไม่ให้สมาชิกสภาคองเกรส เจ้าหน้าที่ประจำสภาคองเกรส และพนักงานของหน่วยงานราชการ ทำการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลที่ไม่ได้มีเผยแพร่ต่อสาธารณะชน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า "Stop Trading on Congressional Knowledge Act" หรือ "STOCK Act" ซึ่งนอกจากจะห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ของสภาคองเกรสทำการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลวงในแล้ว ยังกำหนดว่าเจ้าหน้าที่ของสภาคองเกรสจะต้องรายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเวลา 30 วัน
ยุโรป: สหภาพยุโรป - สหภาพยุโรป (อียู) เตรียมออกมาตรการผ่อนคลายกฎระเบียบว่าด้วยรูปแบบทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ โดยจะอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถสำรองทุนด้วยสินทรัพย์ประเภทอื่น นอกเหนือจากเงินสดและพันธบัตรรัฐบาล อาทิ ทองคำ หุ้นกลุ่มบลูชิป และพันธบัตรที่อิงกับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องในกรณีที่เกิดการแห่ถอนเงินออกจากธนาคารพาณิชย์อย่างฉับพลัน ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับดูแลภาคธนาคารของสหภาพยุโรป (Committee of European Banking Supervisors: CEBS) ให้ความเห็นว่ารายละเอียดของมาตรการดังกล่าวยังต้องได้รับการหารือต่อไป
ฝรั่งเศส - ฝรั่งเศสสามารถระดมทุนจากการขายพันธบัตรระยะยาวได้ 7.962 พันล้านยูโร ซึ่งรวมถึงพันธบัตรอายุ 10 ปีที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุด ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวลดลง โดยฝรั่งเศสขายพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ได้ราว 5.698 พันล้านยูโร ที่อัตราผลตอบแทน 3.13% ซึ่งลดลงจากระดับ 3.29% ในการประมูลเมื่อวันที่ 5 มกราคม ขณะที่ความต้องการซื้อพันธบัตรสูงกว่ามูลค่าที่นำออกประมูลอยู่ 1.71 เท่า เทียบกับระดับ 1.64 เท่าในการประมูลครั้งล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ ยังรวมถึงพันธบัตรอายุ 6 ปี และ 8 ปี ซึ่งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั้งสองอยู่ที่ 2.44% และ 2.91% ตามลำดับ การประมูลในครั้งนี้ถือเป็นการประมูลพันธบัตรระยะยาวครั้งแรกของฝรั่งเศสนับตั้งแต่ที่ฝรั่งเศสถูกสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ลดอันดับความน่าเชื่อถือลงจากระดับสูงสุดที่ AAA เมื่อเดือนที่แล้ว
เอเชีย: ญี่ปุ่น - ผู้ประกอบการ Supplier ในญี่ปุ่นมีแนวโน้มลดการจ้างงานลงในปีนี้จากการที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นมากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดย Sumco Corp ซึ่งเป็นผู้ป้อนวัตถุดิบให้แก่ Sony และ Toshiba อาจจะลดการจ้างงานลง 1,300 ตำแหน่ง ขณะที่ Nippon Sheet Glass Co.ซึ่งขายวัตถุดิบให้แก่ Mazda อาจลดการจ้างงานลง 3,500 ตำแหน่ง และ NEC Corp ซึ่งผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมและชิ้นส่วนประกอบ อาจจะลดตำแหน่งงานลง 10,000 ตำแหน่ง โดยจากการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นประมาณ 7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ขายสินค้าได้น้อยลงและขาดทุนมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการเหล่านี้จึงมีแนวโน้มลดการผลิตลงโดยบางรายลดการผลิตลงถึงครึ่งหนึ่งเพื่อลดสินค้าที่ค้างอยู่ในสต็อก ขณะเดียวกันผู้ประกอบการในญี่ปุ่นบางรายก็ต้องย้ายการผลิตออกไปนอกประเทศหรือไม่ก็พยายามกดดันให้ Suppliers ลดราคาวัตถุดิบลง
จีน - สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคบริการของจีน ลดลงสู่ระดับ 52.9 ในเดือนมกราคม จาก 56.0 ในเดือนธันวาคม ซึ่งทำให้ธนาคารกลางจีนมีเหตุผลเพิ่มเติมที่จะผ่อนคลายนโยบายเพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ NBS ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกับสหพันธ์โลจิสติกส์และการจัดซื้อของจีน (CFLP) ว่า การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาอันเป็นผลจากมาตรการคุมเข้มของจีนเป็นอุปสรรคสำคัญที่ถ่วงดัชนี PMI เดือนมกราคม ขณะที่อุตสาหกรรมค้าปลีกและขนส่งมีอุปสงค์แข็งแกร่งพอสมควร
อินโดนีเซีย - นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอินโดนีเซียในไตรมาสที่ 4 ปี 2554 จะขยายตัว 6.45% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน หลังจากไตรมาสที่ 3 ขยายตัว 6.5% โดยทางการอินโดนีเซียจะแถลงตัวเลขดังกล่าวในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ ขณะเดียวกันจากผลการสำรวจดังกล่าวนักเศรษฐศาสตร์ก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6% ต่อไปในการประชุมในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้
ไทย - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ระบุ จะปล่อยให้ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวตามทิศทางของกลไกลตลาด โดยจะทยอยลดการเข้าแทรกแซงเพื่อกำหนดทิศทางของตลาด เพื่อจะทำให้ค่าเงินบาทสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงมากที่สุด นอกจากนี้ ธปท. ยังระบุต้องการให้เกิดการเคลื่อนไหวแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีเวลาในการปรับตัว จึงทำให้ยังเข้าไปดูแลค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP) ของไทยในปี 2554 เหลือขยายตัว 1% หลังผลกระทบของอุทกภัยที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ซึ่งทำให้คาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2554 หดตัวจากไตรมาส 3/2554 ถึง 7.4% มากที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อเทียบกับวิกฤติซัพไพร์ม และวิกฤติการเงินเอเชียในปี 2540 อย่างไรก็ตามคาดว่า GDP ในปี 2555 จะขยายตัวได้ถึง 4.9% อันเป็นผลมาจากมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ และการฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วม ที่คาดว่าจะทำให้ภาวะต่าง ๆ เริ่มเข้าสู่ปกติในไตรมาส 3/2555 ส่วนในปี 2556 GDP จะขยายตัวได้ 5.6%
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (3ก.พ.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในเอเซียรวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเช่นเยนและยูโรในช่วงเช้า - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (3ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้ค่าเงินเยนที่แข็งต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ของญี่ปุ่นขายสินค้าได้น้อยลงและขาดทุนมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยัง Suppliers ต่างๆและการจ้างงานในประเทศเป็นวงกว้างซึ่งคาดว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ทางการญี่ปุ่นอาจจะเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนอีกเร็วๆนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (3ก.พ.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีตลาดก็ยังกังวลเกี่ยวกับผลของการเจาจาระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้เอกชนเกี่ยวกับการสว็อปหนี้ ซึ่งวิกฤติหนี้กรีซและยุโรปยังเป็นปัจจัยหลักที่กดดันค่าเงินยูโรอยู่
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (3 ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดเพิ่มขึ้น จากการที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ แถลงว่าการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 243,000 ตำแหน่ง สูงขึ้นจากเดือนธันวาคมที่เพิ่ม 203,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานเดือนมกราคมลดลงมาอยู่ที่ 8.3% จากเดือนธันวาคมซึ่งอยู่ที่ 8.5% - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (3 ก.พ.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.51% ในวันนี้จากการที่หลายบริษัทเช่น Nippon Sheet Glass และ Oji paper ลดการคาดการณ์กำไรจากการที่ความต้องการในยุโรปลดลง ขณะที่การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก็ส่งผลลบอย่างมากต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยผู้ประกอบการ Supplier ในญี่ปุ่นหลายรายมีแนวโน้มลดการจ้างงานลงในปีนี้จากการที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นมากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.77% ในวันนี้ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจีนจะดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นขณะเดียวกันก็มีสัญญาณว่าภาวะสภาพคล่องทางการเงินที่ตึงตัวกำลังผ่อนคลายลง ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.08% สำหรับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียก็มีทั้งที่ปิดตลาดเพิ่มขึ้นและลดลงโดยนักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯในคืนนี้ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (3 ก.พ)ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นลงแคบๆช่วงเช้าก่อนที่จะปรับสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงบ่าย ทั้งนี้นักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯในคืนนี้ รวมถึงความชัดเจนในการแก้ปัญหาหนี้กรีซ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 7.28จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555
|
Comments