| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 02 February 2012 08:52 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ยอดการจ้างงานภาคเอกชนที่จัดทำโดย ADP Employer Services เดือนมกราคม 2555 เพิ่มขึ้น 170,000 ตำแหน่ง จากที่เพิ่มขึ้น 292,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2554 (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับจากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้นถึง 325,000 ตำแหน่ง) ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 182,000 ตำแหน่ง - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคอุตสาหกรรมที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.1 จากระดับ 53.1 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554 แต่น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 54.5 โดยดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 แสดงถึงการขยายตัวของภาคอุตสากรรม - ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนธันวาคม 2554 เพิ่มขึ้น 1.5% (m-o-m: annual rate) สู่ระดับ 8.1638 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี นับว่าเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีครึ่ง หลังจากปรับขึ้น 0.4 % ในเดือนพฤศจิกายน และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.6%
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ยูโรสแตทรายงานว่าอัตราการว่างงานของยูโรโซน เดือนธันวาคม 2554 อยู่ที่ 10.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่านอกจากวิกฤตหนี้สาธารณะแล้ว ปัญหาการว่างงานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจยูโรโซนโดยรวม โดยคาดว่าอัตราว่างงานของยูโรโซนอาจพุ่งแตะระดับ 11% ในปี 2555
เยอรมนี - กระทรวงแรงงานเยอรมนี รายงานว่า อัตราการว่างงานของเยอรมนีลดลงจาก 6.8% ในเดือนธันวาคม 2554 สู่ระดับ 6.7% ในเดือนมกราคม 2555 โดยภาคเอกชนเยอรมนีมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเศรษฐกิจเยอรมนียังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อได้ในปี 2555 - สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี รายงานว่ายอดค้าปลีกของเยอรมนีหดตัวเพิ่มขึ้นจาก 1% (m-o-m) ในเดือนพฤศจิกายน 2554 เป็น 1.4% ในเดือนธันวาคม นับเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากเศรษฐกิจเยอรมนีที่ยังอยู่ในภาวะไม่แน่นอนจากวิกฤตการเงินส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย
ฝรั่งเศส - สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส รายงานว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคฝรั่งเศสเดือนธันวาคม 2554 หดตัว 0.7% (m-o-m) และหดตัว 3.1% (y-o-y) เนื่องจากวิกฤตการเงินยุโรปที่ยังไม่มีทีท่าบรรเทาลง ส่งผลให้การจ้างงานชะลอตัว ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศว่าอาจดำเนินมาตรการปรับขึ้นอัตราภาษีภายในครึ่งแรกของปี 2555
อิตาลี - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี รายงานว่าอัตราการว่างงานของอิตาลีเดือนธันวาคม 2554 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 8.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เก็บรวบรวมข้อมูลนี้มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายนซึ่งอยู่ที่ 8.8%เนื่องจากวิกฤตหนี้สาธารณะและเศรษฐกิจอิตาลีที่ยังซบเซา ส่งผลให้การจ้างงานยังไม่กระเตื้อง
เอเชีย: จีน - ดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นเหนือการคาดหมายเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของยอดสั่งซื้อสินค้าใหม่ซึ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนยังสามารถเติบโตต่อไปได้แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะเผชิญความเสี่ยงจากวิกฤติหนี้ยุโรปและรัฐบาลจีนดำเนินมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมของจีนที่จัดทำโดย China’s statistics bureau and logistics federation เดือนมกราคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50.5 จากระดับ 50.3 ในเดือนธันวาคม ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่คาดการณ์ไว้ที่ 49.6 ทั้งนี้ดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงภาวะการขยายตัว
ญี่ปุ่น - ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในหลายประเภทธุรกิจเช่น รถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ คาดการณ์ว่ากำไรของธุรกิจในปีนี้ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้เนื่องจากการแข็งค่าของเงินเยนส่งผลซ้ำเติมแก่อุตสาหกรรมที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 มีนาคมปีที่แล้ว โดยToshiba ซึ่งเป็นผู้ผลิตโทรทัศน์ ชิ้นส่วนที่ใช้ในยานอวกาศ nuclear reactors และ notebook computers คาดการณ์ว่าค่าเงินเยนที่แข็งขึ้นจะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงประมาณ 40,000 ล้านเยน ขณะที่ผลกระทบจากการปิดโรงงานในช่วงน้ำท่วมในประเทศไทยทำให้กำไรลดลงอีก 40,000 ล้านเยน ส่วน Honda ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 3 ของญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าน้ำท่วมในประเทศไทยส่งผลให้กำไรของบริษัทลดลงประมาณ 110,000 ล้านเยน ขณะที่ค่าเงินเยนที่แข็งขึ้นส่งผลให้กำไรลดลงประมาณ 57,000 ล้านเยน
อินโดนีเซีย - อัตราเงินเฟ้อของอินโดนีเซียเดือนมกราคมลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ซึ่งส่งผลต่อแนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอินโดนีเซีย โดยสำนักงานสถิติของอินโดนีเซียแถลงว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 3.65% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 3.79% ทั้งนี้จากการสำรวจโดย Bloomberg ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนมกราคมจะอยู่ที่ 3.61% สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 4.29% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 4.34% ทั้งนี้สำนักงานนโยบายการคลังของอินโดนีเซียคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอินโดนีเซียปีนี้จะขยายตัว 5.7% หลังจากในปี 2554 ขยายตัว 6.5% โดยรัฐบาลของอินโดนีเซียจะเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ไทย - น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เศรษฐกิจปี 2555 ขยายตัว 5% ซึ่งเป็นการเติบโตในลักษณะ V shape ซึ่งเชื่อว่าเศรษฐกิจทุกภาคจะฟื้นตัวกลับสู่ปกติภายในไตรมาส 2/2555 หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 54 สำหรับปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้จะมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ การส่งออกที่จะต้องกระจายตลาดไปสู่ตลาดใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น ตะวันออกกลาง อินเดีย หรือภายในอาเซียน หลังเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปกำลังมีปัญหา ขณะเดียวกันรัฐบาลจะพยายามเร่งจัดการข้อตกลง FTA กับประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน และญี่ปุ่น เป็นต้น ปัจจัยที่ 2 คือ ไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจด้านเกษตรกรรมและบุคลากรที่ดีและยังมีจุดเด่นที่มีพื้นที่เชื่อมต่อคมนาคมไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรัฐบาลจะต้องพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานให้มีการเชื่อมต่อการคมนาคมทั้งในประเทศ และเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือการกระตุ้นการใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ภาคครัวเรือน โดบรัฐบาลจะเร่งกระตุ้นให้คนมีรายได้ต่อครัวเรือนสูงขึ้นผ่านมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคลลดเหลือ 23% ในปีนี้และจะลดลงเหลือ 20% ในปีหน้า และนโยบายเพิ่มรายได้ขั้นต่ำ 300 บาทในเดือนเมษายนปรับเงินเดือนปริญญาตรี รวมถึงมาตรการรับจำนำข้าว กองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มแอล และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี - กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(CPI) เดือนมกราคมอยู่ที่ระดับ 113.21 เพิ่มขึ้น 3.4% (y-o-y) และเมื่อเทียบกับเดือน ธันวาคม 54 เพิ่มขึ้น 0.4% (m-o-m) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงตามภาวะการฟื้นตัวของประเทศที่อยู่ในช่วงเยียวยาหลังประสบสถานการณ์อุทกภัยอย่างรุนแรง ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศ (Core CPI) อยู่ที่ 107.26 เพิ่มขึ้น 2.75% (y-o-y) และเมื่อเทียบกับเดือน ธันวาคม 54 เพิ่มขึ้น 0.26% (m-o-m) โดยดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 7.7% (y-o-y) แต่เมื่อเทียบกับก่อนลดลง 0.2% (m-o-m) ส่วนดัชนีราคาหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 0.7% (y-o-y) และเพิ่มขึ้น 0.79% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 54 นอกจากนี้ยังคาดว่า อัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาสแรกของปี 55 จะอยู่ในกรอบระหว่าง 3.65-3.75% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั้งปีอยู่ในกรอบระหว่าง 3.30-3.80% ภายใต้สมมุติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 95-115 ดอลลาร์/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 29-33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (1ก.พ.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ค่าเงินของประเทศในเอเซียถูกกดดันจากการที่ตลาดมีความระมัดระวังเพิ่มขึ้นในช่วงที่รอการเจรจาระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้เอกชน และตลาดกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของโปรตุเกส อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินบาทได้ปรับแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (1ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ โดยในสภาวะที่การเจรจาหนี้ระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้ยังไม่สำเร็จรวมทั้งตลาดยังกังวลว่าจะมีประเทศอื่นในยุโรปต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงินแบบเดียวกับกรีซเพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลายทำให้ความต้องการถือเยนและดอลลาร์สหรัฐฯค่อนข้างสูงในช่วงนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (1ก.พ.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนรอดูผลการเจรจาระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้เอกชนเกี่ยวกับการสว็อปหนี้ภายในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันตลาดก็รอดูผลการขายพันธบัตรของโปรตุเกสด้วยความกังวลว่าโปรตุเกสจะประสบปัญหาแบบเดียวกับกรีซ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีกรีซกล่าวว่าเขาจะพยายามเจรจาเพื่อให้เจ้าหนี้เอกชนยอมตัดหนี้สูญมากกว่าเดิมตามที่เยอรมันต้องการรวมทั้งพยายามตัดลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลมากกว่าเดิม อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯจากข่าวการใกล้บรรลุข้อตกลงการเจรจาหนี้กรีซ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (1ก.พ.) ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวสูงขึ้นในวันพุธจากการที่ตัวเลขการผลิตของจีนชี้ถึงภาวะการขยายตัวและข่าวการใกล้บรรลุข้อตกลงของการเจรจาหนี้กรีซ - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (1ก.พ.) ดัชนีนิกเกอิปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ All Nippon Airways เพิ่มการคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงาน และหุ้นของ Mitsui O.S.K.ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าทางเรือมีราคาเพิ่มขึ้นหลัง Jefferies Group ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น สำหรับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบในช่วงเช้าวันนี้ โดยดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อคืนวันอังคารโดยรวมชี้ไปในทางลบ เช่น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯที่จัดทำโดย Conference Board เดือนมกราคมลดลงมาอยู่ที่ 61.1 จากในเดือนธันวาคมซึ่งอยู่ที่ 64.8 และต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาดที่ 68 ขณะที่ในวันนี้ China’s statistics bureau and logistics federation แถลงดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นเหนือการคาดหมาย โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.08% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดลดลง 1.07% และ 0.28% ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันพุธ (1 ก.พ)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเปิดตลาดวันนี้ก่อนที่จะเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆ หลังจากเมื่อวันอังคารดัชนีฯเพิ่มขึ้นมากจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเรื่องกรีซลงเล็กน้อย ในวันนี้ปัจจัยทั้งภายนอกและภายในประเทศไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯปรับตัวสูงขึ้น SET INDEX วันนี้ปิดตลาดที่ 1,086.36 เพิ่มขึ้น 2.39 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555
|






![]() | Today | 1152 |
![]() | All days | 1152 |
Comments