Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Monday, 20 February 2012 09:59

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนมกราคม 2555 เพิ่มขึ้น 0.4% (m-o-m) สู่ระดับ 94.9 จุด จากที่ขยายตัว 0.5% ในเดือนธันวาคม 2554 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2551หรือในรอบ 3 ปีขึ้น และทำสถิติเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน อันเป็นผลมาจากการขยายตัวที่แข็งแกร่งในภาคการผลิต

          -  ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.2% (m-o-m) จากที่ไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 4 เดือน เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่การขยายตัวขึ้นดังกล่าวยังน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารและพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% จากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธันวาคม

          -  สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายขยายการลดภาษีจ้างงานและสวัสดิการว่างงาน 2% สำหรับชาวอเมริกัน 160 ล้านคนและสวัสดิการว่างงานสำหรับผู้ว่างงานระยะยาวด้วยมติ 293 ต่อ 132 เสียง ทั้งนี้ การอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีจ้างงานสำหรับชาวอเมริกันในวันที่ 1 มีนาคมที่จะถึงนี้ และเป็นการต่ออายุสวัสดิการว่างงานสำหรับผู้ว่างงานระยะยาว รวมทั้ง เป็นการหลีกเลี่ยงการลดค่าบริการทางการแพทย์ในโครงการประกันสุขภาพของรัฐบาล (Medicare) ลง

          -  สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจระบุในรายงานเศรษฐกิจประจำปีต่อประธานาธิบดีว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะปรับตัวไปสู่การขยายตัวที่ยั่งยืน ในขณะที่การส่งออกจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง"ในอัตรารวดเร็ว" หากวิกฤติหนี้ยุโรปคลี่คลายลง โดยการชะลอตัวในยุโรปอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านทางการค้าและการลงทุนโดยตรง รวมทั้งผ่านทางช่องทางการเงิน

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประกาศอาจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงิน 114 แห่งของยุโรป ในบรรดาสถาบันการเงิน 114 แห่งที่ถูกทบทวนอันดับเหล่านี้ ส่วนใหญ่อยู่ในอิตาลี รองลงมาคือสเปน กว่า 20 แห่ง, ฝรั่งเศส 10 แห่ง, อังกฤษ 9 แห่ง และเยอรมนี 7 แห่ง นอกจากนี้ มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส อาจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์ 17 แห่งของโลก เนื่องจากหากกรีซประสบปัญหาผิดนัดชำระหนี้ จะส่งผลให้วิกฤตการเงินลุกลามสู่ระบบการเงินโลก

          -  มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส เปิดเผยว่า อาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก โดยธนาคารยูบีเอส เอจี, เครดิต สวิส กรุ๊ป เอจี และมอร์แกน สแตนลีย์ อาจจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง 3 ขั้น ส่วนโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป, ดอยช์ แบงก์ เอจี, เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค, ซิตี้กรุ๊ป, ธนาคารบาร์เคลยส์, บีเอ็นพี พาริบาส์, เครดิต อากริโคล, เอชเอสบีซี โฮลดิงส์, แมคควอรี กรุ๊ป และรอยัล แบงก์ ออฟ แคนาดา อาจจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง 2 ขั้น ขณะที่ธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา, โนมูระ โฮลดิงส์, รอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ และโซซิเอเต เจเนอราล (ซอคเจน) อาจถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลง 1 ขั้น

 

สเปน

          -  เศรษฐกิจสเปนหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีในไตรมาสสี่ของปีก่อน จุดกระแสวิตกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจชะลอตัวยืดเยื้อเพราะสเปนได้ดำเนินมาตรการลดค่าใช้จ่ายขนานใหญ่หวังลดยอดขาดดุลงบประมาณจำนวนมหาศาล ทั้งนี้ ทางการสเปนแจ้งว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสสี่ของปีก่อนหดตัวร้อยละ 0.3 จากไตรมาสสามของปีก่อน ขณะที่จีดีพีไตรมาสสามไม่ขยายตัว 

          -  รัฐบาลสเปนตั้งเป้าจะลดยอดขาดดุลงบประมาณจากร้อยละ 8 ของจีดีพีปี 2554 ให้เหลือร้อยละ 4.4 ของจีดีพีในปีนี้ ซึ่งหมายความว่าจะต้องลดค่าใช้จ่ายลงให้ได้ 45,000  ล้านยูโร

 

สวีเดน

          -  ธนาคารกลางสวีเดน (Sveriges Riksbank: SR) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจาก 1.75% เหลือ 1.5% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่เศรษฐกิจสวีเดนได้รับผลกระทบเชิงลบจากวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป โดยเฉพาะภาคส่งออกของสวีเดนที่ขยายตัวในอัตราชะลอลง

 

รัสเซีย

          -  S&P คาดการณ์เศรษฐกิจรัสเซียมีแนวโน้มชะลอการขยายตัวลงจาก 4.2% ในปี 2554 เหลือ 3.5% ในปี 2555 เนื่องจากธนาคารกลางรัสเซีย (Central Bank of Russia: CBR) อาจออกมาตรการชะลอการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 เพื่อป้องกันการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ

 

เอเชีย: จีน

          -  จีนเปิดตัวกองทุน 5 หมื่นล้านหยวน หรือ 7.93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อหนุนบริษัทจีนเทคโอเวอร์กิจการต่างประเทศ และเพิ่มบทบาทเงินหยวนสู่สากล ลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้รัฐบาลท้องถิ่นเมืองเซี่ยงไฮ้เตรียมเปิดตัวกองทุนสนับสนุนการขยายกิจการนอกประเทศของบริษัทจีนผ่านการให้สินเชื่อ และการลงทุนในหุ้น โดยจะใช้เงินหยวนเป็นสกุลหลักในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ขณะนี้กองทุนดังกล่าวมีการระดมทุนแล้ว 1.2 หมื่นล้านหยวน จากการสนับสนุนของรัฐบาลกลาง ซึ่งกองทุนนี้จะช่วยตอบสนองความต้องการของบริษัทจีนในการลงทุนในต่างประเทศ และจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ รวมถึงการลงทุนนอกประเทศในสกุลเงินหยวน

 

ญี่ปุ่น

          -  รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่ายอดใช้จ่ายภาคครัวเรือนของญี่ปุ่นในปี 2554 ลดลง 1.7% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการใช้จ่ายด้านสันทนาการ คมนาคม และสื่อสารลดลง ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยนั้น ปรับตัวลง 0.4% ในครัวเรือนที่มีสมาชิกเพียง 1 คน และลดลงไป 2.2% สำหรับครัวเรือนที่มีสมาชิก 2 คน หรือมากกว่านั้น

 

สิงคโปร์

          -  การส่งออกของสิงคโปร์ในเดือนมกราคมลดลงเป็นครั้งแรกใน 3 เดือนจากการที่การส่งออกสินค้าอิเลคทรอนิกส์และปิโตรเคมีที่ลดลงจากผลของวิกฤติหนี้ในยุโรป โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าของสิงคโปร์รายงานว่าการส่งออกของสิงคโปร์ในเดือนมกราคมลดลง 2.1% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 9% โดยนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่าหดตัว 1.6% ทั้งนี้การส่งออกไปยุโรปลดลง 14.5%

 

ไทย

          -  มอร์แกน สแตนเลย์ (Morgan Stanley) ได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนของตลาดหุ้นไทยจากเดิมที่ “เท่ากับตลาด” หรือ equal weight เป็น “ต่ำกว่าตลาด” หรือ underweight และตลาดหุ้นฟิลิปปินส์จาก “สูงกว่าตลาด” หรือ overweight เป็น “เท่ากับตลาด” ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของตลาดหุ้นไต้หวันเป็น “เท่ากับตลาด” เนื่องจากผลกำไรที่ดีขึ้น และแนวโน้มที่ดีของภาคเทคโนโลยีในปีนี้ พร้อมกับปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นอินโดนีเซียและมาเลเซีย จาก equal weight เป็น overweight ด้วย ทั้งนี้ มอร์แกน สแตนเลย์บอกว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เปลี่ยนมุมมองต่อตลาดหุ้นมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยไทยและฟิลิปปินส์เป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน ขณะที่อินโดนีเซียและมาเลเซียจะได้รับผลกระทบทางบวก หรือไม่ได้รับผลกระทบเลยจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น

          -  คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน หรือ FATF ขึ้นบัญชีดำไทย, ปากีสถาน,  อินโดนีเซีย, กานาและแทนซาเนียในรายชื่อประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยการสกัดการฟอกเงิน โดยในส่วนของไทยนั้น เว็บไซต์ FATF บอกว่า ไม่ได้มีความคืบหน้ามากนักเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อปราบปรามการฟอกเงิน และให้ทุนสนับสนุนการก่อการร้าย พร้อมแนะนำให้ไทยดำเนินการต่างๆ เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว เช่น การกำหนดและปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อระบุและอายัดสินทรัพย์ของผู้ก่อการร้าย ทั้งนี้ FATF ไม่ได้ปลดรายชื่อประเทศใดออกจากบัญชีดำเดิม แต่มีการปลดฮอนดูรัสและปารากวัยออกจากบัญชีเทา หรือ grey-list หรือรายชื่อประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ถึงแม้เคยแสดงความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตาม มาตรฐานดังกล่าว ปัจจุบันมี 17 ประเทศที่มีชื่อติดอยู่ใน blacklist ของ FATF โดยนอกจาก 5 ประเทศข้างต้นแล้ว ยังประกอบด้วยโบลิเวีย, คิวบา, เอธิโอเปีย, อิหร่าน, เคนยา, พม่า, ไนจีเรีย, เกาหลีเหนือ, เซา โตเม แอนด์ ปรินซิเป, ศรีลังกา, ซีเรีย และตุรกี

          -  ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่า หลังจากเกิดวิกฤติน้ำท่วมปีที่ผ่านมาส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยพบว่าตั้งแต่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 18 โครงการ รวม 7,960 หน่วย สูงกว่าบ้านจัดสรรที่เปิด 6 โครงการ รวม 840 หน่วย ซึ่งในส่วนของแนวโน้มราคา ปี 2554 ราคาห้องชุดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.3% ราคาบ้านเดี่ยวขึ้น 2.4% ราคาทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้น 3% แต่สำหรับปี 2555 นี้ คาดว่าราคาบ้านจะปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 5-7% ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นราคาวัสดุก่อสร้าง และอัตราค่าแรงขั้นต่ำในเดือนเมษายน ขณะที่ทำเลนั้น ทั้งบ้านแนวราบและทาวน์เฮ้าส์มีแนวโน้มจะเปิดตัวในย่านบางนา อ่อนนุช ศรีนครินทร์ มากขึ้น เนื่องจากเป็นทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และที่สำคัญคือไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ส่วนทำเลสำหรับคอนโดมิเนียมนั้น คือย่านพระราม 9 และเพชรบุรีตัดใหม่ เพราะถือเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจและศูนย์การค้าแห่งใหม่

          -  ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุยอมรับว่าปัจจุบันมีเงินทุนเคลื่อนย้ายจากประเทศไหลเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่การไหลของเงินทุน ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทจนทำให้ต้องเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยช่งนี้อยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังน้ำท่วม ภาคธุรกิจและบริษัทในไทยส่วนใหญ่จึงต้องการใช้เงินตราต่างประเทศ เพราะต้องนำเข้าเครื่องจักรอุปกรณ์สูง ขณะที่ภาคส่งออกเองยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ไทยยังขาดดุลการค้า ดังนั้นการมีเงินทุนหรือเงินตราต่างประเทศเข้ามาช่วงนี้ ก็ทำให้เกิดความสมดุลของตลาดการเงิน

          -  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปที่ขยายผลไปสู่สถาบันการเงินในยุโรปจนถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลง จะไม่ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังสถาบันการเงินของไทย เนื่องจากสถาบันการเงินของไทยมีปริมาณสินเชื่อที่ให้แก่สถาบันการเงินยุโรปเพียง 0.4% ของสินเชื่อทั้งระบบ ทั้งนี้ ธปท. มีความเห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่รุนแรงจนถึงขั้นที่สถาบันการเงินของไทยต้องหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินยุโรป

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (17ก.พ.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินในเอเซียส่วนใหญ่แต่แข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินบาทในช่วงเช้า โดยปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่วันนี้มาจากการที่นักลงทุนเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังจากที่ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯชี้แนวโน้มไปในทางบวกประกอบกับการคาดการณ์ว่ากรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือ

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (17ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ โดยค่าเงินเยนได้อ่อนลงต่อเนื่องมาตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมาซึ่งธนาคารกลางญี่ปุ่นผ่อนคลายมาตรการทางการเงินเพิ่มขึ้นด้วยการเพิ่มวงเงินซื้อสินทรัพย์อีก 10 ล้านล้านเยน ในขณะที่ทางด้านดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯส่วนใหญ่ชี้แนวโน้มไปในทางบวกอย่างต่อเนื่อง

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (17ก.พ.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้นักลงทุนมองแนวโน้มกรีซไปในทางบวกมากขึ้นในวันนี้ โดยวันนี้มีแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมาเพื่อลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังจากดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันพฤหัสออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ เช่น ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ ดัชนีกิจกรรมภาคโรงงานเขตมิดแอตแลนติก ยอดการเริ่มสร้างบ้านใหม่ และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย เป็นต้น

 

Capital Market

                 -  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (17 ก.พ.)  ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.35% ในวันนี้โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่ากรีซจะได้รับความช่วยเหลือรอบสองในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังมีความระมัดระวังในการลงทุนก่อนการประชุมรัฐมนตรีคลังยุโรปในวันจันทร์

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (17ก.พ.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.58% ในวันนี้จากการที่ค่าเงินเยนอ่อนลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือนและดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้นักลงทุนยังมองในแง่บวกมากขึ้นว่ากรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือ ทั้งนี้นักวิเคราะห์มองว่าผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่นจะดีขึ้นจากการที่ค่าเงินเยนอ่อนลงและเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัว สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.01% และ 1.01% ตามลำดับ โดยตลาดหุ้นจีนได้รับปัจจัยลบจากข่าวที่ว่านายกรัฐมนตรีจีนอาจกำหนดเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ที่ 7-7.5% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 8 ปีขณะเดียวกันตลาดก็กังวลว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่สูงขึ้นอาจสร้างปัญหาให้กับบริษัทขนาดเล็ก

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (17 ก.พ)ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นจากการที่ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯดีกว่าที่คาดการณ์ไว้และนักลงทุนคาดการณ์ว่ากรีซจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน โดยวันนี้ SET INDEX ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 9.68 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์  2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment