| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 14 February 2012 09:02 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยผลสำรวจโดยระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ จะลดลงเร็วกว่าที่คาดไว้ในปีนี้ โดยคาดว่าอัตราการว่างงานในไตรมาส 4/2555 จะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 8.1% จากที่คาดว่าจะอยู่ที่ 8.7% ในการสำรวจครั้งก่อนในเดือนพฤศจิกายน 2554 และการขยายตัวของการจ้างงานนอกภาคเกษตรรายเดือนจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 144,000 ตำแหน่งงานในปีนี้ ซึ่งดีขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อน แต่ไม่แตกต่างมากนักจากตัวเลขคนงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกเดือนอันเนื่องมาจากการขยายตัวของประชากร สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2555 คาดว่าจะขยายตัว 2.3% ลดลงจาก 2.4% ที่ประมาณการในผลสำรวจครั้งก่อน ขณะเดียวกันยังระบุว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานอาจช่วยเพิ่มโอกาสของประธานาธิบดีบารัค โอบามาในการดำรงตำแหน่งอีกสมัยในการเลือกตั้งวันที่ 6 พฤศจิกายน
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ นายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์กและประธานยูโรกรุ๊ปเปิดเผยว่า กรีซต้องนำแผนการปรับลดงบประมาณฉบับล่าสุดมูลค่า 325 ล้านยูโรมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งหากกรีซไม่ทำตามข้อเสนอก็จะส่งผลให้ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ และจะบีบให้กรีซผิดนัดชำระหนี้จำนวน 1.44 หมื่นล้านยูโรในการไถ่ถอนพันธบัตรในวันที่ 20 มีนาคม ทั้งนี้ การเห็นชอบของรัฐสภาต่อมาตรการรัดเข็มขัดนี้ ถือเป็นเพียง 1 ในเงื่อนไข 3 ข้อที่กลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน (ยูโรกรุ๊ป) กำหนดขึ้นก่อนที่จะมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือครั้งใหม่ต่อกรีซ ขณะที่เงื่อนไขที่ 2 และ 3 คือ กรีซจำเป็นต้องกำหนดมาตรการปรับลดงบประมาณรายจ่ายลงอีก 325 ล้านยูโร และผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องให้การรับประกันว่าจะปฏิบัติตามมาตรการปฏิรูป
เยอรมนี - นายโวล์ฟกัง ชอยเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี เปิดเผยว่า กรีซไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการปรับลดหนี้ พร้อมระบุว่าแผนการปฏิรูปของกรีซไม่สามารถช่วยให้ตัวเลขหนี้สินของประเทศลดลงมาอย่างยั่งยืนได้ ทั้งนี้ นายชอยเบิลกล่าวว่า แผนปฏิรูปของกรีซจะทำให้มีหนี้สินเหลืออยู่สูงถึง 136% ของจีดีพี ในปี 2563 ซึ่งภาวะดังกล่าวทวีแรงกดดันต่อนักการเมืองกรีซในการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับมาตรการรัดเข็มขัด และยิ่งตอกย้ำความไม่พอใจของเจ้าหน้าที่ยุโรปในการประชุมเพื่อช่วยเหลือกรีซรอบสอง
กรีซ - ชาวกรีซจำนวนมากยังคงชุมนุมประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ซึ่งการชุมนุมประท้วงได้บานปลายกลายเป็นการจลาจลจนถึงขั้นมีการวางเพลิงโรงภาพยนตร์ ร้านค้า และธนาคารในกลางกรุงเอเธนส์ นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลที่บริเวณนอกอาคารรัฐสภา
เอเชีย: ญี่ปุ่น - สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาสที่แล้วหดตัว 2.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ( annualized ) ซึ่งเป็นการหดตัวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดไว้ที่ 1.3% หลังจากในไตรมาสก่อนหน้านั้นเศรษฐกิจขยายตัว 7% โดยสาเหตุของการที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวมากมาจากการที่การส่งออกลดลงจากผลของค่าเงินเยนที่แข็งขึ้นและเศรษฐกิจยุโรปที่มีปัญหา ซึ่งส่งให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวปีก่อนชะลอออกไป
จีน - หนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้ ซีเคียวริตีส์ นิวส์ของทางการจีนรายงานการเปิดเผยของนายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่าของจีนว่า จีนจะเริ่มปรับนโยบายเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นการบ่งชี้ของรัฐบาลเกี่ยวกับการผ่อนคลายด้านการเงิน อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะยังคงดำเนินนโยบายที่จะชะลอความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเขาได้กล่าวต่อที่ประชุมที่จัดโดยรัฐบาลเพื่อขอความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ส่งออกเกี่ยวกับแนวนโยบายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้รัฐบาลจีนเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในไตรมาสแรกปีนี้มีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษโดยทางการจีนจะตัดสินใจปรับนโยบายการเงินในเวลาที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และดำเนินการตอบสนองการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว - เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนเปิดเผยว่าจีนจะยังคงเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหาร แม้ว่าจีนจะมีผลผลิตธัญพืชเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนายหลี่ เจียหยาง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรจีนกล่าวว่าการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเขตอุตสาหกรรมและเขตเมือง ซึ่งได้พัฒนามาตรฐานชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นนั้น ทำให้ปริมาณและโครงสร้างการบริโภคของจีนเปลี่ยนไป และเพิ่มแรงกดดันต่อการผลิตธัญพืชมากขึ้นด้วย ทั้งนี้เขากล่าวในการประชุมในมณฑลไห่หนานว่า สำหรับทั่วโลกนั้น อัตราการขยายตัวของธัญพืชชะลอต่ำกว่าอัตราการขยายตัวของประชากร โดยเพิ่มขึ้นในอัตรา 1.16% ต่อปี ในรอบ 25 ปี เมื่อเทียบกับการขยายตัวของประชากรที่ระดับ 1.46% อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความมั่นคงด้านอาหารของจีนยังอยู่ในขั้นที่ดี เนื่องจากปริมาณธัญพืชของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่านับตั้งแต่ปี 2492 แม้ว่าขนาดพื้นที่เพาะปลูกยังคงไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม โดยในปี 2554 ผลผลิตธัญพืชของประเทศเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่ที่ระดับ 571.21 ล้านตัน ถือเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 8
ไทย - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าได้ข้อสรุปอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเงินฝากและตั๋วแลกเงิน (B/E) แล้ว โดยจะมีการเรียกเก็บจากทั้งธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ในอัตราเท่ากันที่ 0.47% ของฐานเงินฝากกับตั๋วแลกเงิน (B/E) ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดเคยมีการคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.55-0.60% โดยในส่วนที่จัดเก็บจากธนาคารพาณิชย์ภาคเอกชนจะแบ่งเป็นนำส่งเข้ากองทุนสถาบันคุ้มครองเงินฝากในอัตรา 0.01% ที่เหลือนำส่งให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ส่วนที่เก็บจากธนาคารรัฐ จะนำไปตั้งเป็นกองทุนเพื่อพัฒนาประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการ เพื่อดูแลการเบิกจ่าย และอนุมัติโครงการ โดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐบาล - กระทรวงการคลัง ระบุว่ารัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือ 2 ใน 3 ของมูลค่าการลงทุน 6,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงิน 4,000 ล้านบาท ให้แก่นิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง เพื่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม โดยจะมีการลงนามในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ นิคมฯ ต้องโอนที่ดินให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งจะให้นิคมฯ เป็นผู้บริหาร เบื้องต้นจะใช้เงินกู้ธนาคารออมสินเต็มจำนวน แต่รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้ภายหลัง และจะขยายเวลาการชำระคืน จาก 7 ปี เป็น 15 ปี เพราะการก่อสร้างเขื่อนไม่สามารถใช้เงินกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติได้ ส่วนกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ อยู่ระหว่างดำเนินการ และจะลงนามสัญญากับบริษัทประกันภัยภายในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะเริ่มขายกรมธรรม์ได้วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ โดยจัดเก็บเบี้ยประกันในอัตรา 20% ของทุนประกัน ซึ่งภาคประชาชนจะได้รับการคุ้มครองไม่เกิน 1 แสนบาท หากประชาชนรายใดต้องการคุ้มครองมากกว่า 1 แสนบาท ต้องซื้อกรมธรรม์เพิ่ม ส่วนธุรกิจเอสเอ็มอี จะคุ้มครองไม่เกิน 10 ล้านบาท และธุรกิจรายใหญ่คุ้มครองไม่เกิน 200 ล้านบาท
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (13ก.พ.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินในเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาท ตามทิศทางดัชนีตลาดหุ้นเอเซียที่เพิ่มขึ้นจากการที่รัฐสภากรีซผ่านมาตรการทางการคลังเพื่อขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน 1.3 แสนล้านยูโร - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (13ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยน จากการที่รัฐสภากรีซอนุมัติมาตรการการคลังส่งผลให้ตลาดการเงินมีความหวังมากขึ้นว่ากรีซจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ซึ่งจากความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ความต้องการถือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเช่นเยนและดอลลาร์สหรัฐฯลดลง โดยนักลงทุนหันมาลงทุนในตลาดหุ้นเอเซียมากขึ้น ขณะเดียวกันรายงานตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาสที่ 4 หดตัว 2.3% ( annualized) จากผลของการส่งออกที่ลดลง โดยเป็นการหดตัวลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.3% ก็ส่งผลลบต่อค่าเงินเยนในวันนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (13ก.พ.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จากการที่รัฐสภากรีซอนุมัติมาตรการเข้มงวดทางการคลังซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการที่กรีซจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน โดยรัฐมนตรีคลังของ Euro-area จะมีการประชุมนัดพิเศษที่บรัสเซลในวันพุธนี้เพื่อหารือกันเกี่ยวกับการรับรองมาตรการช่วยเหลือมูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (13ก.พ.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวขึ้น โดยดัชนี S&P 500 อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 เดือนหลังจากรัฐสภากรีซอนุมัติมาตรการปฏิรูปที่จำเป็นต่อการขอรับเงินช่วยเหลือเพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ที่ปิดบวก 72.81 จุด สู่ 12,874.04, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 9.13 จุด สู่ 1,351.77 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.95% สู่ 2,931.39 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (13ก.พ.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.58% ในวันนี้จากการที่รัฐสภากรีซอนุมัติมาตรการเข้มงวดทางการคลังซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการที่กรีซจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ซึ่งหุ้นของบริษัทในญี่ปุ่นที่มีรายได้หลักจากยุโรปได้รับผลบวกจากปัจจัยดังกล่าว อย่างไรก็ดีวันนี้ทางการญี่ปุ่นรายงานว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาสที่ 4 หดตัว 2.3% ( annualized) จากผลของการส่งออกที่ลดลง โดยเป็นการหดตัวลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.3% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลงเล็กน้อย โดยวันนี้ตลาดหุ้นจีนได้ปัจจัยบวกจากการที่นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่าทางการจีนอาจจำเป็นต้องปรับนโยบายเศรษฐกิจในไตรมาสแรกปีนี้ซึ่งนักลงทุนมองว่ารัฐบาลจีนมีแนวโน้มจะผ่อนคลายนโยบายเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจมากขึ้นในปีนี้ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (13 ก.พ)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้จากการที่รัฐสภากรีซอนุมัติมาตรการทางการคลังซึ่งจำเป็นต่อการที่กรีซจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีและธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ SET INDEX ปิดตลาดที่ 1,117.40 เพิ่มขึ้น 4.49 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555
|






![]() | Today | 682 |
![]() | All days | 682 |
Comments