| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 10 February 2012 09:28 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 ลดลง 15,000 ราย สู่ 358,000 ราย จาก 373,000 รายในสัปดาหก่อนหน้า สวนทางกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 370,000 ราย สำหรับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ปรับตัวลดลง 11,000 ราย สู่ระดับ 366,250 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2551 หรือในรอบเกือบ 4 ปี ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 มกราคมเพิ่มขึ้น 64,000 ราย สู่ระดับ 3.52 ล้านราย ทั้งนี้ การลดลงของยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานดังกล่าวนับเป็นหลักฐานล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐกำลังฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง - สต็อกสินค้าภาคค้าส่งในเดือนธันวาคม 2554 เพิ่มขึ้น 1.0% จากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน 2554 มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% การเพิ่มขึ้นดังกล่าวบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากการที่บริษัทได้เพิ่มปริมาณสต็อกสินค้า
ยุโรป: เยอรมนี - สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนีรายงานมูลค่าส่งออกของเยอรมนีเดือนธันวาคม 2554 หดตัว 4.3% (m-o-m) เทียบกับที่ขยายตัว 2.6% ในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปส่งผลให้ความต้องการนำเข้าสินค้าจากเยอรมนีลดลง ทั้งนี้ ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีลดลงจาก 15.9 พันล้านยูโรในเดือนพฤศจิกายน เหลือ 12.9 พันล้านยูโรในเดือนธันวาคม - ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยในการประชุมสองเดือนติดต่อกัน และเป็นไปตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่มองว่า ECB จะรอดูผลของมาตรการปล่อยเงินกู้ระยะยาวที่ได้ดำเนินการไปเมื่อปลายปีที่แล้วและเตรียมที่จะดำเนินการอีกเป็นครั้งที่สองในปลายเดือนนี้ ทั้งนี้ ECB ได้เตรียมที่จะปล่อยสินเชื่อ 3 ปี ครั้งที่สองในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ หลังจากที่ได้ปล่อยสินเชื่อ 3 ปี มูลค่า 4.89 แสนล้านยูโร ที่อัตราดอกเบี้ยเพียง 1% ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ 523 แห่งในยูโรโซนไปเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นสินเชื่อก้อนใหญ่สุดที่อีซีบีอัดฉีดเข้าสู่ระบบในประวัติศาสตร์ 13 ปีของยูโร
กรีซ - บรรดาผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลของกรีซบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการรัดเข็มขัดและปฏิรูปประเทศแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินรอบสอง อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กรีซเรียกร้องให้กรีซปรับลดงบรายจ่ายลงไปอีก และให้รัฐสภากรีซอนุมัติข้อตกลงดังกล่าวก่อนที่ทางกลุ่มจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่กรีซ - รัฐบาลกรีซประกาศเตรียมปรับลดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำลง 20% พร้อมกับปรับลดเงินบำนาญข้าราชการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และสหภาพยุโรป (อียู) ในการอนุมัติเงินช่วยเหลือกรีซครั้งที่ 2 มูลค่า 130 พันล้านยูโร ก่อนที่พันธบัตรรัฐบาลกรีซมูลค่า 14.5 พันล้านยูโร จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 20 มีนาคม 2555 ทั้งนี้ รัฐบาลกรีซกล่าวว่ายังต้องเดินหน้าหารือกับกลุ่มผู้นำทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลกรีซเกี่ยวกับรายละเอียดเพิ่มเติมของมาตรการปรับลดเงินบำนาญข้าราชการ - รัฐบาลกรีซคาดว่าเศรษฐกิจกรีซปี 2555 จะหดตัว 4-5% ซึ่งหดตัวเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2554 ที่ 2.8% เนื่องจากรัฐบาลกรีซต้องลดการใช้จ่ายลงตามแผนการลดยอดขาดดุลงบประมาณ ซึ่งครอบคลุมถึงการปรับลดจำนวนข้าราชการและการปรับเพิ่มอัตราภาษีประเภทต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนซบเซาลง ขณะที่คาดว่าภาคส่งออกจะชะลอการขยายตัวลงมากตามภาวะเศรษฐกิจยุโรป
อังกฤษ - ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 0.5% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันนี้ พร้อมประกาศขยายมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อีก 5 หมื่นล้านปอนด์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ จำนวนเงินที่ธนาคารกลางอังกฤษประกาศอัดฉีดเข้าสู่ระบบล่าสุดจะทำให้วงเงินรวมของโครงการ QE ที่ธนาคารได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 เพิ่มเป็น 3.25 แสนล้านปอนด์
เอเชีย: จีน - อัตราเงินเฟ้อของจีนเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดหมายเนื่องจากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดยาวและราคาสินค้าอาหารที่เร่งตัวขึ้น โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนแถลงว่าดัชนีราคาผู้บริโภคของจีนในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 4.5% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่ 4% และสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนธันวาคมซึ่งอยู่ที่ 4.1% - ศูนย์สารนิเทศแห่งรัฐของจีนคาดว่าเศรษฐกิจจีนอาจขยายตัวเพียง 8.5% ในไตรมาสแรกของปี 2555 พร้อมระบุว่าเนื่องจากแรงบีบรัดจากสภาพแวดล้อมที่ส่งผลให้ยอดส่งออกลดลง และมาตรการในการควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล จึงอาจทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวลดลงมาจากระดับ 8.9% ที่ศูนย์ฯได้คาดการณ์ไว้สำหรับไตรมาสแรกในช่วงก่อนหน้านี้ และ 9.2% สำหรับตลอดทั้งปี 2554 โดยแถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่าอุปสงค์ที่อ่อนแรงลงจากประเทศตะวันตกและอัตราการขยายตัวที่ชะลอตัวลงของเม็ดเงินลงทุนในทรัพย์สินถาวรนั้น จะทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อภายในประเทศปรับตัวลดลง โดยจะฉุดดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อภายในประเทศลดลงสู่ระดับ 3.5% ในระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม ทั้งนี้ศูนย์สารนิเทศแห่งรัฐแนะนำว่ารัฐบาลจีนควรปรับนโยบายเศรษฐกิจมหภาคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรับประกันในเรื่องแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพิ่มความแข็งแกร่งในเรื่องการบริหารสภาพคล่อง นอกจากนี้รัฐบาลจีนควรเพิ่มปริมาณที่อยู่อาศัยราคาถูก โดยให้ความสำคัญอันดับแรกกับปริมาณที่ดินสำหรับโครงการดังกล่าว และกระตุ้นให้ภาคธนาคารปล่อยเงินกู้ให้กับโครงการมากขึ้น
ญี่ปุ่น - ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นลดลงเกินคาดในเดือนธันวาคมท่ามกลางสัญญาณที่ว่าเยนที่แข็งค่าและความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงอาจถ่วงการใช้จ่ายเงินทุนในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ทั้งนี้สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า คำสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานลดลง 7.1% ในเดือนธันวาคมจากเดือนพฤศจิกายน โดยลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะลดลง 5.0% อย่างไรก็ดีกลุ่มผู้ผลิตคาดว่ายอดสั่งซื้อเครื่องจักรจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นฟูพื้นที่ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในปีที่ผ่านมาที่อาจช่วยเพิ่มการใช้จ่าย - ผลสำรวจของสำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นบ่งชี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นในเดือนมกราคมจากเดือนธันวาคม แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรปและความวิตกเกี่ยวกับตลาดการเงินอาจสกัดกั้นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นสำหรับภาคครัวเรือนโดยรวม ซึ่งรวมถึงมุมมองเกี่ยวกับรายได้และการจ้างงาน อยู่ที่ระดับ 40.0 ในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นจาก38.9 ในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ดีดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงความเห็นในเชิงลบ
อินโดนีเซีย - ธนาคารกลางอินโดนีเซียลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลงอย่างไม่คาดหมายเป็นครั้งแรกใน 3 เดือนเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอินโดนีเซียในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว โดยธนาคารกลางอินโดนีเซียลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.25% จาก 6% มาอยู่ที่ 5.75% โดยจากการสำรวจโดย Bloomberg ก่อนหน้านี้มีนักเศรษฐศาสตร์เพียง 4 ราย จาก 15 รายที่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียจะลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ โดยที่เหลืออีก 11 รายคาดการณ์ว่าธนาคารกลางฯจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม โดยเศรษฐกิจอินโดนีเซียขยายตัว 6.5% ในปี 2554 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดนับจากวิกฤติการเงินเอเซีย โดยกระทรวงการคลังอินโดนีเซียคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปีนี้อาจขยายตัวต่ำกว่า 6% หากเศรษฐกิจยุโรปเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง ขณะที่ทางด้านอัตราเงินเฟ้อของอินโดนีเซียในเดือนมกราคมลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 มาอยู่ที่ 3.65%
ไทย - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมเดือนมกราคมปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 64.0 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 65.4 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้นระดับ 93.1 อันเป็นผลมาจากมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือจากภาครัฐและสถาบันการเงินในการฟื้นฟูหลังน้ำลด, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25%, คณะรัฐมนตรีอนุมัติปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ และ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อเดือนพ.ย.54 โดยคาดว่าปีนี้จะขยายตัวถึง 5% - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานสถานการณ์ลงทุนในเดือนมกราคม 2555 พบว่ามีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยแล้ว 112 โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.74% มูลค่าเงินลงทุนรวม 78,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 26,300 ล้านบาท โดยกิจการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนสูงสุด อันดับแรก คือกลุ่มเคมี กระดาษ และพลาสติก จำนวน 25 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 47,700 ล้านบาท รองมา คือ กิจการบริการและสาธารณูปโภค 25 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 13,200 ล้านบาท และอันดับสามกิจการอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องไฟฟ้า 22 โครงการ เงินลงทุน 5,300 ล้านบาท
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (9 ก.พ.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินในเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงเมื่อวันพุธ ทั้งนี้ในวันนี้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังขึ้นหลังจากการเจรจาหนี้กรีซเลื่อนออกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดที่ชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อของจีนเดือนมกราคมสูงขึ้นเกินความคาดหมาย และยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานญี่ปุ่นเดือนธันวาคมลดลงเกินคาดก็ล้วนส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในวันนี้ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (9 ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังคงแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วงสัปดาห์นี้โดยรวมชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้รับผลกระทบมากจากค่าเงินเยนที่แข็งขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ เช่นการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2554 ที่ลดลงถึง 44% จากปีก่อนหน้า และยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานญี่ปุ่นเดือนธันวาคมที่ลดลง 7.1% จากเดือนพฤศจิกายน - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (9 ก.พ.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้แม้ว่าการเจรจาหนี้กรีซยังไม่สำเร็จแต่นักลงทุนเชื่อว่ากรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือชุดที่สองในที่สุด โดยขณะนี้ผู้นำพรรคการเมืองกรีซสามารถตกลงกันได้หลายประเด็นแล้วเหลือแต่เพียงประเด็นเกี่ยวกับการตัดลดการจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ ขณะเดียวกันวันนี้ก็จะมีการประชุมของรัฐมนตรีคลังของกลุ่ม Euro-area กับกรรมการผู้จัดการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่ Brussels หลังการประชุมประจำเดือนของ ECB ที่ Frankfurt
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (9 ก.พ.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยจากการที่ผู้นำพรรคการเมืองของกรีซยอมรับมาตรการปฏิรูปและรัดเข็มขัดเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ในการหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ประกาศในวันนี้ก็ยังชี้ไปในทางบวก - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (9ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและแดนลบ โดยแม้นักลงทุนจะมองแนวโน้มกรีซไปในทางบวกมากขึ้นเมื่อเทียบกับต้นสัปดาห์แต่การที่ทุกอย่างยังไม่มีข้อยุติส่งผลให้นักลงทุนชะลอการลงทุนลง ขณะเดียวกันดัชนีเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่นที่ออกมาในวันนี้โดยรวมก็ชี้ไปในทางลบ เช่น อัตราเงินเฟ้อจีนเดือนมกราคมที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดหมาย และยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นที่ลดลงเกินคาดในเดือนธันวาคม โดยวันนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.15% ในขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 0.09% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดลดลง 0.04% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (9 ก.พ)ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวขึ้นลงทั้งแดนบวกและงบในวันนี้จากการที่การเจรจาหนี้กรีซยังไม่สำเร็จ ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่นในวันนี้ก็ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นเอเซียโดยรวม โดยวันนี้ SET INDEX ปิดตลาดที่ 1,117.17 เพิ่มขึ้น 1.09 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555
|






![]() | Today | 735 |
![]() | All days | 735 |
Comments