Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Wednesday, 22 February 2012 09:08

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สาขาชิคาโก รายงานดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (activity index) ในเดือนมกราคมอยู่ที่ระดับ 0.22 ลดลงจากระดับ 0.54 ในเดือนธันวาคม โดยดัชนีเกี่ยวกับการจ้างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 0.35 จากระดับ 0.28 ในเดือนก่อน เช่นเดียวกับดัชนีที่เกี่ยวกับการบริโภคและที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นสู่ระดับ -0.27 จากระดับ   -0.30 ในเดือนก่อน ขณะที่ดัชนีที่เกี่ยวกับการผลิตและรายได้อยู่ที่ระดับ 0.11 ลดลงจากระดับ 0.54 ในเดือนก่อน ทั้งนี้ ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ (moving average) อยู่ที่ระดับ 0.14 เพิ่มขึ้นจากระดับ 0.06 ในเดือนธันวาคม

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  รมว.คลังยูโรโซนได้บรรลุข้อตกลงในการอนุมัติมาตรการช่วยเหลือรอบ 2 สำหรับกรีซวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโรแล้ว โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยให้กรีซสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ และลดหนี้สินของกรีซลงเหลือ 121% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2563 จากระดับ 160% ของจีดีพีในขณะนี้ ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งใช้เวลาหารือกันนานถึง 12 ชั่วโมงนั้น กรีซจะได้รับเงินกู้พิเศษ วงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร หรือ 1.70 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยให้กรีซสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรซึ่งจะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนมีนาคมนี้ ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซน หรือยูโรกรุ๊ป ได้เรียกร้องเงื่อนไข 3 ข้อจากกรีซ คือ

          1) รัฐสภากรีซควรจะอนุมัติมาตรการที่เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างกรีซและกลุ่มทรอยก้า ซึ่งประกอบไปด้วยไอเอ็มเอฟ สหภาพยุโรป (อียู) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)

          2) รัฐบาลกรีซต้องเร่งดำเนินการปรับโครงสร้างเพิ่มเติม เพื่อลดการใช้จ่ายมูลค่า 325 ล้านยูโรในปี 2556 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ากรีซสามารถบรรลุเป้าหมายการลดยอดขาดดุลงบประมาณ

          3) กรีซต้องรับประกันว่าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคจะสนับสนุนมาตรการดังกล่าวอย่างจริงจัง

          -  นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกลุ่มรมว.คลังยูโรโซนหรือยุโรกรุ๊ป เปิดเผยว่า นักลงทุนภาคเอกชนที่ถือครองพันธบัตรของกรีซ เห็นพ้องต้องกันว่าจะยอมรับการขาดทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือกรีซ ด้วยการยอมรับเงื่อนไขการปรับลดมูลค่าหน้าตั๋วพันธบัตรของรัฐบาลกรีซลง 53.5% จากที่ก่อนหน้านี้ คาดว่านักลงทุนในภาคเอกชนจะยอมรับการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีของพันธบัตรกรีซลง 50% ซึ่งเท่ากับการขาดทุนราว 70% จากมูลค่าสุทธิในปัจจุบันของพันธบัตร

          -  นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์  กล่าวว่า นักลงทุนภาคเอกชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นธนาคารพาณิชย์และกองทุนเพื่อการลงทุนนั้นได้ตกลงที่จะทำการสว็อปหนี้ ด้วยการนำพันธบัตรที่ถือครองอยู่ในปัจจุบันไปแลกกับพันธบัตรชุดใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วลดลงและมีอายุการไถ่ถอนนานขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วจะเริ่มที่ 2% และเพิ่มเป็น 3% ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะช่วยลดภาระหนี้สินของกรีซ ก่อนปีค.ศ. 2020 และนับตั้งแต่ปี 2021 อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.75-4.3% และจะทรงตัวไปจนครบกำหนดไถ่ถอน

          -  นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แสดงความยินดีกับการอนุมัติงบช่วยเหลือทางการเงินงวดที่ 2 แก่กรีซ เผยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดของไอเอ็มเอฟในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคมนี้

          -  ทางการจีนและญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงที่จะร่วมมือกันในการขานรับข้อเรียกร้องในการเพิ่มเงินทุนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยไอเอ็มเอฟต้องการเพิ่มขนาดทุนทรัพย์ให้สูงขึ้นกว่าสองเท่าเพื่อนำไปแก้ไขวิกฤติหนี้ยูโรโซน ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟต้องการเพิ่มทุนทรัพย์ราว 6 แสนล้านดอลลาร์เพื่อใช้แก้ไขวิกฤติหนี้ยูโรโซน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 17 ประเทศ อย่างไรก็ดี ประเทศนอกยูโรโซนต้องการจะเห็นประเทศในยูโรโซนเพิ่มเงินในการแก้ไขปัญหา ก่อนที่ประเทศนอกยูโรโซนจะให้สัญญาว่าจะปรับเพิ่มทุนทรัพย์ของไอเอ็มเอฟ

 

ฝรั่งเศส

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส รายงานดัชนี Business Confidence Index ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นจากระดับ 91 ในเดือนมกราคมเป็น 92 ในเดือนกุมภาพันธ์ นับเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังจากลดลงติดต่อกัน 7 เดือน เนื่องจากภาคธุรกิจมีมุมมองบวกเพิ่มขึ้นต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจฝรั่งเศส

 

อิตาลี

          -  นายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีอิตาลีกล่าวว่า อิตาลีต้องการให้สหภาพยุโรป (อียู) ตระหนักถึงสำคัญขั้นพื้นฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ นายมอนติระบุว่า ขณะนี้มีสารจากผู้นำประเทศอียูต่างๆ ที่ส่งไปยังสภายุโรปและคณะกรรมาธิการยุโรป แนะนำให้เกิดการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในอียู โดยนายกรัฐมนตรีอิตาลีได้สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า อิตาลีไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการรัดเข็มขัดอีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการปรับลดการใช้จ่ายและเพิ่มภาษีไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จึงคาดว่าจะมียอดเกินดุลงบประมาณได้ภายในปี 2556

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี เปิดเผยว่า ยอดคำสั่งซื้อสินค้าภาคอุตสาหกรรมของอิตาลีในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 5.5% (m-o-m) จากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน

 

สเปน

          -  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์เศรษฐกิจสเปนปี 2555 มีแนวโน้มหดตัว 1.7% เนื่องจากวิกฤตการเงินส่งผลให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังซบเซา นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังคาดการณ์ยอดขาดดุลงบประมาณต่อจีดีพีของสเปนจะลดลงจากระดับประมาณการที่ 8% ในปี 2554 เหลือ 6.8% ในปี 2555 ซึ่งยังสูงกว่าที่รัฐบาลสเปนได้ตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู) ไว้ที่ 4.4%

 

อังกฤษ

          -  สำนักงานสรรพากรอังกฤษเปิดเผยว่า จำนวนชาวอังกฤษที่ยื่นเสียภาษีล่าช้ากว่ากำหนดนั้น ลดลงอย่างมากในปีนี้ โดยลดลงเหลือต่ำกว่า 1 ล้านราย โดยรายงานดังกล่าวระบุว่า สำนักงานจะมีหนังสือแจ้งค่าปรับไปยังผู้ที่ยื่นเสียภาษีล่าช้า 850,000 ราย ภายใน 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลง 550,000 รายจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

 

ไอซ์แลนด์

          -  OECD รายงานว่าเศรษฐกิจไอซ์แลนด์ปี 2554 ขยายตัว 2.9% นับเป็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไอซ์แลนด์ หลังจากที่ไอซ์แลนด์ประสบวิกฤตภาคธนาคารในปี 2551 ทั้งนี้ OECD คาดว่าเศรษฐกิจไอซ์แลนด์ปี 2555-2556 จะขยายตัว 2.4% ต่อปี

 

เอเชีย: จีน

          -  รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) คาดการณ์ว่า จีดีพีของจีนจะขยายตัว 8.5% ในปี 2555 โดยแม้เศรษฐกิจจีนจะเผชิญแรงกดดัน แต่การบริโภคในประเทศจะสามารถรักษาอัตราการขยายตัวได้ในปีนี้ ขณะเดียวกันเขาคาดการณ์ว่า การลงทุนจะขยายตัวอย่างมั่นคงในอนาคต ทั้งนี้ในตอนนี้จีนควรสนับสนุนการปฏิรูประบบการเงินและการคลัง รวมถึงกลไกราคาของผลิตภัณฑ์ทรัพยากรธรรมชาติ

          -  หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากเอชเอสบีซี แบงก์ (ไชน่า) คาดการณ์ว่าจีนจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 หากอัตราการขยายตัวของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลงต่ำกว่าระดับ 3% โดยคาดว่าจีนมีแนวโน้มผ่อนปรนนโยบายการเงินต่อเนื่องในอนาคต และคาดว่าจีนจะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ (RRR) สองครั้งในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้ โดยจะลดครั้งละ 0.5% ซึ่งถือเป็นผลดีต่อการบริหารจัดการสภาพคล่องและรักษาเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวลดลงต่อเนื่อง

          -  รองผู้แทนการค้าระหว่างประเทศของจีน กล่าวแสดงความมั่นใจในการกระชับความร่วมมือกับบริษัทญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ในโอกาสที่จีนและญี่ปุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี โดยจีนและญี่ปุ่นจะพิจารณาสิ่งที่สามารถร่วมกันทำได้ในการฟื้นฟูหลังพิบัติภัย โดยมีความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกันในด้านนำเข้าสินค้าจากพื้นที่ที่ประสบภัย และเพิ่มการลงทุนร่วมกันระหว่างบริษัทญี่ปุ่นในพื้นที่ดังกล่าวกับบริษัทจีน โดยรองผู้แทนการค้าระหว่างประเทศของจีน จะนำคณะผู้แทนด้านเศรษฐกิจจากหน่วยงานภาครัฐบาลและเอกชน 80 รายของจีน เดินทางไปจังหวัดอิวาเตะ, มิยางิ และฟุกุชิมะทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นเป็นเวลา 4 วัน

 

ไทย

          -  สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย คาดว่าแนวโน้มการส่งออกข้าวของไทยในปี 2555 นี้ จะลดลงถึง 50% เหลือเพียงแค่ 5-6 ล้านตัน จากปกติที่ไทยส่งออกข้าวได้มากกว่า 10 ล้านตันต่อปี อันมีเหตุผลหลักมาจากความสามารถการแข่งขันของไทยที่ลดลง จากนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ส่งผลให้ราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งเช่นอินเดีย และพม่า ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน แม้ว่าข้าวไทยจะมีคุณภาพดีกว่าคู่แข่งก็ตาม แต่ผู้ซื้อส่วนใหญ่จะรับราคาพรีเมี่ยมได้ไม่เกิน 20-30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันเท่านั้น ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจุบันไทยจะเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก แต่ก็ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับผลผลิตข้าวของทั้งโลกที่ 460-470 ล้านตันต่อปี ทำให้ไทยไม่สามารถเป็นผู้กำหนดทิศทางราคาในตลาดโลกได้ พร้อมคาดว่าราคาข้าวไทย 100% เกรดบีจะลดลง 3.4% มาซื้อขายที่ราคาตันละ 563 ดอลลาร์สหรัฐฯ

          -  รายงานภาวะการผลิตและการค้าข้าวโลกจัดทำโดยกระทรวงเกษตรสหรัฐ คาดการณ์ว่า ปริมาณการผลิตข้าวทั่วโลกปี 2555 นี้จะเพิ่มขึ้น 2.6% โดยมียอดรวม 462 ล้านตัน ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าข้าวจะมีการซื้อข้าวลดลงเหลือ 30 ล้านตัน โดยคาดว่า ผลผลิตข้าวของอินเดียจะเพิ่มขึ้นถึง 6% ทำให้คาดว่าอินเดียจะมียอดส่งออกข้าว 6.5 ล้านตัน สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2503 พร้อมคาดว่าการขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าวในพม่าก็จะส่งผลให้ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นเท่าตัวหรือประมาณ 1.5 ล้านตัน ทั้งนี้ การที่มีประเทศผู้ส่งออกเข้ามาแข่งขันในตลาดโลกมากขึ้นก็ส่งผลให้ประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่อย่างไทยและเวียดนามเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะข้าวไทย ซี่งมีราคาแพงกว่าประเทศคู่แข่งจากนโยบายประกันราคาข้าวเปลือกตันละ 1 หมื่น 5 พันบาท ทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยแพงกว่าเวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน ทั้งนี้ ในช่วง 45 วันแรกของปีนี้ คือจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ยอดการส่งออกข้าวไทยลดลงถึง 54% (y-o-y) โดยมีปริมาณการส่งออกประมาณ 638,000 ตัน ขณะเดียวกัน สมาคมผู้ผลิตอาหารเวียดนาม ระบุในช่วงเดือนมกราคมปีนี้ยอดส่งออกข้าวลดลง 42 % (y-o-y) โดยมีปริมาณการส่งออก 280,000 ตัน

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (21ก.พ.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินบาทและหลายสกุลเงินในเอเซียในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์จากการที่นักลงทุนมีแนวโน้มเข้ามาถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังจากคลายความวิตกเกี่ยวกับวิกฤติหนี้กรีซลง

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (21ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าข้อมูลยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐฯเดือนมกราคมที่จะประกาศในวันพุธจะเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ที่ส่วนใหญ่ชี้แนวโน้มไปในทางบวก ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่ประกาศออกมาช่วงนี้ชี้ไปในทางลบ

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (21ก.พ.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์จากการที่รัฐมนตรีคลังยูโรโซนบรรลุข้อตกลงอนุมัติแผนช่วยเหลือกรีซรอบสองวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร โดยนาย Jean-Claude Juncker กล่าวว่ามาตรการช่วยเหลือดังกล่าวรวมการปรับลดมูลค่าทางบัญชีของพันธบัตรกรีซลง 53.5% ซึ่งจะทำให้หนี้ของกรีซลดลงประมาณ 1 แสนล้านยูโร โดยนักลงทุนเอกชนที่ถือพันธบัตรกรีซรับผลการขาดทุนดังกล่าว อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรอ่อนลงเล็กน้อยในช่วงท้ายตลาด

 

Capital Market

          -  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (21ก.พ.) ดัชนีดาวโจนศืปิดตลาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันนี้โดยมีปัจจัยเรื่องการได้รับความช่วยเหลือของกรีซเป็นตัวหนุนตลาดอย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์กล่าวว่าตลาดได้ปรับตัวรับข่าวดังกล่าวไปมากก่อนหน้านี้แล้ว

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (21ก.พ.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.23% ในวันนี้ โดยมีปัจจัยลบมาจากข่าวที่ว่าบริษัทมาสด้ามอร์เตอร์จะระดมทุน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯโดยการขายหุ้นและการกู้เงินเพื่อปรับปรุงฐานะการเงินของบริษัท ขณะเดียวกันนักลงทุนก็มองว่าขณะนี้หุ้นบางตัวของญี่ปุ่นมีราคาเพิ่มขึ้นมากเกินไป อย่างไรก็ดีตลาดหุ้นวันนี้ก็ได้ปัจจัยบวกจากการที่รัฐมนตรีคลังยูโรโซนบรรลุข้อตกลงอนุมัติแผนช่วยเหลือกรีซรอบสองวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.75%  โดยมีปัจจัยบวกจากข่าวกรีซได้รับเงินช่วยเหลือ ขณะเดียวกันหุ้นในกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือและทางอากาศก็ได้รับผลลบจากการที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันที่อาจส่งผลต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจ สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.25%

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (21 ก.พ)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่รัฐมนตรีคลังยูโรโซนบรรลุข้อตกลงอนุมัติแผนช่วยเหลือกรีซรอบสอง โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ปิโตรเคมี และพลังงาน โดย SET INDEX ปิดตลาดที่ 1,140.39 เพิ่มขึ้น 4.47 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 22 กุมภาพันธ์  2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment