Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย PDF Print E-mail
Thursday, 23 February 2012 09:03

KBank Market Watch

 

          ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 0.23% จากการที่มีแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน และอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่มีแรงซื้อกลุ่มแบงก์ โดยนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากที่สถานการณ์ในยุโรปออกมาเป็นผลดีต่อกรีซที่จะได้เงินกู้ อีกทั้งนักลงทุนยังไม่มั่นใจในการแก้ปัญหาระยะยาวของยุโรป อย่างไรก็ดีเงินไหลเข้ายังคงมีต่อเนื่อง โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.31พันล้านบาท

          USD/THB ปิดตลาดที่ระดับ 30.55 (รอยเตอร์ปิดที่ 30.59) แข็งค่าสวนทางภูมิภาคเมื่อวานนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากเงินทุนที่ยังไหลเข้าเอเชีย และการคลายความกังวลต่อการออกกฎหมายรองรับแผนบริหารจัดการน้ำในประเทศ วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 30.65

 

การเคลื่อนไหวของตลาดที่สำคัญ

          ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 0.23% จากการที่มีแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน และอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่มีแรงซื้อกลุ่มแบงก์ โดยนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากที่สถานการณ์ในยุโรปออกมาเป็นผลดีต่อกรีซที่จะได้เงินกู้ อีกทั้งนักลงทุนยังไม่มั่นใจในการแก้ปัญหาระยะยาวของยุโรป อย่างไรก็ดีเงินไหลเข้ายังคงมีต่อเนื่อง โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.31พันล้านบาท

          วานนี้ศาลรัฐธรรมนูญตีความพรก.เงินกู้และการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูไม่ผิดรัฐธรรมนูญ นักลงทุนรอจำนวนเงินที่จะกู้ในประเทศที่จะกระทบตลาดพันธบัตร

          ตัวเลขดัชนีการจัดซื้อ หรือ PMI ด้านการผลิตของเยอรมนีออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศใหญ่อันดับหนึ่งของยุโรป แม้ PMI ของฝรั่งเศสออกมาดีขึ้น หุ้นยุโรปวานนี้ร่วงลงจากความเชื่อมั่นดังกล่าว และการขายทำกำไรหลังกรีซได้เงิน

          ตลาดหุ้นสหรัฐฯ DJIA ลบ 0.21% โดยมีแรงขายจากความกังวลต่อสถานการณ์ในยุโรปที่ยังไม่สิ้นสุด จากที่เกรงว่ามูลค่าหนี้ยังคงเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งหุ้นก่อสร้างบ้านร่วงลงจากตัวเลขยอดขายบ้านออกมาต่ำหว่าที่ตลาดคาด

          ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.ปรับเพิ่มขึ้น 0.03ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล สู่ระดับ 106.28 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล จากความกังวลต่อปัญหานิวเคลียร์อิหร่านกับชาติตะวันตก หลังไม่สามารถเจรจากับเจ้าหน้าที่ของยูเอ็นที่ดูแลเรื่องนิวเคลียร์ได้

          ราคาทองตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.ปรับขึ้น 12.80 ดอลลาร์/ออนซ์ สู่ระดับ 1,771.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ โดยทองปรับขึ้นหลังจากที่ลดลงในช่วงแรกจากปัจจัยทางเทคนิค อีกทั้งมีความกังวลต่อการขาดแคลนแรงงานในเหมืองพลาตินัมในแอฟริกาใต้ ที่อาจหนุนให้ราคาเพิ่มขึ้น

 

สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยน

          EUR/USD ปิดตลาดขึ้นมาที่ 1.3249 โดยแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1.3214-1.3263 โดยยูโรปรับอ่อนค่าในช่วงแรกหลังการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของยูโรโซน โดยตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (PMI) ของเยอรมันลดลงจาก 51.0 ในเดือนมกราคมมาอยู่ที่ 50.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ ในขณะที่ PMI ของฝรั่งเศสปรับเพิ่มขึ้นจาก 48.2 ในเดือนมกราคมมาอยู่ที่ 50.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วน PMI ของกลุ่ม Eurozone ในภาพรวมปรับเพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 50.0 อย่างไรก็ดี ยูโรได้รีบาวน์ขึ้นมาแม้ว่าในช่วงเย็น Fitch ได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของกรีซจาก CCC เหลือ C

          USD/JPY ปิดตลาดที่ระดับ 80.29 ทะลุระดับ 80 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม โดยเยนปรับอ่อนค่าตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

          GBP/USD ปิดตลาดที่ระดับ 1.5669 โดยปรับอ่อนค่าหลังจากธนาคารกลางอังกฤษเปิดเผยรายงานการประชุมของวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ว่ามีผู้กำหนดนโยบาย 2 ใน 9 ท่านเสนอให้ธนาคารกลางอังกฤษเพิ่มวงเงินซื้อสินทรัพย์ 7.5 หมื่นล้านปอนด์ ขณะที่อีก 7 ท่านเสนอจำนวน 5 หมื่นล้านปอนด์ ทำให้นักลงทุนประหลาดใจว่ามี 2 ท่านที่เสนอให้ผ่อนคลายนโยบายทางการเงินมากกว่าที่ได้ทำไป

          สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่ปรับแข็งอ่อนค่า นำโดยอินโดนีเซียรูเปียร์ วอนเกาหลีใต้ และมาเลเซียริงกิต จากแรงขายทำกำไร ขณะที่จุดสนใจของตลาดเปลี่ยนไปอยู่ที่ความสามารถของกรีซในการปรับโครงสร้างหนี้หลังได้รับเงินช่วยเหลือรอบสอง แต่นักลงทุนยังคงต้องการเข้าซื้อสกุลเงินเอเชียเมื่อปรับตัวอ่อนค่าซึ่งได้ช่วยจำกัดช่วงติดลบ ขณะที่บางสกุลเงิน อาทิ รูปีของอินเดียและบาทปรับตัวขึ้นจากเงินทุนที่ไหลเข้าประเทศ

          USD/THB ปิดตลาดที่ระดับ 30.55 (รอยเตอร์ปิดที่ 30.59) แข็งค่าสวนทางภูมิภาคเมื่อวานนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากเงินทุนที่ยังไหลเข้าเอเชีย และการคลายความกังวลต่อการออกกฎหมายรองรับแผนบริหารจัดการน้ำในประเทศ โดยเมื่อวานนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติวินิจฉัยให้การออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด

 

ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้

.... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

          www.twitter.com/KBankFX

          www.facebook.com/KBankFX

 

          อมรเทพ จาวะลา

          ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

          โทรศัพท์: 02 470 6749

          E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

          นลิน ฉัตรโชติธรรม

          ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

          โทรศัพท์: 02 470 3235

          E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

          พุฒิกุล อัครชลานนท์

          ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

          โทรศัพท์: 02 470 1031

          E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

          โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 23 ก.พ. 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1061
mod_vvisit_counterAll days1061

We have: 1060 guests online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 06, 2026

4151112