Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Friday, 24 February 2012 09:18

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

          -  ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการขยายเวลาการลดภาษีจ้างงานและให้สวัสดิการแก่ผู้ว่างงานออกไปจนถึงปลายปีนี้ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีจ้างงานและให้สวัสดิการแก่ผู้ว่างงานตลอดปีนี้เมื่อวันศุกร์ (17 ก.พ. 55)ที่ผ่านมา โดยกฎหมายดังกล่าวระบุว่า จะขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีจ้างงาน 2% สำหรับชาวอเมริกัน 160 ล้านคน และให้สวัสดิการแก่ประชาชนที่ถูกเลิกจ้างงานมาเป็นเวลากว่า 6 เดือน นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดว่าไม่ให้ลดค่าตอบแทนในอัตราส่วนที่สูงมาก สำหรับแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยในโครงการประกันสุขภาพของรัฐบาล (Medicare)

          -  ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ทรงตัวที่ระดับ 351,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มต้นช่วงเศรษฐกิจถดถอยปี 2550-2552 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 354,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ลดลง 7,000 ราย มาอยู่ที่ 359,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังสอดคล้องกับข้อมูลที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยก่อนหน้านี้

 

ยุโรป: เยอรมนี

          -  มาร์กิต อิโคโนมิกส์ รายงานว่า ดัชนี PMI ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของยูโรโซนหดตัวลงสู่ระดับ 49.7 จุดในเดือนกุมภาพันธ์ จาก 50.4 จุดในเดือนมกราคม สวนทางกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นแตะที่ระดับ 50.5 จุด ทั้งนี้ ตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 จุดถือว่าอยู่ในภาวะหดตัว เนื่องจากมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณของหลายประเทศในยูโรโซนเป็นปัจจัยบั่นทอนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

          -  ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ไม่ได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการระงับโครงการเข้าซื้อพันธบัตร หรือโครงการตลาดหลักทรัพย์ (SMP) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อีซีบีเปิดโครงการนี้อีกครั้งในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2554 อีซีบีใช้เงินไปแล้ว 2.195 แสนล้านยูโรนับตั้งแต่เปิดโครงการ SMP ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2553 โดยอีซีบีเคยระงับโครงการนี้ไปเป็นเวลา 4 เดือนในช่วงเดือนเมษายน - กรกฎาคม 2554

 

กรีซ

          -  ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซ จาก "CCC" สู่ระดับ "C" โดยระบุว่ามีโอกาสสูงมากที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ แม้กรีซประกาศรายละเอียดของข้อตกลงสว็อปหนี้กรีซกับเจ้าหนี้เอกชนก็ตาม

 

เอเชีย: จีน

          -  ผู้บริหารหน่วยงานควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์เมืองเซี่ยงไฮ้กล่าวว่าทางการเซี่ยงไฮ้ยังไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์และจะยังคงดำเนินการตามเกณฑ์ที่ใช้ในการควบคุมการซื้อบ้านต่อไป โดยแถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก Shanghai Securities News ซึ่งเป็นหน่วยงานในเครือของ Xinhua news agency รายงานเมื่อวันพุธว่าทางการเซี่ยงไฮ้กำลังจะดำเนินการผ่อนคลายข้อจำกัดในการอนุญาตให้ประชาชนในเซี่ยงไฮ้สามารถซื้อบ้านหลังที่สองได้ ทั้งนี้นักวิเคราะห์จาก  Credit Suisse Group AG ในฮ่องกงมองว่าการแถลงดังกล่าวของผู้บริการระดับท้องถิ่นของเซี่ยงไฮ้ชี้ว่าผู้บริหารท้องถิ่นไม่ต้องการดำเนินการที่ขัดแย้งกับรัฐบาลกลางทั้งๆที่มีความตั้งใจจะผ่อนคลายมาตรการควบคุมดังกล่าว

          -  นักเศรษฐศาสตร์ 8 รายจาก 15 รายจากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนจะตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนปีนี้ต่ำกว่า 8% ในการแถลงรายงานต่อรัฐสภาของจีนในวันที่ 5 มีนาคมนี้ โดยค่าเฉลี่ยของการคาดการณ์เป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจจีนปีนี้จากการสำรวจฯอยู่ที่ 7.5% หลังจากที่ในช่วงปี 2548-2554 จีนคงระดับเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจในแต่ละปีไว้ที่ 8% โดยต่อเนื่องแม้จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกในปี 2551-2552 ก็ตาม

 

ญี่ปุ่น

          -  รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ความเชื่อมั่นในภาคการผลิตของญี่ปุ่นลดลงในเดือนกุมภาพันธ์สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในเดือนมีนาคม 2554  ซึ่งสิ่งนี้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจฟื้นตัวขึ้นได้อย่างยากลำบากหลังจากเศรษฐกิจตกต่ำลงในช่วงก่อนหน้านี้เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเยนและอุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดโลก ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทผู้ผลิตของญี่ปุ่นลดลง 6 จุด สู่ -11 ในเดือนกุมภาพันธ์  โดยการคำนวณดัชนีนี้ใช้วิธีนำเปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่คาดการณ์ในทางลบ มาหักลบออกจากบริษัทที่คาดการณ์ในทางบวก อย่างไรก็ดีเป็นที่คาดกันว่าความเชื่อมั่นในภาคการผลิตอาจปรับตัวขึ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า แต่อาจจะยังคงมีค่าติดลบ โดยดัชนีความเชื่อมั่นในภาคการผลิตอาจได้รับแรงหนุนจากสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และจากการที่เยนอ่อนค่าลงจากสถิติสูงสุด โดยผลสำรวจคาดว่า ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคการผลิตอาจเพิ่มขึ้นสู่ -4 จุดในเดือนพฤษภาคม ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทในภาคบริการลดลงในเดือนกุมภาพันธ์เช่นกันแต่ยังคงอยู่ในแดนบวก  โดยบริษัทในภาคดังกล่าวรวมถึงบริษัทก่อสร้าง, อสังหาริมทรัพย์ และบริษัทอื่นๆที่อาจได้รับประโยชน์จากการบูรณะซ่อมแซมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว โดยดัชนีของบริษัทในภาคบริการลดลง 1 จุด สู่ +5 ในกุมภาพันธ์ และคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ +5 ในเดือนพฤษภาคม โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะฟื้นฟูประเทศ

 

ไทย

          -  กระทรวงพลังงาน รายงานว่า การแจกคูปองส่วนลด โครงการ“สินค้าเบอร์ 5 ช่วยเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย รอบที่ 2” มีจำนวนผู้ประสบอุทกภัยที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ไปยื่นเรื่องขอรับคูปองส่วนลด มูลค่า 2,000 บาท เพื่อนำไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 ตั้งแต่วันที่ 10 – 20 กุมภาพันธ์ 2555 รวม 11 วัน เป็นจำนวน 623,129 ชุด หรือคิดเป็น 84.15% ของยอดคูปองทั้งหมด 751,207 ชุด คิดเป็นมูลค่า 1,254.7 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีประชาชนสนใจยื่นขอคูปองส่วนลดสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี 117,008 ชุด รองลงมาคือพระนครศรีอยุธยา 87,942 ชุด และกรุงเทพมหานคร 62,206 ชุด ขณะที่จังหวัดประชาชนสนใจยื่นขอคูปองน้อยที่สุดได้แก่ อุทัยธานี 978 ชุด ทั้งนี้ หากรวมยอดการแจกคูปองส่วนลดใน 2 รอบจะมีจำนวนถึง 878,053 ชุด คิดเป็นมูลค่า 1,756 ล้านบาท พร้อมทั้งคาดว่าจากโครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ประมาณ 8,000 – 9,000 ล้านบาท

          -  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในปี 2554 ลดลง 0.7% คิดเป็นการใช้ไฟฟ้า 158,963 ล้านหน่วย เนื่องจากช่วงหน้าร้อนมีสภาพอากาศเย็น และตั้งแต่ช่วงกลางปี ไทยประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพียง 0.1% พร้อมคาดว่าการใช้ไฟฟ้าในปี 2555 จะกลับสู่ภาวะปกติ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประมาณ 5% โดยเดือนมกราคม 2555 ที่ผ่านมา อัตราการใช้ไฟฟ้าขยายตัว 5.8% และแนวโน้มค่าไฟฟ้าน่าจะปรับขึ้น เนื่องจากแหล่งก๊าซที่ใช้ผลิตไฟฟ้าหลายแห่ง มีการแจ้งซ่อมบำรุงในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ส่งผลให้แหล่งก๊าซในพม่าจะหยุดส่งก๊าซทั้งระบบ ประมาณ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทั้งนี้ หากคิดตามต้นทุนผลิตไฟฟ้าขณะนี้ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน คาดว่าจะส่งผลให้มีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) งวดหน้ามากกว่า 20-30 สตางค์ต่อหน่วย

          -  กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า รัฐบาลไทย-ลาวตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนร่วมกันขยายตัวเพิ่มเป็น 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2558 พร้อมวางแผนความร่วมมือกัน 3 ด้าน ทั้งอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน แก้ปัญหาการเข้าสู่ตลาด และร่วมมือด้านวิชาการ ทั้งนี้ ในปี 2554 การค้าระหว่างประเทศ 2 ฝ่ายมีมูลค่ารวม 3,919 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 35.8% จากปี 53 โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ เช่น สินแร่โลหะ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ไม้ซุง เป็นต้น

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (23ก.พ.)ค่าเงินบาทแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ซึ่งตรงข้ามกับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่ที่อ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยปัจจัยที่สนับสนุนการแข็งค่าของเงินบาทช่วงนี้มาจากการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศโดยส่วนหนึ่งเข้ามาในตลาดทุนและอีกส่วนหนึ่งเป็นเงินประกันภัยที่ไหลเข้ามาในช่วงนี้เพื่อชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปีก่อน

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (23ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้หลังจากแข็งขึ้นมาต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ปัจจัยเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและแนวโน้มนโยบายการเงินยังหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในระยะนี้

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (23ก.พ.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพุธโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่กรีซได้รับความช่วยเหลือทางการเงินรอบสอง อย่างไรก็ดีแนวโน้มค่าเงินยูโรยังผันผวนตามแนวโน้มของวิกฤติหนี้ยุโรป

 

Capital Market

          -  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (23ก.พ.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดีหลังข้อมูลบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงฟื้นตัว แต่ตลาดหยุดชะงักเมื่อเข้าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อนการล้มละลายของเลห์แมน บราเธอร์สปี 2551 ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 46.02 สู่ระดับ 12,984.69, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 5.80 จุด สู่ระดับ 1,363.46 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 23.81 จุด สู่ระดับ 2,956.98

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (23ก.พ.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.44% ในวันนี้จากการที่ค่าเงินเยนอ่อนลงต่อเนื่องซึ่งส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ในทางบวกเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการของผู้ส่งออกในญี่ปุ่น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.25% โดยวันนี้ตลาดหุ้นจีนได้รับปัจจัยลบจากการที่ทางการเซี่ยงไฮ้ออกมายืนยันการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อไปหลังจาก Shanghai Securities News รายงานก่อนหน้านั้นถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมในการซื้อบ้านหลังที่สอง ขณะเดียวกันผลการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดย Bloomberg พบว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่านายกรัฐมนตรีจีนจะกำหนดเป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ต่ำกว่า 8% ในการรายงานต่อสภาในวันที่ 5 มีนาคมนี้หลังจากที่คงเป้าหมายการเติบโตที่ 8% ต่อเนื่องในช่วงปี 2548-2554 แม้ว่าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกในปี 2551-2552 สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดลดลง  0.78%

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (23 ก.พ)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเปิดตลาดก่อนที่จะปรับตัวลดลงในเวลาต่อมาโดยมีแรงขายมากออกมาในหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ดีดัชนีได้ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงบ่าย โดยวันนี้ SET INDEX ปิดตลาดที่ 1,140.07 เพิ่มขึ้น 2.25 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 24 กุมภาพันธ์  2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment