| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Friday, 06 July 2012 09:14 | |||
|
สหรัฐอเมริกา
- ยอดการจ้างงานภาคเอกชนทั่วสหรัฐฯ ที่จัดทำโดย ADP Employer Services ในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 176,000 ตำแหน่ง จากที่เพิ่มขึ้น 136,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม (เป็นตัวเลขที่ได้รับการทบทวนแล้ว) ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 104,000-ตำแหน่ง โดยเป็นการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตสินค้า เพิ่มขึ้น 16,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคบริการจ้างงานเพิ่มขึ้น 160,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ เมื่อเทียบตามขนาดพบว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 499 คน ได้เพิ่มการจ้างงาน 11,000 ตำแหน่ง ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางที่มีพนักงาน 50-499 คน ได้จ้างพนักงานเพิ่ม 72,000 ตำแหน่ง และบริษัทขนาดเล็กที่มีลูกจ้างไม่ถึง 50 คน ได้เพิ่มการจ้างงาน 93,000 ตำแหน่ง
- ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายนลดลง 14,000 ราย มาอยู่ที่ 374,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม จากระดับ 388,000 ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการปรับทบทวนขึ้นจากระดับ 386,000 รายในรายงานก่อนหน้านี้ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่ายอดผู้ขอรับสวัสดิการในสัปดาห์ที่แล้วจะอยู่ที่ 385,000 ราย สำหรับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ลดลง 1,500 ราย มาอยู่ที่ 385,750 ราย ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 23 มิถุนายนเพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 3.31 ล้านราย
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)ภาคบริการที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ในเดือนมิถุนายนลดลงสู่ระดับ 52.1 จากระดับ 53.7 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 53.0
ยุโรป: สหภาพยุโรป
- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.75%
- สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท เปิดเผยว่ายอดค้าปลีกยูโรโซนในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.6% (m-o-m) หลังจากที่หดตัวลง 1.4% ในเดือนเมษายน แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดค้าปลีกร่วงลง 1.7% (y-o-y) ส่วนยอดค้าปลีกของสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีสมาชิก 27 ประเทศ ปรับขึ้น 0.6% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับที่ปรับตัวลง 1.4% ในเดือนเมษายน และหากเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2554 ยอดค้าปลีกของอียูขยับลง 0.3%
- Markit Economics รายงานดัชนี Purchasing Managers’ Index (PMI) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดภาคการผลิตและภาคบริการของยูโรโซนในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 46.4 (ต่ำกว่า 50 ถือว่าหดตัว) จาก 46.0 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 เนื่องจากมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณของหลายประเทศในยูโรโซน ส่งผลให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังไม่กระเตื้อง และบริษัทยุโรปหลายแห่งลดการจ้างงานลง
เยอรมนี
- ดัชนี PMI ภาคบริการของเยอรมนี ร่วงลงแตะ 49.9 ในเดือนมิถุนายน จาก 51.8 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคบริการประสบกับภาวะชะงักงัน หลังจากที่มีการขยายตัวขึ้นในเดือนก่อนหน้า โดยตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัว
ฝรั่งเศส
- ผลสำรวจ ของ Markit/CDAFพบว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของฝรั่งเศสหดตัวเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนมิถุนายน แม้ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนพฤษภาคม โดยพุ่งสู่ระดับ 47.9 จาก 45.1 ในเดือนพฤษภาคม โดยได้แรงหนุนจากยอดสั่งซื้อใหม่ที่ลดลงในอัตราที่ชะลอลง แต่การคาดการณ์ภาวะธุรกิจดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าวิตกสำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจ
อิตาลี
- สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี หรือ Istat เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลงบประมาณของอิตาลีเพิ่มขึ้นเป็น 8% ของจีดีพีในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ จาก 7% ในช่วงเดียวกันของปี 2554 เนื่องจากค่าใช้จ่ายของรัฐเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการเก็บภาษีลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจอ่อนแกลง Istat รายงานว่า การใช้จ่ายโดยรวมของภาครัฐเพิ่มขึ้น 1.3% ในไตรมาสแรกเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่รายได้โดยรวมจากการเก็บภาษีลดลง 1% ทั้งนี้ รัฐบาลอิตาลีตั้งเป้าตัวเลขขาดดุลงบประมาณปีนี้ไว้ที่ 1.7% ของจีดีพี ต่ำกว่าตัวเลขขาดดุลปีที่แล้วที่ 3.9% กว่าครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ รัฐบาลอิตาลียังให้คำมั่นว่าจะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากการขาดดุลงบประมาณภายในปี 2556 และหลังจากนั้นจะต้องมีตัวเลขเกินดุลงบประมาณ 5% ของจีดีพี ซึ่งจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความมั่นคงของประเทศ
- นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติของอิตาลี กล่าวหลังการพบปะกับนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคลของเยอรมนีในกรุงโรมว่า อิตาลีและเยอรมนีสามารถร่วมกันช่วยให้ยุโรปพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจได้ ซึ่งหมายถึง การมีเครื่องมือด้านนโยบายเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้อียูโดยรวมมีศักยภาพในการแข่งขัน โดยมีเยอรมนีเป็นตัวอย่างที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ผู้นำอิตาลีระบุว่าอิตาลีไม่ต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศ จึงไม่ต้องการร้องขอความช่วยเหลือใดนอกเหนือจากกลไกช่วยเหลือในปัจจุบันในอียู
อังกฤษ
- Markit/CIPS เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของอังกฤษเดือนมิถุนายน ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.3 จาก 53.3 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งการที่ภาคบริการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงน่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สร้างความวิตกแก่เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของอังกฤษ
กรีซ
- รัฐมนตรีคลังคนใหม่ของกรีซ เปิดเผยว่า กรีซอาจต้องเผชิญกับภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยคาดว่าเศรษฐกิจกรีซปี 2555 จะหดตัวลง 6.7% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าจะหดตัว 4.5% โดยเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้จะหดตัวลงถึง 6.5% และในไตรมาสที่ 3 จะหดตัวถึง 9.1%
ไอร์แลนด์
- มูดีส์ อินเวสต์เตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารอัลสเตอร์ (Ulster Bank) ของไอร์แลนด์ จาก A2 สู่ A3
ไซปรัส
- นายวาสซอส เชียร์ลีย์ รัฐมนตรีคลัง กล่าวว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่ม troika ซึ่งประกอบด้วยสหภาพยุโรป (อียู), ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่เดินทางเยือนไซปรัส ยังคงอยู่ระหว่างการประเมินว่าภาคธนาคารของไซปรัสต้องการเงินจำนวนเท่าใด ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์หรือประมาณวันที่ 16 กรกฎาคม จึงจะได้ข้อสรุป ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้รัฐบาลไซปรัสระบุว่าต้องการเงินเพียง 2.3 พันล้านยูโร โดยเงิน 1.8 พันล้านยูโรจะนำไปช่วยเหลือธนาคารไซปรัส ป๊อปปูลาร์ แบงก์ และอีก 500 ล้านยูโรสำหรับธนาคารแบงก์ ออฟ ไซปรัส
เอเชีย: จีน
- เจ้าหน้าที่อาวุโสของหน่วยงานควบคุมระบบธนาคารพาณิชย์ของจีนกล่าวว่าการที่ทางการจีนจะนำกฎระเบียบในการควบคุมธนาคารพาณิชย์มาใช้มากขึ้นจะส่งผลให้การขยายสินเชื่อชะลอลงต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนของสินเชื่อต่อเงินฝากจะลดลงไปสู่ระดับประมาณ 75% ทั้งนี้กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่จะนำมาใช้มีแนวโน้มจะเข้มงวดมากกว่าเกณฑ์ควบคุมสัดส่วนของสินเชิ่อต่อเงินฝากเดิม อย่างไรก็ดีกฎระเบียบดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการร่างกฎหมายเพื่อที่จะนำมาใช้ปฏิบัติต่อไป โดยขณะนี้ยังไม่ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ
- จีนจะเปิดเผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำไตรมาส 2 ในวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าเศรษฐกิจจีนอาจชะลอตัวลงอีกในไตรมาส 2 โดยจะขยายตัว 7.6% ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินในปี 2551/2552 ขณะที่การลงทุน, ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าปลีกปรับตัวลงโดยรวม ทั้งนี้ค่ากลางในการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 21 คนระบุว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 7.6% ในไตรมาส 2 ลดลงจาก 8.1% ในไตรมาสแรก และเป็นอัตราต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2552 ซึ่งขณะนั้นเศรษฐกิจขยายตัว 6.6% ทั้งนี้การขยายตัวของจีดีพีที่ 7.6% จะทำให้อัตราการเติบโตสูงกว่าเป้าหมายต่อปีที่ 7.5% เพียงเล็กน้อย และจะสนับสนุนการคาดการณ์ในตลาดที่ว่าเศรษฐกิจจีนอาจขยายตัว 8.2% ในปีนี้ ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 13 ปี โดยนักวิเคราะห์หวังว่า เศรษฐกิจจีนจะแตะระดับต่ำสุดในไตรมาส 2 และจะปรับตัวขึ้นในไตรมาส 3 ขณะที่จีนจะทำการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น และจะเร่งการใช้จ่ายในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน
- ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี ลง 0.25% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.31% โดยมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2555 โดยการลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเกือบ 1 เดือน หลังจากที่เพิ่งประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากลง 0.25% ไปเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกของธนาคารกลางจีนนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 นอกจากนี้ ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า ธนาคารกลางจะอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับผู้กู้ยืมลง 30% ซึ่งมากกว่าก่อนหน้านี้ที่ปรับลดลง 20% แต่ให้คงเพดานของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองเอาไว้เท่าเดิม โดยมีเป้าหมายที่จะควบคุมการเก็งกำไรในการซื้อบ้าน
ญี่ปุ่น
- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้ปรับเพิ่มการประเมินภาวะเศรษฐกิจระดับภูมิภาคของทั้ง 9 ภูมิภาคของประเทศ ขณะที่การอุปโภคบริโภคและการใช้จ่ายที่แข็งแกร่งในภาคเอกชนเพื่อฟื้นฟูประเทศจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในปีที่แล้วเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจ ทั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2552 ที่บีโอเจได้ปรับเพิ่มการประเมินภาวะเศรษฐกิจของทั้ง 9 ภูมิภาค โดยหลายภูมิภาคระบุว่า เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นปานกลาง หรือกำลังปรับตัวขึ้น ทั้งนี้นายมาซาอากิ ชิราคาวะ ผู้ว่าการบีโอเจกล่าวว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวปานกลาง แต่ก็เตือนว่าวิกฤติหนี้ของยุโรปยังคงเป็นความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ
- นายมาซาเอกิ ชิรากาวา ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่าสถานการณ์เกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปยังคงเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น และเขาเตือนเกี่ยวกับแนวโน้มผลกระทบที่มีต่อระบบการเงินของญี่ปุ่น โดยตลาดการเงินโลกยังคงวิตกเกี่ยวกับปัญหาหนี้ของยุโรป ดังนั้นญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยบีโอเจกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 1%, ผ่อนคลายนโยบายการเงินในเดือนกุมภาพันธ์ และดำเนินมาตรการกระตุ้นด้านการเงินตามมาในเดือนเมษายนเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะขจัดภาวะเงินฝืดซึ่งส่งผลกระทบต่อญี่ปุ่นมานานกว่า 10 ปี ทั้งนี้บีโอเจคงนโยบายการเงินนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และคาดว่าจะคงนโยบายการเงินอีกครั้งในการทบทวนนโยบายอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าจากสัญญาณบ่งชี้เพิ่มขึ้นว่าเศรษฐกิจกำลังกระเตื้องขึ้น นอกเสียจากว่าการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของเยนจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ฟิลิปปินส์
- Standard&Poor’s ปรับเพิ่มอันดับเครดิตของฟิลิปปินส์มาอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี โดยต่ำกว่าระดับ Investment Grade เพียง 1 ระดับ ซึ่งส่งผลให้เป้าหมายของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในการที่จะให้อันดับความน่าเชื่อถือของฟิลิปปินส์อยู่ในระดับ Investment Grade ใกล้ที่จะเป็นจริงมากขึ้น โดย S&P ได้แถลงว่าได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือหนี้สินระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศขึ้น 1 ระดับจาก BB เป็น BB+ โดยมีแนวโน้ม Stable
ไทย
- นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบสำหรับข้อเรียกร้องของภาคเอกชนที่ต้องการให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้จากการลงทุนจากต่างประเทศ และตั้งข้อสังเกตถึงสถานการณ์และวิธีการดำเนินการ หลังปัจจุบันกฎหมายไทยให้การยกเว้นภาษีเงินปันผลสำหรับบริษัทลูกในไทยของบริษัทจดทะเบียน และบริษัทลูกของบริษัทจำกัดที่ประกอบกิจการในไทยได้รับยกเว้นภาษีปันผล 5 พร้อมระบุว่าภาคเอกชนไทยหลายแห่งได้มีการตั้งบริษัทลูกในต่างประเทศ เพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย หลังในหลายประเทศมีอัตราภาษีที่ต่ำกว่าไทย ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 23%ในปีนี้ และจะลดเหลือ 20% ในปี 2556
Money Market
- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 5 ก.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจยุโรปมากกว่าที่คาดไว้ส่งผลให้ความต้องการถือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำมีมากขึ้น
- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 5 กค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยในวันนี้ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นกล่าวว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรปมีมากขึ้นในวันนี้ส่งผลให้ความต้องการถือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดีเยนอ่อนลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ
- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 5 ก.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนจะอ่อนลงในช่วงบ่าย โดยข้อมูลเศรษฐกิจเมื่อวันพุธชี้ว่าเศรษฐกิจ euro-area ชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ Composite index ภาคการผลิตและบริการของ euro-area เดือนมิถุนายนชี้ภาวะหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยดัชนีฯอยู่ที่ 46.4 ขณะที่ดัชนีภาคบริการของเยอรมนีลดลงมาอยู่ที่ 49.9 ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 50.3 และชี้ถึงการหดตัว ขณะเดียวกันตลาดก็รอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันนี้ นอกจากนี้ตลาดคาดว่าตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานของเยอรมนีเดือนพฤษภาคมจะลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า
Capital Market
- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (5 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับลดลงในวันนี้แม้ธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางจีนลดอัตราดอกเบี้ยลง โดยนักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯในวันนี้ซึ่งคาดว่าจะบ่งชี้ถึงการขยายตัวที่ซบเซา
- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (5 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ข้อมูลเศรษฐกิจยุโรปชี้ว่าเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง โดยข้อมูล Composite index ภาคการผลิตและบริการของ euro-area เดือนมิถุนายนชี้ภาวะหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ทั้งนี้ดัชนีของ euro-area อยู่ที่ 46.4 ขณะที่ดัชนีภาคบริการของเยอรมนีลดลงมาอยู่ที่ 49.9 ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 50.3 และชี้ถึงการหดตัว อย่างไรก็ดีตลาดก็รอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.27% สำหรับตลาดหุ้นจีนวันนี้ถูกกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการควบคุมภาคธนาคารพาณิชย์ในจีนมากขึ้นซึ่งอาจจะส่งผลต่อการขยายสินเชื่อและการคาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนจะไม่ผ่อนคลายมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงก็เป็นปัจจัยถ่วงหุ้นกลุ่มพลังงานและวัสดุ อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่จะแถลงออกมาในสัปดาห์หน้า โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 1.16% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.50%
- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (5 ก.ค) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆในช่วงเช้าวันนี้โดยนักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันนี้ โดยในช่วงบ่ายดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้วันนี้ SET INDEX ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 7.65 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 6 กรกฎาคม 2555
|
Comments