Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 29 June 2012 09:32

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

-  ตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงประจำไตรมาส 1/2555 ขยายตัว 1.9% ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขประมาณการครั้งก่อน และเป็นไปตามที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาด เนื่องจากการบริโภคส่วนบุคคลและการส่งออกที่ถูกปรับทบทวนลงได้รับการชดเชยด้วยการลงทุนทางธุรกิจที่มีการปรับทบทวนขึ้น โดยการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 2.5% จากที่ขยายตัว 2.7% ในการประเมินเบื้องต้น และ 2.1% ในไตรมาส 4 ของปี 2554 ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนในส่วนที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย เช่น โรงงาน อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ เพิ่มขึ้น 3.1% จากที่ขยายตัว 1.9% ในการประเมินครั้งก่อน และ 5.2% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้วด้านการส่งออกขยายตัว 4.2% ซึ่งถูกปรับทบทวนลงจากตัวเลขประมาณการก่อนหน้านี้ที่ 7.2% อย่างไรก็ดี ตัวเลขส่งออกล่าสุดยังสูงกว่าอัตราขยายตัวที่ 2.7% ไตรมาส 4/2554 ขณะการนำเข้าในไตรมาส 1/2555 ขยายตัว 2.7% จากที่ขยายตัว 6.1% ในรายงานก่อนหน้านี้ และ 3.7% ในไตรมาส 4/2554

-  ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 23 มิถุนายน ลดลง 6,000 ราย สู่ระดับ 386,000 ราย   จากระดับ 392,000 รายในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการปรับทบทวนขึ้นจากระดับ 387,000 รายในรายงานก่อนหน้านี้ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการในสัปดาห์ที่แล้วจะอยู่ที่ 385,000 ราย ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ลดลงเพียง 750 ราย มาอยู่ที่ 386,750 ราย ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ลดลง 15,000 ราย สู่ระดับ 3.3 ล้านราย ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 16 มิถุนายน

 

ยุโรป: เยอรมนี

-  นาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ยังคงคัดค้านการใช้ Euro Bond เพื่อช่วยเหลือประเทศในยูโรโซนที่ประสบวิกฤตการเงิน และมีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระดับสูง ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและการเงินแข็งแกร่งอย่างเยอรมนีต้องแบกรับภาระอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น โดยนาง Merkel มองว่านโยบายดังกล่าวไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องในการแก้ไขวิกฤตการเงินยูโรโซน

 

อิตาลี

-  ธนาคาร Banca Monte dei Paschi di Siena ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ของอิตาลีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ประกาศเตรียมปรับลดจำนวนพนักงาน 4,600 ตำแหน่งภายในปี 2558 ทั้งนี้ ล่าสุดนาย Antonio Vigni ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารดังกล่าว ระบุว่าธนาคารจะขอรับความช่วยเหลือทางการเงินขั้นต้นจากรัฐบาลอิตาลีเพียง 1.5 พันล้านยูโร ซึ่งต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ที่สูงกว่า 3 พันล้านยูโร

 

ไซปรัส

-  บรรดารัฐมนตรีคลังยูโรโซน เปิดเผยว่า มาตรการช่วยเหลือทางการเงินสำหรับไซปรัสจะเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขที่เข้มงวดด้านนโยบายการคลัง การปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการลดหนี้สินของภาคธนาคาร โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จะมีส่วนร่วมในความช่วยเหลือทางการเงินดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ให้แสดงพันธสัญญาว่ายูโรโซนจะใช้มาตรการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับความช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งมีแนวโน้มจะมีวงเงินน้อยกว่าความช่วยเหลือสำหรับกรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกสอย่างมาก ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังยูโรโซนกล่าวว่าจะมีการจัดสรรความช่วยเหลือผ่านทางกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) หรือทางกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) ที่จะเริ่มดำเนินการในเร็วๆนี้

 

รัสเซีย

-  สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นของรัสเซียจากระดับ A3 เป็น A2 และยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศที่ BBB และตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินรูเบิลที่ระดับ BBB+ พร้อมให้แนวโน้มความน่าเชื่อถือในระยะยาวที่ "มีเสถียรภาพ" โดยระบุถึงหนี้สินของรัฐบาลที่ระดับต่ำ

 

เอเชีย: จีน

-  รายงานของแบงก์ ออฟ คอมมูนิเคชันส์ เปิดเผยว่า ภาวะเงินเฟ้อของจีนน่าจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดในเดือนมิถุนายน เนื่องจากราคาอาหารลดลง โดยในรายงานระบุว่าอัตราการเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนซึ่งเป็นมาตรเงินเฟ้อที่สำคัญ จะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 2.4% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งลดลงจาก 3% ในเดือนพฤษภาคม รายงานฉบับนี้อ้างอิงข้อมูลจากสามกระทรวง ซึ่งระบุว่าราคาอาหารที่คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของการคำนวณดัชนี CPI ใน 50 เมืองหลักต่างปรับลดลง ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่าอุปทานที่สูงขึ้นส่งผลให้ราคาผักสดลดลงกว่า 25% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ส่วนราคาเนื้อสุกรลดลง 18% แม้มีนโยบายการเก็บสำรองของรัฐบาล รายงานคาดการณ์ว่าราคาอาหารจะปรับลดลงประมาณ 0.2 - 0.4% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ทั้งนี้รายงานดังกล่าวคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงอีกในไตรมาสที่ 3 ของปี 2555 เนื่องจากคาดว่าจะไม่มีแรงกระตุ้นใหม่ๆมาหนุนให้ราคาพุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อน่าจะสูงขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 4% ในไตรมาสที่ 4 ทั้งนี้จีนประมาณการภาวะเงินเฟ้อรายปีไว้ที่ 4%

 

ญี่ปุ่น

-  ยอดขายปลีกของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจช่วยให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีความต่อเนื่อง โดยกระทรวงการค้าของญี่ปุ่นรายงานว่ายอดขายปลีกในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 3.6% จากเดือนเดียวกันปีก่อน มากกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 2.9% หลังจากในเดือนเมษายนขยายตัว 0.7%

 

เกาหลีใต้

-  เกาหลีใต้เกินดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาสูงสุดในรอบ 6 เดือน เนื่องจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าและการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างประเทศลดลง โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานว่าการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนที่เกินดุลฯ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ไทย

-  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ปรับเพิ่มประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2555 สู่ระดับ 5.7% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 5.2 -6.2%) โดยระบุว่า การฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวเพียง 0.1% ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายลง การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มกลับมาทำการผลิตเพื่อตอบสนองอุปสงค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มากขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 55 คาดว่าจะทำให้การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกกลับเข้าสู่ระดับปกติได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ อุปสงค์ภายในประเทศภาคเอกชนคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความชัดเจนของการฟื้นตัวของภาคการผลิตที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ประกอบกับ ความจำเป็นในการบริโภคสินค้าเพื่อทดแทนทรัพย์สินที่เสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยและการลงทุนเพื่อฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนและเครื่องมือเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งนโยบายของภาครัฐมีส่วนสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้แรงงานรายวันและเงินเดือนข้าราชการ การรับจำนำข้าวเปลือก โครงการรถยนต์คันแรก โครงการบ้านหลังแรก และการทยอยปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นต้น ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาครัฐเองยังคงมีบทบาทในการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเปิกจ่ายตามแผนการบริหารจัดการน้ำในระยะยาวของภาครัฐวงเงินลงทุนรวม 350 พันล้านบาท ที่คาดว่าจะเริ่มทยอยลงทุนได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 55 เป็นต้นไปอย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกสินค้าและบริการจะชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเสี่ยงจากวิกฤติหนี้สาธารณะในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป

 

-  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนพฤษภาคม 2555 มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนจากการส่งออกที่กลับมาขยายตัวเป็นบวกอีกครั้งหลังจากหดตัวในรอบ 2 เดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นในเกือบทุกหมวดสินค้าและประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเทศจีน ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย ขณะที่การใช้จ่ายภายในประเทศปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนวัดจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่ง ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 137.5% สอดคล้องกับยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 14.7% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 4.2% (y-o-y) สำหรับการลงทุนภาคเอกชนก็มีสัญญาณดีขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัว 21.3%และปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ขยายตัว 85.8% นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนในหมวดก่อสร้างที่วัดจากภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ขยายตัว 14.0% เพิ่มขึ้นอย่างมากจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวเพียง 4.3% บ่งชี้ถึงการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (28 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปในวันพฤหัสและศุกร์นี้ โดยมีการคาดการณ์กันว่าจะมีการหารือกันเกี่ยวกับการร่วมมือกันทางด้านการคลัง การงเงิน และการเมือง อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์มองว่าจะยังไม่มีการตัดสินใจในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับมาตรการระยะสั้นที่จะช่วยลดความวิตกของตลาดเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรป

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (28 มิ.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ โดยวันนี้ค่าเงินเยนได้ปัจจัยหนุนจากการที่ตัวเลขยอดขายปลีกของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 3.6% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.9% ซึ่งชี้ว่าการใช้จ่ายของผุ้บริโภคในประเทศอาจช่วยให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการที่ผู้นำยุโรปยังมีความเห็นไม่ตรงกันในการแก้วิกฤติหนี้ยุโรปก็ส่งผลให้นักลงทุนถือสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น เยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้น

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 28 มิ.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปในวันพฤหัสและศุกร์นื้ โดยนายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการให้ยูโรโซนออกพันธบัตรร่วมกันเพื่อที่จะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของสเปนลดลง โดยเห็นว่าแนวทางดังกล่าวไม่ถูกต้อง

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (28มิ.ย.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลง 0.20% ในวันนี้โดยตลาดรอดูผลการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป ขณะเดียวกันการที่ศาลสูงสหรัฐฯสนับสนุนกฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพฯก็ส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มบริษัทประกันสุขภาพ

-  ตลาดหุ้นเอเชีย  เมื่อวันพฤหัส (28 มิ.ย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น  1.65% จากการที่ตัวเลขยอดขายปลีกของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ซึ่งชี้ว่าการใช้จ่ายของผุ้บริโภคในประเทศอาจช่วยให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกันตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯเดือนพฤษภาคมที่เพิ่มมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์และดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐฯที่ชี้ไปในทางบวกก็ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นและตลาดเอเซียโดยรวมในช่วงเช้าวันนี้เช่นกัน อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็รอดูผลการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปในวันที่ 28-29 มิถุนายน โดยนายกรัฐมนตรีเยอรมนีแสดงความไม่เห็นด้วยกับการให้ยูโรโซนออกพันธบัตรร่วมกันเพื่อที่จะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของสเปนลดลง ซึ่งความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนส่งผลต่อตลาดหุ้นจีนในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.95% และ 0.79% ตามลำดับ

-  ตลาดหุ้นไทย  เมื่อวันพฤหัส (28 มิ.ย) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าก่อนที่จะลดลงในช่วงเปิดตลาดภาคบ่ายและเพิ่มขึ้นหลังจากนั้น โดยวันนี้มีทั้งปัจจัยบวกและลบที่กระทบตลาด โดยปัจจัยบวกมาจากตัวเลขยอดขายปลีกของญี่ปุ่นที่ขยายตัวสูงกว่าที่คาด และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ชี้ไปในทางบวก อย่างไรก็ดีสถานการณ์วิกฤติหนี้ยุโรปก็กดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 5.34 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday747
mod_vvisit_counterAll days747

We have: 747 guests online
Your IP: 216.73.216.157
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 13, 2026

4201336