| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Monday, 16 July 2012 09:30 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จัดทำโดย Reuters/มหาวิทยาลัยมิชิแกนช่วงต้นเดือนกรกฎาคมลดลงสู่ระดับ 72 จุด จากระดับ 73.2 จุดในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในปีนี้ และสวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 73.5 จุด เนื่องจากตลาดแรงงานมีสัญญาณการฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย โดยการจ้างงานภาคเอกชนรายไตรมาสที่อ่อนแอที่สุดในรอบ 2 ปี ประกอบกับความผันผวนในตลาดหุ้น รวมถึงวิกฤตหนี้ยุโรปทำให้ภาคครัวเรือนชะลอการใช้จ่าย ซึ่งมีสัดส่วนราว 70% ของเศรษฐกิจ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงในเดือนนี้ทำให้ราคาเชื้อเพลิงลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ทั้งนี้ ตัวเลขประมาณการความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนเคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 71.5 - 76.5 จุด เมื่อเทียบที่เคลื่อนไหวในอัตราเฉลี่ยที่ 64.2 ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งล่าสุด และที่ 89 จุดในรอบ 5 ปี ก่อนช่วงที่เกิดภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจยาวนาน 18 เดือน ซึ่งสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2552
- ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.1% (m-o-m) แม้ราคาพลังงานปรับตัวลดลงอย่างหนักถึง 0.9% ในเดือนที่ผ่านมา และสวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลง 0.5% อันเป็นผลจากการได้รับปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือน รถบรรทุกขนาดเล็ก และอาหารสัตว์ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของดัชนี PPI ยังหนุนให้ดัชนีเงินเฟ้อขั้นพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวนเพิ่มขึ้น 0.2%
ยุโรป: สหภาพยุโรป
- สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท รายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.6% (m-o-m) หลังจากที่หดตัวลง 1.1% ในเดือนก่อน และหากเทียบรายปี ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลง 2.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมในสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีสมาชิก 27 ประเทศ ปรับขึ้น 0.5% ในเดือนพฤษภาคม หลังจากหดตัวลง 0.7% ในเดือนเมษายน แต่ตัวเลขการผลิตร่วงลง 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อิตาลี
- มูดีส์ อินเวสต์เตอร์ เซอร์วิส ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีลง 2 ขั้น จาก A3 สู่ระดับ Baa2 และคงมุมมองเชิงลบ เนื่องจากเศรษฐกิจอิตาลียังอยู่ในภาวะเปราะบาง รวมทั้งอัตราว่างงานมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้รัฐบาลอิตาลีมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถลดยอดขาดดุลงบประมาณได้ตามเป้าหมาย อันอาจสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลอิตาลีในระยะถัดไป
- มูดีส์ อินเวสต์เตอร์ เซอร์วิส ปรับลดคาดการณ์จีดีพีของอิตาลีว่าจะหดตัวลง 2% ในปีนี้ โดยระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะสั้นของอิตาลีย่ำแย่ลงมาก ทั้งในแง่ของอัตราการขยายตัวที่ช้าลงและตัวเลขจ้างงาน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ทำให้อิตาลีมีความเสี่ยงว่าจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการสร้างความแข็งแกร่งด้านการคลัง
- นายจอร์จิโอ สกินซี ผู้บริหารคอนฟินดุสเทรีย (Confindustria) ซึ่งเป็นสมาคมอุตสาหกรรมชั้นนำของอิตาลี กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อิตาลีจะปรับตัวลดลงอย่างน้อย 2.4% ในปีนี้นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยของ Confindustria ยังคาดการณ์ว่า จีดีพีอิตาลีจะปรับลดลงอีก 0.3% ในปี 2556
- นายอิกนาซิโอ วิสโก ผู้ว่าการธนาคารกลางอิตาลี กล่าวว่า เศรษฐกิจของอิตาลีจะปรับตัวลดลงเกือบ 2% ในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการคาดการณ์ที่ย่ำแย่กว่าการคาดการณ์ที่รัฐบาลระบุไว้เมื่อเร็วๆนี้ที่ 1.2% นอกจากนี้ นายสกินซี ให้ความเห็นว่า ความตั้งใจที่จะลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลลงเป็นสิ่งสำคัญต่อประเทศที่กำลังประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งมีหนี้สาธารณะคิดเป็นสัดส่วน 120% ของจีดีพี
- รัฐบาลอิตาลีขายตั๋วเงินคลังอายุ 1 ปี ได้ 7.5 พันล้านยูโร (9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ด้วยอัตราผลตอบแทน 2.697% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับลดลงจาก 3.972% ซึ่งเป็นผลตอบแทนของการขายตราสารหนี้ประเภทเดียวกันในเดือนมิถุนายน
กรีซ
- นายยานนิส คัทซูลาคอส นักเศรษฐศาสตร์ของกรีซได้แสดงความเห็นว่า ความคืบหน้าทางเศรษฐกิจของกรีซอาจจะยังไม่ปรากฏในปัจจุบัน แต่จะเห็นได้ชัด "ภายในสองถึงสามปี" ทั้งนี้ ภาครัฐได้นำสิ่งที่นายคัทซูลากอสกล่าวบางส่วนไปปรับใช้แล้ว อาทิ กรีซจะต้องปรับลดค่าแรงลง 30-40% ขณะที่เขารู้สึกพอใจที่กรีซยังอยู่ในยูโรโซน
จีน
- เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเป็นไตรมาสที่ 6 และเป็นอัตราขยายตัวที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลจีนในการเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง โดยสำนักงานสถิติของจีนรายงานว่าผลผลิตมวลรวมในประเทศของจีนไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 7.6% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัว 8.1% และต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 7.7%
- ผลผลิตด้านอุตสาหกรรมของจีนเดือนมิถุนายนขยายตัว 9.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์จากการสำรวจของรอยเตอร์ที่ 9.8% ขณะที่ยอดค้าปลีกในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 13.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน เทียบกับที่ขยายตัว 13.8% ในเดือนพฤษภาคม ส่วนการขยายตัวของการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (FAI) อยู่ที่ 20.4% ในช่วงครึ่งปีแรก เมื่อเทียบกับ 20.1% ที่คาดการณ์ไว้ในผลสำรวจของรอยเตอร์
เกาหลีใต้
- ธนาคารกลางเกาหลีใต้ลดการคาดการณ์แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ปีนี้เป็นครั้งที่สองหลังจากที่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้อย่างไม่คาดหมายและส่งสัญญาณว่าจะดำเนินมาตรการต่างๆอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องเศรษฐกิจของประเทศจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัว 3% ต่ำกว่าการคาดการณ์เมื่อเดือนเมษายนว่าจะขยายตัว 3.5% และที่คาดการณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อนว่าจะขยายตัว 3.7% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 2.7% ลดลงจากที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะอยู่ที่ 3.2%
สิงคโปร์
- เศรษฐกิจสิงคโปร์ไตรมาสที่ 2 หดตัวลงอย่างไม่คาดหมายจากผลของวิกฤติหนี้ยุโรปที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของสิงคโปร์ โดยกระทรวงการค้าของสิงคโปร์รายงานว่าผลผลิตมวลรวมในประเทศไตรมาส 2 ปีนี้ลดลง 1.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ( annualized) หลังจากไตรมาสแรกขยายตัว 9.4% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.6%อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนเศรษฐกิจสิงคโปร์ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9%
ไทย
- นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ระบุว่า ความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 5-6% ตามที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ประเมิน แต่ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ถึง 7% หลังมองว่าการเมืองไทยยังมีเสถียรภาพ ซึ่งอัตราการขยายตัวดังกล่าวมุ่งหวังเพื่อให้การทำงานมีเป้าหมาย แม้หลายหน่วยงานจะคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัว 6% ก็ตาม ขณะที่ในปี 2556 เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตแบบ V shape โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวถึง 7% พร้อมทั้งระบุว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2.27 ล้านล้านบาท เป็นการวางโครงสร้างในระยะ 7 ปี ซึ่งคงไม่มีงานก่อสร้างใดที่จะรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งหมดนี้ได้ในเวลารวดเร็ว แต่ถือเป็นการจัดวางงบประมาณให้เห็นชัดเจนถึงการลงทุนของรัฐบาลต่อความจำเป็นในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบน้ำ ระบบคมนาคม ระบบราง สนามบิน และยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อม ทั้งในแง่ของสกุลเงินบาทและสกุลต่างประเทศ
Money Market
- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 13 ก.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าแม้ว่าข้อมูลจีดีพีจีนและสิงคโปร์จะชี้แนวโน้มในทางลบ รวมทั้งธนาคารกลางเกาหลีใต้ลดการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ โดยนักลงทุนมองว่าทางการของประเทศต่างๆจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น
- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 13 กค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัสจากการที่ความต้องการถือเงินเยนมีมากกว่าปกติในภาวะที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤติหนี้ยุโรปที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนและสิงคโปร์ไตรมาส 2 และการปรับลดการคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบดังกล่าว
- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 13 ก.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่อ่อนลงมากเมื่อวันพฤหัส อย่างไรก็ดีโดยภาพรวมความวิตกเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปจะยังเป็นปัจจัยกดดันให้ค่าเงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนลง ทั้งนี้ Moody’s Investors Service ได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรอิตาลีลง 2 ขั้น และแถลงว่ามีความเป็นไปได้ที่จะลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีอีกในอนาคต อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้แข็งค่าขึ้นอีกเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
Capital Market
- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (13 ก.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.62% ส่วนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.65% และ 1.48% ตามลำดับ โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯได้ปัจจัยบวกจากการที่เจพีมอร์แกน เชส รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีกว่าการคาดการณ์ของตลาด ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานของธนาคารอื่นๆในสหรัฐฯจะออกมาดีเช่นกัน
- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (13 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าทางการของประเทศต่างๆมีแนวโน้มดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นหลังจากตัวเลขจีดีพีของจีนไตรมาส 2 ขยายตัวในอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยขยายตัว 7.6% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน หลังจากไตรมาสแรกขยายตัว 8.1% เศรษฐกิจสิงคโปร์ไตรมาส 2หดตัวอย่างไม่คาดหมายโดยหดตัว 1.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ( annualized) และธนาคารกลางเกาหลีใต้ลดการคาดการณ์แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้โดยคาดว่าจะขยายตัว 3% ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์เมื่อเดือนเมษายนว่าจะขยายตัว 3.5% โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.05% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 0.02% และ 0.35% ตามลำดับ
- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (13 ก.ค) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับภาวะตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมที่นักลงทุนมองแนวโน้มว่าทางการประเทศต่างๆจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นหลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีนและสิงคโปร์ไตรมาส 2 และการปรับลดการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจของธนาคารกลางเกาหลีใต้ ซึ่งชี้ถึงผลกระทบในทางลบจากวิกฤติหนี้ยุโรป โดยในช่วงบ่าย SET INDEX ได้ปรับเพิ่มขึ้นอีกหลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเมืองในประเทศลง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 17.16 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2555
|
Comments