| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Tuesday, 17 July 2012 10:35 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา
- ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนปรับตัวลดลง 0.5% หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนพฤษภาคม โดยเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% โดยความต้องการสินค้าปรับตัวลดลงทุกรายการ ตั้งแต่สินค้าอิเล็กทรอนิก ไปจนถึงรถยนต์ และวัสดุก่อสร้าง โดยยอดขายรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ปรับตัวลง 0.6% ขณะที่ยอดขายสินค้าอิเล็กทรอนิกลดลง 0.8% ยอดขายวัสดุก่อสร้างปรับตัวลดลง 1.6% และยอดขายที่สถานีบริการน้ำมันเบนซินลดลง 1.8% ซึ่งหากไม่นับรวมยอดขายรถยนต์ ยอดค้าปลีกลดลง 1.8% ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปลายปี 2511 ที่ยอดค้าปลีกของสหรัฐปรับตัวลงติดต่อกัน 3 เดือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเป็นไปอย่างยากลำบาก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นแรงผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 หรือ QE3
- สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.3% สู่ระดับ 1.58 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากเพิ่มขึ้น0.3% ในเดือนเมษายน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ส่วนใหญ่คาดว่าสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจจะเพิ่มขึ้น 0.2%
ยุโรป: สหภาพยุโรป
- นายเวอร์เนอร์ ฮอยเออร์ ประธานธนาคารเพื่อการลงทุนยุโรป (EIB) กล่าวว่าวิกฤตหนี้ยูโรโซนจะไม่ยุติลงภายในช่วง 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากแรงกดดันต่อประเทศสมาชิกและสหภาพยุโรป (อียู) นั่นเองที่ทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกตินั้นจะยังคงต้องใช้เวลานาน ซึ่งจะไม่ใช่เพียงแค่ 1 หรือ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ประธาน EIB เชื่อว่าสถานการณ์ทางการเมืองในการจัดการวิกฤตดังกล่าวอาจจะทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปในทางที่ดีขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม นายฮอยเออร์ กล่าวเตือนว่าไม่ควรประเมินศักยภาพของ EIB สูงเกินไปในการรับมือวิกฤตภูมิภาค เนื่องจาก EIB ไม่ใช่ยาวิเศษในการคลี่คลายวิกฤตดังกล่าว ทั้งนี้ EIB เป็นองค์กรของสหภาพยุโรปที่มุ่งเน้นในการปล่อยเงินกู้ระยะยาว
- ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่อีซีบีจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน หลังจากไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของอีซีบีลงสู่ 0 % จะช่วยกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงสู่ 0 % เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์จะไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆกลับคืนมาจากการนำเงินสดมาฝากไว้กับอีซีบี
- นายโยเซฟ บอนนิซี ผู้ว่าการธนาคารกลางมอลตาและเป็นหนึ่งในผู้กำหนดนโยบายของอีซีบี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าพึงพอใจที่ปริมาณเงินฝากช่วงข้ามคืนในอีซีบีดิ่งลงสู่ 3.25 แสนล้านยูโร จากระดับสูงกว่า 8 แสนล้านยูโรในวันก่อนหน้า และคาดว่าสิ่งนี้จะส่งผลให้ปริมาณการปล่อยกู้แก่ภาคเอกชนและผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณเงินในบัญชีกระแสรายวันของอีซีบีพุ่งขึ้นสู่ 5.40 แสนล้านดอลลาร์ จาก 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันก่อนหน้า และตัวเลขนี้เกือบสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในตัวเลขบัญชีเงินฝากช่วงข้ามคืนของอีซีบี
เยอรมนี
- สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เปิดเผยว่า สัญญาณบ่งชี้ที่ว่าศาลเยอรมนีอาจจะใช้เวลาหลายเดือนในการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) อาจเป็นอุปสรรคต่อการที่เยอรมนีจะมีส่วนร่วมใน ESM นั้น และเป็นปัจจัยลบสำหรับประเทศสมาชิกยูโรโซนทั้งหมด ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ของมูดี้ส์ระบุว่า ESM จะไม่สามารถดำเนินการได้ หากปราศจาการมีส่วนร่วมของเยอรมนี
- นายฌอง-คล็อด ยุงค์เกอร์ ประธานกลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน หรือยูโรกรุ๊ป ได้แสดงความคิดเห็นกับนิตยสาร Der Spiegel ของเยอรมนีว่าระยะเวลาที่นานเกินไปในการที่ศาลเยอรมนีจะใช้พิจารณาเกี่ยวกับกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) นั้นจะไม่เป็นผลดี
อิตาลี
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอิตาลีประกาศว่ารัฐบาลอิตาลีเตรียมจำหน่ายสินทรัพย์มูลค่า 20 พันล้านยูโร (24.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี เพื่อลดยอดหนี้สาธารณะลง 20% ของยอดหนี้สาธารณะทั้งหมด ภายในระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้ รัฐบาลอิตาลีคาดการณ์ยอดหนี้สาธารณะต่อ GDP ของอิตาลีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 120.1% ในปี 2554 เป็น 123.4% ในปี 2555
- มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์ 13 แห่งของอิตาลี โดยมีสาเหตุมาจากประวัติด้านสินเชื่อที่อ่อนแอของรัฐบาล การประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคาร 13 แห่งมีขึ้นเพียง 4 วันหลังจากที่มูดีส์ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีลงมาอยู่ที่ระดับ Baa2 จากระดับ A3 โดยให้แนวโน้มเป็นลบ
สเปน
- ประชาชนชาวสเปนนับพันพร้อมใจกันใส่ชุดดำ เพื่อประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติมของรัฐบาลมาเรียโน ราจอย ส่งผลให้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้ประท้วง ทั้งนี้ รัฐบาลสเปนประกาศใช้มาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 1 ปี โดยมีเป้าหมายการตัดลงขาดดุลงบประมาณให้ได้ 6.5 หมื่นล้านยูโร ไปจนถึงปี 2558 ซึ่งภายใต้แผนดังกล่าวประกอบด้วย การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 3 % ไปอยู่ที่ 21%,การตัดลดค่าจ้างและสวัสดิการลง, การยืดกำหนดเวลาเกษียณอายุจาก 65 ปี เป็น 67 ปี รวมทั้งการปฏิรูปภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
เอเชีย: จีน
- นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่าแรงขับเคลื่อนที่จะทำให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวยังไม่เกิดขึ้นในขณะนี้ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจจะดำรงอยู่ไปอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ดีการเติบโตของเศรษฐกิจก็ยังอยู่ในระดับเป้าหมายและมาตรการเศรษฐกิจต่างๆก็เริ่มเห็นผล ทั้งนี้ Nomura Holdings Inc คาดการณ์ว่าทางการจีนอาจประกาศรายละเอียดของมาตรการเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ขณะที่ China Securities Journal รายงานว่าทางการจีนอาจมีการประชุมกันในวันพุธนี้หลังจากนั้นอาจมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามมา
เกาหลีใต้
- สำนักงานศุลกากรเกาหลีใต้เปิดเผยว่ายอดเกินดุลการค้าของเกาหลีใต้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วมาอยู่ที่ระดับ 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากยอดการส่งออกชะลอตัวลงอันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนในต่างประเทศ เช่นวิกฤตหนี้ยุโรป และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ทั้งนี้ยอดการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวเพียง 0.6% สู่ระดับ 2.752 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ช้าลงเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2554 ที่สามารถขยายตัวได้แข็งแกร่งถึง 19% ขณะที่ยอดการนำเข้าขยายตัว 2.4% ในครึ่งแรกของปีนี้ สู่ระดับ 2.646 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ก็ขยายตัวช้าลงเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2554 ที่ขยายตัว 23.3% ทั้งนี้ยอดการส่งออกสินค้าจากเกาหลีใต้ไปยังสหรัฐฯในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 10.2% เพราะได้แรงหนุนจากการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ขณะที่ยอดการส่งออกจากเกาหลีใต้ไปยังประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น 6% และ 17.3% ตามลำดับ แต่ยอดการส่งออกไปยังจีนและสหภาพยุโรป (อียู) หดตัวลง 1.5% และ 16.1% ตามลำดับ
อินเดีย
- อัตราเงินเฟ้อของอินเดียในเดือนมิถุนายนลดลงอย่างไม่คาดหมายอย่างไรก็ดีก็ยังอยู่ในระดับสูงที่สุดของกลุ่มประเทศ BRIC ซึ่งประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ในระดับเกิน 7% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ซึ่งทำให้ธนาคารกลางอินเดียมีข้อจำกัดในการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินหลังจากที่ธนาคารกลางหลายแห่ง เช่น ธนาคารกลางยุโรปและจีนได้ลดอัตราดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้ โดยกระทรวงพาณิชย์ของอินเดียรายงานว่าดัชนีราคาค้าส่งเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 7.25% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 7.55% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 7.61%
อินโดนีเซีย
- มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศระบุว่าแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่ Baa3 ของอินโดนีเซียยังคงมีเสถียรภาพ โดยระบุถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง, หนี้รัฐบาลที่ระดับต่ำ และการบริหารทางการคลังที่รอบคอบในช่วงที่ผ่านมาของอินโดนีเซีย
ไทย
- สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศคงสิทธิ GSP ให้แก่สินค้าไทยรวมทั้งสิ้น 12 รายการ ในกรณี 1) Competitive Need Limit Waiver (CNLs Waivers) จำนวน 2 รายการ 2) De Minimis Waivers จำนวน 10 รายการ โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 เป็นต้นไป สำหรับสินค้าที่สหรัฐฯ คงสิทธิ GSP ไทยในกรณี CNLs Waivers ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่านำเข้าเกินเพดาน CNL ที่สหรัฐฯ กำหนด (ปี 2554 เท่ากับ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จำนวน 2 รายการ คือ ถุงมือยาง และ ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ ทั้งนี้ การผ่อนผันจะทำให้ไทยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ จากอัตราภาษีปกติที่จัดเก็บร้อยละ 3 และ 1.4 ตามลำดับ ส่วนกรณี De Minimis Waivers สินค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดเกินร้อยละ 50 โดบมูลค่าที่สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าดังกล่าวต่ำกว่ามูลค่าขั้นต่ำที่สหรัฐฯ กำหนดไว้ (ปี 2554 เท่ากับ 20.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จำนวน 10 รายการ ได้แก่ ปลาปรุงแต่ง, ทุเรียนสด, มะละกอตากแห้ง, น้ำตาลฟรักโทส, ข้าวโพดหวานปรุงแต่, ผลไม้/ถั่วปรุงแต่งด้วยน้ำตาล, มะละกอแปรรูป, น้ำเชื่อมแต่งกลิ่น/รสหรือแต่งสี, หนังกระบือฟอก และ รูปปั้นพอร์ซเลน ทั้งนี้ การผ่อนผันจะทำให้ไทยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ จากอัตราภาษีปกติที่จัดเก็บร้อยละ 1.8 – 8 อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ตัดสิทธิ GSP สินค้าจำนวน 2 รายการ คือ 1) สินค้าเครื่องประดับเงิน (พิกัด 7113.11.50) ซึ่งจะต้องเสียภาษีปกตินำเข้าสหรัฐฯ ในอัตราร้อยละ 5 และ 2) สินค้ายางเรเดียลสำหรับรถบรรทุก (พิกัด 4011.20.10) ซึ่งจะต้องเสียภาษีปกตินำเข้าสหรัฐฯ ในอัตราร้อยละ 4 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 เป็นต้นไป
Money Market
- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 16 ก.ค.) ค่าเงินดอลลาร์ฯอ่อนลงเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ช่วงเช้าสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของดัชนีหุ้นเอเซียจากการคาดการณ์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนในสัปดาห์นี้ อีกทั้งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯจะแถลงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจฯต่อกรรมาธิการฯของสภาสูงสหรัฐฯในวันอังคาร
- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 16 กค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเทียบกับดอลลาร์ฯในช่วงเช้าต่อเนื่องจากวันพฤหัสและศุกร์สัปดาห์ก่อนตามภาวะที่ความต้องการถือเยนซึ่งถือเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมีมากกว่าปกติจากการที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจากวิกฤติหนี้ยุโรป ขณะเดียวกันประธานธนาคารกลางสหรัฐฯจะแถลงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงินต่อกรรมาธิการการธนาคารของสภาสูงสหรัฐฯในวันอังคาร โดยประธานธนาคารกลางสหรัฐฯได้กล่าวเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนว่าธนาคารกลางฯเตรียมพร้อมจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหากจำเป็นซึ่งรวมถึงมาตรการซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติม
- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 16 ก.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเทียบกับดอลลาร์ฯในช่วงเช้าก่อนการประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของ euro area และดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเยอรมนีในสัปดาห์นี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อของ euro area เดือนมิถุนายนจะอยู่ที่ระดับเดิมที่ 2.4% และคาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนฯในเดือนกรกฎาคมจะลดลงมาอยู่ที่ -20 จาก -16.9 ในเดือนมิถุนายน ขณะเดียวกันการที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวว่าการที่ euro area จะจัดตั้ง Banking Union จำเป็นจะต้องมีการร่วมกันยกระดับการควบคุมระบบธนาคารพาณิชย์ในภูมิภาค และการที่รัฐสภาเยอรมนีจะมีการประชุมเกี่ยวกับแผนการให้ความช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์สเปนในสัปดาห์นี้ก็ส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนลง อย่างไรก็ดียูโรแข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯ
Capital Market
- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (16 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลดลงในวันนี้จากการที่ตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯเดือนมิถุนายนลดลงเกินคาดอย่างไรก็ดีการเปิดเผยผลประกอบการของซิตี้กรุ๊ปที่สูงเกินคาดช่วยจำกัดการติดลบของตลาด
- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (16 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสัปดาห์นี้อย่างไรก็ดีการเพิ่มขึ้นของดัชนีก็ถูกจำกัดจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในเอเซียในไตรมาส 2 ที่อาจแย่ลง ทั้งนี้ตลาดหุ้นจีนวันนี้ได้รับผลกระทบในทางลบอย่างมากจากการที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการลดลงของกำไรในครึ่งปีแรกของบริษัทขนาดใหญ่ส่งผลให้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลงถึง 1.74% ในขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.15% สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการในวันนี้
- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (16 ก.ค) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับทิศทางของดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการคาดการณ์ว่าทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้การที่นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับการเมืองในประเทศก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 3.96 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 17 กรกฎาคม 2555
|
Comments