| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 18 July 2012 09:38 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปในเดือนมิถุนายนทรงตัว หลังจากลดลง 0.3% ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินลดลง ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันที่ 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก่อน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553 และค่าใช้จ่ายด้านเครื่องนุ่งห่มและสันทนาการก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนปรับตัวขึ้น 0.4% หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนพฤษภาคม โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการผลิต ที่นำโดยกลุ่มผู้ผลิตเครื่องจักรและรถยนต์ ทั้งนี้การผลิตในภาคผลิตหรือภาคโรงงาน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของการผลิตในภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่การผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์เพิ่มขึ้น 1.9% หลังจากที่หดตัวลง 2.2% ในเดือนพฤษภาคม สำหรับการผลิตในภาคการผลิตที่ไม่นับรวมการผลิตรถยนต์ ปรับตัวขึ้น 0.6% หลังจากร่วงลง 0.5% ในเดือนก่อน ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ระดับ 78.9% จากระดับ 78.7% ในเดือนพฤษภาคม - ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยที่จัดทำโดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 35 จากระดับ 29 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 10 ปีนับตั้งแต่ปี 2545 และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 30 - นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวในการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายระดับสูงของ Fed เชื่อว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) ในเดือนมิถุนายน ระบุว่ามีความไม่แน่นอนเพิ่มมากกว่าปกติ และความเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น พร้อมระบุว่า หลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีอัตราการขยายตัวรายปีที่ประมาณ 2.5% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2554 นั้น GDP สหรัฐฯ ได้ขยายตัวเกือบ 2% ในไตรมาสแรกปีนี้ และปัจจัยชี้วัดต่างๆ ระบุว่าการขยายตัวในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้จะยังคงชะลอลง พร้อมยังย้ำถึงความรุนแรงระลอกใหม่ของวิกฤตยูโรโซนและความไม่แน่นอนทางการคลังของสหรัฐว่าเป็น 2 ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้ ยังกล่าวเสริมว่าแม้ทางการยูโรโซนได้ประกาศหลายมาตรการเพื่อจัดการกับวิกฤตหนี้ภูมิภาค ซึ่งรวมถึงการจัดสรรความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มทุนการแก่ภาคธนาคารของสเปนที่ประสบปัญหา แต่เศรษฐกิจและตลาดการเงินของยุโรปยังคงเผชิญ “ภาวะตึงเครียดรุนแรง" โดยได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการเงินไปทั่วโลก ซึ่งรวมถึงสหรัฐด้วย - บริษัทมูดี้ส์ อะนาลิติกส์ในเครือของมูดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส ระบุว่า นักลงทุนมองว่าธนาคารขนาดใหญ่มีความเสี่ยงมากกว่าก่อนเกิดวิกฤติการเงินครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อน และอาจจะมีความเสี่ยงไปตลอด ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ค่าพรีเมียม ความเสี่ยงสำหรับหนี้ของธนาคาร "มีความเป็นไปได้สูงที่จะกลับไปสู่ระดับก่อนหน้านี้ทั้งในสหรัฐและยุโรป" ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการประกันการผิดนัดชำระหนี้ของธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐและยุโรป ยังคงสูงกว่าในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2550 อยู่เกือบ 20 เท่า ก่อนการล้มละลายของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ 2 แห่งของแบร์ สเติร์นส์ที่เต็มไปด้วยหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) และได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนโดยส่วนใหญ่จากเครื่องมือระยะสั้น
ยุโรป: สหภาพยุโรป - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แนะว่าสหภาพยุโรป (อียู) ต้องซื้อพันธบัตรของประเทศสมาชิกอย่างสเปนและอิตาลี หรือให้ความช่วยเหลือในรูปแบบอื่นๆเพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมให้อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า ต้นทุนการกู้ยืมของสเปนและอิตาลีสูงกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมอยู่กว่า 2% ทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นว่าประเทศดังกล่าวอาจจะต้องรับความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อที่จะสามารถชำระหนี้ได้ - สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือ ยูโรสแตท รายงานว่า เงินเฟ้อในยูโรโซนยังคงทรงตัวอยู่ที่ 2.4% (y-o-y) ในเดือนมิถุนายน ขณะที่เมื่อเทียบรายเดือน เงินเฟ้อยูโรโซนอยู่ที่ระดับ -0.1% (m-o-m) ในเดือนมิถุนายน สำหรับเงินเฟ้อกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งมีสมาชิก 27 ประเทศนั้น อยู่ที่ 2.6% (y-o-y) ในเดือนมิถุนายน และอยู่ที่ 0.0% (m-o-m)
อิตาลี - ธนาคารกลางของอิตาลีเปิดเผยว่า ยอดหนี้สาธารณะของอิตาลีเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม ถึงแม้ว่ารัฐบาลอิตาลีจะพยายามลดภาวะตึงตัวมากเกินไปในระยะนี้ของภาคการเงินลงก็ตามรายงานของธนาคารระบุว่า ยอดหนี้สาธารณะของอิตาลีอยู่ที่ 2.405 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.385 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี หรือ Istat รายงานว่า อิตาลีมียอดเกินดุลการค้า 3.1 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 5 เดือนแรกของปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับขาดดุล 2.23 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
สเปน - นายลูอิส เด กินดอส รมว.เศรษฐกิจสเปนกล่าวว่า รัฐบาลต้องตัดสินใจที่ยากลำบากในระยะใกล้นี้เพื่อหนุนการขยายตัวในระยะกลางและระยะยาว โดยสเปนต้องปรับปรุงศักยภาพด้านการแข่งขัน และมาตรการทุกอย่างที่ดำเนินการในขณะนี้จะช่วยให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสเปนปรับตัวดีขึ้นในระยะยาว
เอเชีย: จีน - รัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะลงทุนในระบบรถไฟเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในครึ่งปีหลังเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัว โดยจากข้อมูลของ The national Development and Reform Commission ชี้ว่างบประมาณที่จะใช้จ่ายในการลงทุนในระบบรถไฟของทั้งปี 2555 จะอยู่ที่ 448.3 พันล้านหยวน ( 70.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยในครึ่งปีแรกใช้ไปแล้วประมาณ 148.7 พันล้านหยวน ซึ่งเหลือที่จะใช้ในครึ่งปีหลังอีกประมาณ 300 พันล้านหยวน
ญี่ปุ่น - นายจุน อาซูมิ รมว.คลังญี่ปุ่น เตือนนักเก็งกำไรที่คาดว่าเยนจะปรับตัวขึ้นจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยระบุว่าการปรับตัวขึ้นของเยนไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานของญี่ปุ่น และระบุว่ารัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมที่จะเข้าแทรกแซงเพื่อยับยั้งการปรับตัวของเยนที่มากเกินไป โดยดอลลาร์อยู่ที่ประมาณ 78.95 เยนในช่วงเช้าวันอังคาร ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนที่ 78.69 เยนที่เข้าทดสอบเมื่อวันจันทร์ จากความวิตกที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังชะลอตัวลง ทั้งนี้นายอาซูมิกล่าวว่ามีประโยชน์อยู่บ้างจากสกุลเงินที่แข็งค่า เพราะสามารถลดราคานำเข้า อย่างไรก็ตามผลกระทบโดยรวมต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นไปในเชิงลบ และระดับปัจจุบันของเยนเป็นระดับที่ไม่เหมาะสม โดยก่อนหน้านี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ผ่อนปรนท่าทีต่อการแทรกแซงค่าเงินของญี่ปุ่น โดยระบุว่าเยนมีมูลค่ามากเกินไปและการแทรกแซงของญี่ปุ่นอาจยอมรับได้ในบางกรณี ตราบเท่าที่ญี่ปุ่นยังคงหารือกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่นๆ
สิงคโปร์ - การส่งออกของสิงคโปร์เดือนมิถุนายนขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์เนื่องจากการส่งออกสินค้าเวชภัณฑ์ที่ฟื้นตัว ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการที่การส่งออกสินค้าอิเลคทรอนิกส์ขยายตัวน้อย โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าของสิงคโปร์รายงานว่าการส่งออกของสิงคโปร์ในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนพฤษภาคมขยายตัว 3.2% ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 2% - ยอดขายบ้านในสิงคโปร์เดือนพฤษภาคมลดลงมากที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง และลดความกังวลของที่ว่ารัฐบาลสิงคโปร์อาจจะออกมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม โดยทางการสิงคโปร์รายงานว่ายอดขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยของเอกชนในไตรมาส 2 อยู่ที่ 5,572 หน่วย ลดลง 17% จากไตรมาสก่อนหน้า
ออสเตรเลีย - รายงานการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลียเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมซึ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อวันอังคารชี้ว่าธนาคารกลางออสเตรเลียมองว่าการอุปโภคบริโภคในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากภาวะตลาดแรงงานที่ขยายตัว ขณะที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนหน้านั้นได้ช่วยให้เศรษฐกิจออสเตรเลียไม่ชะลอตัวมากเกินไปในภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ดังนั้นธนาคารกลางออสเตรเลียจึงคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมในการประชุมในเดือนนี้
ไทย - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือ 5.6% จากเดิม 5.9% เนื่องจากสมมติฐานเบื้องต้นไม่เป็นตามคาด เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกปีนี้กลับแย่ลง, ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง และภาวะราคาสินค้าที่แพงมากขึ้น ทำให้กำลังซื้อไม่สูงนัก ประกอบกับ ราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะราคายางพารา และข้าวไม่สูงอย่างที่คาดการณ์ไว้ พร้อมระบุ การลงทุนของภาครัฐและเอกชน และการท่องเที่ยวจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ
อื่นๆ - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2555 ลงมาอยู่ที่ระดับ 3.5% จากเดิม 3.6% และยังได้ปรับลดการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2556 ลงมาอยู่ที่ระดับ 3.9% ซึ่งลดลง 0.2% จากที่คาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัวลง 0.3% ไม่เปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ครั้งก่อน และคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัว 0.7% ในปีหน้า ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 0.9% ขณะเดียวกันคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2.0% ในปี 2555 และ 2.3% ในปี 2556 ซึ่งเป็นการปรับลดคาดการณ์สำหรับทั้งปีนี้และปีหน้าลง 0.1% จากการคาดการณ์ครั้งก่อน อย่างไรก็ดี IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นขึ้นสู่ระดับ 2.4% ในปีนี้ จากระดับ 2.0% โดยระบุว่าอุปสงค์ในญี่ปุ่นขยายตัวได้ดีเกินคาด แต่คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัวปานกลางที่ 1.5% ในปีหน้า ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 1.7% นอกจากนี้ ยังได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนลงสู่ระดับ 8.0% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 8.2% และยังได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนในปีหน้าลงมาอยู่ที่ 8.5% จากระดับ 8.8% ที่คาดการณ์ไว้ครั้งก่อน พร้อมกับปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจอินเดียถึง 0.7% ลงมาอยู่ที่ระดับ 6.1% ในปีนี้ และ 6.5% ในปีหน้า
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร ( 17 ก.ค.) ค่าเงินดอลลาร์ฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาท สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมปรับสูงขึ้น โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเพิ่มขึ้นหลังข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯเดือนมิถุนายนลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร ( 17 กค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยวันนี้รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นได้ออกมาเตือนนักเก็งกำไรที่คาดว่าค่าเงินเยนจะแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ โดยระบุว่าการปรับขึ้นของเยนไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานของญี่ปุ่น และรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมที่จะเข้าแทรกแซงเพื่อยับยั้งการปรับตัวของเยนที่มากเกินไป - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร ( 17 ก.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ชี้ถึงแนวโน้มการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการแถลงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงินต่อกรรมาธิการฯ ของสภาสูงสหรัฐฯ ขณะที่ข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนลดลงอย่างไม่คาดหมาย โดยเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (17 ก.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคาร หลังบริษัทโคคา-โคลาและบริษัทโกลด์แมน แซคส์เปิดเผยผลกำไรสูงเกินคาด และนายเบน เบอร์นันเก้ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวระบุว่าเปิดโอกาสสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.62% สู่ 12,805.54, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.74% สู่ 1,363.67 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.45% สู่ 2,910.04 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (17 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมปรับสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าประธานธนาคารกลางสหรัฐฯจะชี้ถึงแนวโน้มการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการแถลงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงินต่อกรรมาธิการฯของสภาสูงสหรัฐฯในวันนี้หลังจากข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯเดือนมิถุนายนลดลงอย่างไม่คาดหมาย โดยเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.35% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.62% และ 1.75% ตามลำดับ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะลงทุนในระบบรถไฟเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในครึ่งปีหลังเมื่อเทียบกับในครึ่งปีแรกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัว - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (17 ก.ค) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าในการแถลงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจฯต่อกรรมาธิการสภาสูงของสหรัฐฯ ในวันนี้ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯจะชี้ถึงแนวโน้มการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังจากข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 9.96จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 18 กรกฎาคม 2555
|






![]() | Today | 598 |
![]() | All days | 598 |
Comments