| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Thursday, 24 January 2013 09:16 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายขยายระยะเวลาเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐไปจนถึงวันที่ 19 พฤษภาคมแล้ว ด้วยคะแนนเสียง285 ต่อ 144 ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลกลางสามารถขยายเวลาการกู้ยืมและรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ได้ชั่วคราว โดยหลังจากนี้จะส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อให้การรับรองต่อไป ขณะที่นายแฮร์รี รีด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาก็ได้แสดงท่าทีในการอนุมัติร่างกฏหมายดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้ นายเจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีบารัคโอบามา จะไม่ขัดขวางการลงนามในร่างกฏหมายดังกล่าวเพื่อบังคับใช้เป็นกฏหมาย โดยจะมีลงนามในร่างกฏหมายทันทีที่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส สำหรับ ร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้ฉบับนี้ไม่ได้มีการกำหนดวงเงินหนี้สินในรูปสกุลดอลลาร์อย่างเฉพาะเจาะจง แต่อนุญาตให้รัฐบาลสหรัฐสามารถกู้ยืมเงินที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันในช่วงที่มีการขยายเวลาออกไป ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐได้กู้ยืมเงินจนเต็มเพดาน 16.4 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว ขณะที่คาดว่าเงินของทางกระทรวงจะหมดลงภายในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงต้นเดือนมีนาคม อย่างไรก็ดี ถึงแม้มีการขยายเพดานหนี้จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม แต่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ก็อาจจะกู้ยืมเงินได้นานกว่านั้น เพราะทางกระทรวงจะสามารถใช้อำนาจการกู้ยืมฉุกเฉินของตนเอง และจะกู้เงินได้ต่อไปอีก 6-8 สัปดาห์ ซึ่งจะส่งผลให้ทางกระทรวงมีงบใช้ต่อไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นายไมเคิล นูแนน รมว.คลังไอร์แลนด์กล่าวว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังของสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของปี 2556 ได้มีความคืบหน้าอย่างมากเกี่ยวกับภาษีธุรกรรมทางการเงิน โดยคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) จะจัดการหารือในรายละเอียดของการร่วมมือกันมากขึ้นเกี่ยวกับภาษีดังกล่าวกับ 11 ประเทศสมาชิกที่เลือกจะมีส่วนร่วม โดยกล่าวเสริมว่า “ประเทศที่ตัดสินใจจะไม่เข้าร่วมในแผนการดังกล่าวก็จะสามารถมีส่วนร่วมในการหารือได้" ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวนับว่ามีความสำคัญสำหรับทั้งนโยบายภาษีของอียูและสำหรับโลก เนื่องจากนับเป็นครั้งแรกที่จะมีการบังคับใช้ภาษีลักษณะดังกล่าวในระดับภูมิภาค
เยอรมนี - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีในเดือนมกราคมพุ่งขึ้นมากเกินคาด แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 อันเนื่องมาจากมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นว่าเศรษฐกิจเยอรมนีซึ่งมีขนาดใหญ่สุดในยุโรปจะสามารถต้านทานวิกฤตหนี้ในภูมิภาคและฟื้นตัวขึ้นได้ ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ในเยอรมนีที่มีต่อสภาพเศรษฐกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้า ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 31.5 ในเดือนมกราคม 2556 จาก 6.9 ในเดือนธันวาคม 2555 ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันที่ดัชนีอยู่ในแดนบวก และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ดัชนีจะปรับตัวขึ้นแตะที่ระดับ 12 ในเดือนมกราคม
สเปน - คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า สเปนไม่สามารถบรรลุเป้าหมายงบประมาณขาดดุลได้ที่ 6.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่ระบุว่า เขตปกครองตนเองของสเปนหลายแห่งสามารถบรรลุเป้าหมายยอดขาดดุลงบประมาณที่ 1.5% ได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด โดยหนึ่งในเขตปกครองตนเองที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ก็คือ คาตาโลเนีย หลังรัฐบาลท้องถิ่นเปิดเผยว่า ยอดขาดดุลงบประมาณของเขตแตะที่ 2.3% ในเดือนธันวาคม สูงกว่าเป้าหมาย 1.5% ที่ 0.8% ในขณะเดียวกัน อียูระบุว่า จะไม่เรียกร้องให้สเปนปรับลดงบประมาณลงเพิ่มเติมในปี 2556 อย่างไรก็ตาม นายออลลี เรห์น กรรมาธิการกิจการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า อียูจะพิจารณาว่าจะให้เวลาสเปนมากขึ้นในการปรับลดงบประมาณขาดดุลลงหรือไม่ หลังการเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้
เอเชีย: ญี่ปุ่น - นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค ( ซึ่งไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสด ) ของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมซึ่งจะประกาศในวันศุกร์นี้จะลดลง 0.2% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.1% และจะเป็นการลดลงมากที่สุดนับจากเดือนสิงหาคม 2555 ทั้งนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้เพิ่มเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อจาก 1% เป็น 2% ในการประชุมเมื่อวันอังคาร ขณะที่คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นไปอยู่ที่ 0.9% ในปีงบประมาณที่เริ่มต้นในเดือนเมษายน 2557
สิงคโปร์ - อัตราเงินเฟ้อของสิงคโปร์เร่งตัวขึ้นในเดือนธันวาคมซึ่งลดโอกาสในการที่ธนาคารกลางสิงคโปร์จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยสำนักงานสถิติของสิงคโปร์รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคของสิงคโปร์เดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 4.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 3.6% และสูงที่สุดในรอบ 3 เดือนทีผ่านมา ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.8% โดยตลอดปี 2555 อัตราเงินเฟ้อของสิงคโปร์อยู่ที่ 4.6%
ออสเตรเลีย - อัตราเงินเฟ้อของออสเตรเลียชะลอลงในไตรมาสที่ 4 ปี 2555 จากการลดลงของราคาอาหารและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางออสเตรเลียมีโอกาสมากขึ้นในการที่จะลดอัตราดอกเบี้ย โดยสำนักงานสถิติของออสเตรเลียรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของออสเตรเลียไตรมาสที่ 4 ปี 2555 เพิ่มขึ้น 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้า ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 0.7% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปไตรมาสที่ 4 เพิ่มขึ้น 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4%
ไทย - กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ยอดการส่งออกในเดือนธันวาคม ขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.45% (y-o-y) คิดเป็นมูลค่า 18,101.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 20,466.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.67% (y-o-y) ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 2,365.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกทั้งปี 55 มีมูลค่า 229,518.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.12% (y-o-y) ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 247,590.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.22% (y-o-y) ดุลการค้าทั้งปี 55 ขาดดุลรวมทั้งสิ้น 18,071.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อส่งออกในปี 55 มาจากสภาวะเศรษฐกิจยุโรปและการลุกลามของปัญหาส่งผลต่อการนำเข้าสินค้าไทย เช่น เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก สิ่งทอ เครื่องเดินทางเครื่องหนังรองเท้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เลนส์เครื่องใช้และเครื่องประดับตกแต่ง นาฬิกาและส่วนประกอบ เป็นต้น ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา ยังอยู่ในสภาวะชะลอตัวและยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ตลอดจนผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงปลายปี 54 - กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวยอมรับว่าเป็นห่วงภาวะเงินบาทแข็งค่าเนื่องจากอาจทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการส่งออกโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก (SMEs) เนื่องด้วยการแข่งขันทางการค้าในปัจจุบันมีความรุนแรงมาก หากได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาสินค้าของผู้ประกอบการเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งได้ ทั้งนี้ทางกรมฯมองว่าอัตราแลกเปลี่ยนในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออกควรอยู่ที่ 30 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ดีที่สุดเนื่อจาก กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดเป้าหมายการส่งออกสำหรับปี 56 ไว้ ที่อัตราการเติบโต 8-9% โดยใช้สมมติฐานจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 30 บาท/ดอลลาร์ เป็นเกณฑ์
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (23 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นในเอเซียส่วนใหญ่ลดลงซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการที่นักลงทุนผิดหวังที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นเริ่มมาตรการใหม่ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (23 ม.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารหลังธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศดำเนินมาตรการซื้อสินทรัพย์รอบใหม่ต้นปีหน้าส่งผลให้มีแรงซื้อเงินเยนเข้ามาต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าการดำเนินมาตรการดังกล่าวจะเร็วกว่านี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นที่จะเผยแพร่ในสัปดาห์นี้จะเพิ่มหลักฐานที่ชี้ว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยให้ดัชนีราคาผู้บริโภคในประเทศเพิ่มขึ้นเลย โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค ( ซึ่งไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสด ) ของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมจะลดลง 0.2% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.1% และจะเป็นการลดลงมากที่สุดนับจากเดือนสิงหาคม 2555 - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (23 ม.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ยังคงมีแรงซื้อเงินเยนมากจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินใหม่ช้ากว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (23 ม.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ โดยดัชนี S&P 500 บวกขึ้นเป็นวันที่ 6 หลังบริษัทไอบีเอ็มและกูเกิลเปิดเผยผลกำไรที่แข็งแกร่งเกินคาด ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.49%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.15% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.33%ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอนุมัติแผนขยายอำนาจการกู้ยืมของรัฐบาลสหรัฐออกไปจนถึงกลางเดือนพ.ค. - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (23 ม.ค.) ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารหลังธนาคารกลางญี่ปุ่นผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีการที่จะมีการดำเนินมาตรการใหม่ล่าช้ากว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ก็ทำให้มีแรงขายหุ้นออกมาต่อเนื่อง นอกจากนี้ค่าเงินเยนที่แข็งขึ้นต่อเนื่องมาจากเมื่อวานนี้ก็ส่งผลลบต่อหุ้นของผู้ประกอบการส่งออกของญี่ปุ่น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 2.08% ส่วนดัชนีเซี่ยงไอ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.25% หลังลดลงในช่วงเช้า โดยในช่วงบ่ายตลาดได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินขณะที่หุ้นกลุ่มรถไฟและถ่านหินมีราคาลดลง สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดลดลง 0.10% โดยหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจมีราคาลดลง - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (23 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นดัชนีได้ปรับตัวลดลงก่อนที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงบ่าย โดยวันนี้ตลาดได้รับผลกระทบจากข่าวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนเข้ามาตรวจสอบรายการซื้อขายหุ้นของโบรกเกอร์ที่เข้าเกณฑ์ต้องให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวนที่จะซื้อ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 5.11 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 24 มกราคม 2556
|
Comments