Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 25 January 2013 09:44

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board เพิ่มขึ้น 0.5% สู่ระดับ 93.9 ในเดือนธันวาคม หลังจากทรงตัวในเดือนพฤศจิกายน มากกว่าที่ นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3%

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นในภาคการผลิตของสหรัฐที่จัดทำโดย Markit ในเดือนมกราคมขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 56.1 จากระดับ 54.0 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 53.0 ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐมีความสอดคล้องกับภาคการผลิตของประเทศอื่นๆที่มีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยPMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 เดือน โดยตัวเลขที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคการผลิตมีการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า

ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 19 มกราคม ลดลง 5,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 330,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 และเป็นการลดลงติดต่อกัน 2 สัปดาห์เป็นครั้งแรก ตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 355,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 335,000 ราย ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยติดต่อกัน 4 สัปดาห์ ลดลง 8,250 สู่ระดับ 351,750 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มนายจ้างยังคงมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ แม้นายจ้างบางกลุ่มมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการคาดการณ์ที่ว่ารัฐบาลสหรัฐอาจจะปรับขึ้นภาษีในปีนี้ก็ตาม

 

ยุโรป: เยอรมนี

นายเจนส์ ไวด์มานน์ ประธานธนาคารกลางเยอรมนี แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) โดยระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลก้าวก่ายกิจการภายในของธนาคารกลาง

 

สเปน

ธนาคารกลางสเปน รายงานเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2555 หดตัว 0.6% (q-o-q) นับเป็นการหดตัวติดต่อกัน 6 ไตรมาส เนื่องจากการดำเนินมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลส่งผลให้เศรษฐกิจยังคงซบเซา ทั้งนี้ธนาคารกลางสเปนประมาณการเศรษฐกิจปี 2555 อาจหดตัว 1.3%

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสเปนจะหดตัวลง 1.5% ในปี 2556 ซึ่งเป็นอัตราการหดตัวที่รุนแรงกว่าที่ไอเอ็มเอฟประเมินไว้เมื่อเดือนตุลาคมว่าจะหดตัว 1.3% นอกจากนี้ แนวโน้มสำหรับปี 2557 ก็ย่ำแย่กว่าที่รายงานเมื่อเดือนธันวาคม โดยไอเอ็มเอฟคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 0.8% ในปีหน้า จากเดิมที่ประเมินไว้ว่าจะขยายตัว 1% ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจสเปนปี 2556 และ 2557 จากไอเอ็มเอฟ มีความแตกต่างจากข้อมูลของรัฐบาลสเปน ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัว 0.5% ในปี 2556 และขยายตัว 1.2% ในปี 2557 ขณะที่ไอเอ็มเอฟระบุว่าเศรษฐกิจสเปนปี 2555 จะหดตัว 1.4% นั้น ธนาคารกลางสเปนเปิดเผยว่าหดตัวลง 1.3%

 

อังกฤษ

สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเดือนธันวาคม 2555 ลดลง 12,100 คน ส่งผลให้มีจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานทั้งหมด1.56 ล้านคน สะท้อนตลาดแรงงานมีความยืดหยุ่นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ ทั้งนี้ ล่าสุดธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ประกาศคงเพดานมาตรการ Quantitative Easing (QE) ในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษที่ 375 พันล้านปอนด์

นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กำลังถูกดดันจากทั้งภายในพรรคและนอกพรรคให้จัดทำประชามติ เพื่อต้องการดูว่าประชาชนต้องการที่จะถอนตัวออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) หรือไม่ โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการกดดันของกลุ่มต่อต้านยุโรปในพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลผสมที่มีอำนาจต่อรองมากที่สุด อีกทั้งปัญหาเศรษฐกิจและมาตรการรัดเข็มขัดภายในประเทศเอง ส่งผลให้นายคาเมรอนต้องหาทางออก เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปภายใต้ทิศทางที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ

 

โปรตุเกส

โปรตุเกสประสบความสำเร็จในการกลับมาสู่ตลาดพันธบัตรอีกครั้งด้วยการเสนอขายพันธบัตรอายุ 5 ปีได้ 2.5 พันล้านยูโร และอัตราผลตอบแทนลดลงสู่ระดับ 4.81% โดยอุปสงค์ที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ เป็นปัจจัยหนุนการระดมทุนในครั้งนี้

 

เอสโตเนีย

นายเจอร์เกน ลีกิ รัฐมนตรีคลังเอสโตเนีย กล่าวว่า การถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ไม่เป็นผลดีต่ออังกฤษ เพราะถือเป็นการสร้างกำแพงระหว่างอังกฤษกับประเทศพันธมิตรทางการเมืองหลายประเทศ

 

เอเชีย: จีน

จากข้อมูลของ HSBC Holdings Plc and Markit Economics ภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนมกราคมขยายตัวมากที่สุดในรอบ 2 ปี ซึ่งส่งผลให้มีแนวโน้มที่เศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกปีนี้จะขยายตัวในอัตราที่เร่งตัวขึ้นเป็นไตรมาสที่ 2 โดยจากการรายงานของ HSBC Holdings Plc and Markit Economics ดัชนี PMI เบื้องต้นภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคมอยู่ที่ 51.9 สูงขึ้นจากเดือนธันวาคมซึ่งอยู่ที่ 51.5 และสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 51.7

 

ญี่ปุ่น

การส่งออกของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมลดลงส่งผลให้มีแนวโน้มที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะกดดันมากขึ้นเพื่อให้ค่าเงินเยนอ่อนลง โดยกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าการส่งออกในเดือนธันวาคมลดลง 5.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะลดลง 4.2% ส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2555 โดยญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในปี 2555 สูงถึง 6.93 ล้านล้านเยน ( 78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

 

เกาหลีใต้

อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2555 ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้เนื่องจากผลของการแข็งค่าขึ้นของเงินวอนที่ส่งผลลบต่อภาคการส่งออก โดยธนาคารเกาหลีใต้รายงานว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวเท่ากับในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 1.8%

 

ไทย

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการต่อการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท: นอกพื้นที่ 7 จังหวัดนำร่อง พบว่า ส่วนใหญ่ได้รับการปรับขึ้นค่าแรงเป็นวันละ 300 บาทแล้ว แต่ปรับลดสวัสดิการ ขณะเดียวกับยังระบุว่าการปรับขึ้นค่าแรงดังกล่าวทำให้ต้นทุนแรงงานแรงงานเพิ่มขึ้นถึง 7-9% และเมื่อแยกเป็นประเภทธุรกิจ พบว่า ธุรกิจขนาดเล็ก ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ส่วนขนาดกลาง ต้นทุนเพิ่ม 7-9% และขนาดใหญ่ ต้นทุนเพิ่มเพียง 1-3%อย่างไรก็ตาม ภายหลังการปรับขึ้นค่าแรง ภาคธุรกิจได้ปรับตัวในด้านต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไป โดยสิ่งที่ทำเป็นอันดับแรกคือ ขึ้นราคาสินค้า รองลงมาคือ ลดจำนวนแรงงานลง หาเครื่องจักรทดแทน ลดสวัสดิการ และจ้างแรงงานต่างด้าวแทน นอกจากนี้ เมื่อถามถึงในสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ประกอบการสามารถแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากเพียงใด ส่วนใหญ่ระบุปานกลาง และแบกรับได้นานเพียง 7 เดือน และสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ อันดับ 1 คือ ลดภาษี รองลงมาคือ หาแหล่งเงินทุน จัดอบรมฝีมือแรงงาน ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนการส่งออก และชดเชยแรงงานขั้นต่ำ

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจความคิดเห็นแรงงานที่ได้รับค่าจ้าง 300 บาท ว่า ต้องการให้ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นไปอีก 164.3 บาทมาอยู่ที่วันละ 464.3 บาท และต้องการให้ปรับขึ้นทุกปี ท้งยังระบุอีกว่าผลจากการปรับขึ้นค่าแรง ดังกล่าว ทำให้แรงงานเป็นหนี้สินน้อยลง แต่ในด้านอื่นๆ ก็น้อยลงด้วยเช่นกัน เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น โดยสินค้าที่จะซื้อมากที่สุดคือ โทรศัพท์, เสื้อผ้า, รถจักรยานยนต์, สินค้าอุปโภคบริโภค, เครื่องใช้ไฟฟ้า, สินค้าฟุ่มเฟือย และสินค้าคงทน อย่างไรก็ตาม แรงงานส่วนใหญ่ถึง 59.5% ระบุว่า มีโอกาสตกงาน เพราะผู้ประกอบการแบกรับภาระไม่ไหวต้องเลิกจ้าง หรือมีจ้างแรงงานต่างด้าวแทน

 

Money Market

 

- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (24 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในเอเซียรวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้แรงขายเงินเยนที่มีมากส่งผลให้สกุลเงินที่สำคัญเช่นดอลลาร์สหรัฐฯและยูโรมีค่าแข็งขึ้น โดยจากตัวเลขการขาดดุลการค้าของญี่ปุ่นปี 2555 ที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ และการที่รัฐมนตรีของญี่ปุ่นกล่าวสนับสนุนให้ค่าเงินเยนอ่อนลงไปถึง 100 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯส่งผลให้เงินเยนถูกขายออกมามากและเพิ่มความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐฯและยูโร

- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (24 ม.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าการส่งออกของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมลดลง 5.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะลดลง 4.2% ส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในปี 2555 มากที่สุดในประวัติการณ์ถึง 78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้วันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของญี่ปุ่นกล่าวว่าหากค่าเงินเยนอ่อนลงไปถึง 100 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับญี่ปุ่นซึ่งยิ่งเป็นปัจจัยผลักดันให้ค่าเงินเยนอ่อนลงต่อเนื่องในวันนี้

- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (24 ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้แรงขายเงินเยนจากคำกล่าวของรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่สนับสนุนให้ค่าเงินเยนอ่อนลงไปถึง 100 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯส่งผลบวกต่อค่าเงินของหลายสกุลเงินที่สำคัญทั้งดอลลาร์สหรัฐฯและยูโร

 

Capital Market

 

- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (24 ม.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี S&P 500 บวกขึ้นเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน แต่ไม่สามารถทรงตัวเหนือระดับ 1,500 โดยได้รับผลกระทบจากการที่หุ้นแอปเปิลร่วงลงมากที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.33%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.01 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.74% หุ้นแอปเปิลร่วงลง 12.4% หลังเปิดเผยรายได้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่ยอดขาย iPhone ต่ำกว่าคาด

- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (24 ม.ค.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.28% ในวันนี้จากการที่ค่าเงินเยนอ่อนลงมากในช่วงเช้าหลังทางการญี่ปุ่นรายงานว่าการส่งออกของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ซึ่งส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2555 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของญี่ปุ่นกล่าวสนับสนุนให้ค่าเงินเยนอ่อนลงไปถึง 100 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันตลาดหุ้นยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากการที่ดัชนี PMI เบื้องต้นภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนมกราคมชี้ถึงภาวะการขยายตัวมากที่สุดในรอบ 2 ปีและสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ดีสำหรับตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.79% โดยวันนี้การลงทุนในจีนได้รับผลกระทบทางลบจากการที่เกาหลีเหนือขู่ที่จะทดลองอาวุธนิวเคลียร์ สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.15%

- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (24 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากปัจจัยเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศที่ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี โดยช่วงเช้ามีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ในช่วงบ่ายดัชนียังคงทรงตัวในแดนบวกส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น  9.89 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 25 มกราคม 2556

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1034
mod_vvisit_counterAll days1034

We have: 1034 guests online
Your IP: 216.73.217.32
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 29, 2026

4190624