|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ แต่งตั้งนายเดนิส แมคโดนัลด์ รองที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว แทนนายแจ๊ค ลูว์ ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง นอกเหนือจากนี้ ทำเนียบขาวยังได้ประกาศปรับเปลี่ยนตำแหน่งระดับอาวุโสอีกหลายตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้ง ลิซ่า โมนาโก ให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและการต่อต้านการก่อการร้าย แทนนายจอห์น เบรนแนน ซึ่งจะไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าซีไอเอ - ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐในเดือนธันวาคม 2555 ลดลง 7.3% (m-o-m:annual rate) สู่ระดับ 369,000 ยูนิต จากระดับ 377,000 ยูนิตในเดือนพฤศจิกายน สำหรับยอดขายบ้านใหม่ตลอดทั้งปี 2555 นั้น อยู่สูงกว่าสถิติปี 2554 อยู่ประมาณ 20% แม้ว่า ตัวเลขดังกล่าวจะสูงขึ้น แต่ปีที่แล้วก็ยังเป็นระดับที่ต่ำสำหรับยอดขายบ้านใหม่ ซึ่งก็บ่งชี้ว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ ยังคงต้องใช้เวลา หลังจากที่ฟื้นตัวขึ้นเป็นปีแรก
ยุโรป: เยอรมนี - ดัชนี PMI คอมโพสิตของเยอรมนีที่สำรวจโดย Markit พุ่งขึ้นสู่ระดับ 53.6 ในเดือนมกราคม จาก 50.3 ในเดือนธันวาคม โดยยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของเยอรมนีได้ฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์เบื้องต้นยังพบว่า ภาคบริการขยายตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 เดือนที่ 55.3 ซึ่งสูงกว่าระดับ 52.0 ในเดือนธันวาคม ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ 20 คนในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าดัชนีจะทรงตัว
ฝรั่งเศส - Markit เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นสำหรับกิจกรรมในภาคบริการและภาคการผลิตรวมกันของฝรั่งเศส อยู่ที่ 42.7 ในเดือนมกราคม ซึ่งร่วงลงจากระดับ 44.6 ในเดือนธันวาคม ซึ่งการปรับตัวลงดังกล่าวทำให้ดัชนี PMI ร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 และทำให้ดัชนีร่วงลงจากระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว เป็นสัญญาณใหม่ที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจฝรั่งเศสอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย
อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2555 หดตัวลง 0.3% จากไตรมาส 3 เนื่องจากปัจจัยหนุนจากมหกรรมกิฬาโอลิมปิก 2012 ได้สิ้นสุดลง รวมทั้งผลผลิตจากเหมืองแร่ที่ร่วงลง ทั้งนี้ เศรษฐกิจอังกฤษในไตรมาส 4 นั้น ได้รับผลกระทบจากการปิดแท่นน้ำมันและแก็สในทะเลเหนือเพื่อการบำรุงรักษา โดยมีการประเมินว่า ในไตรมาส 4 นั้น กิจการเหมืองแร่ร่วงลงไปถึง 10.2% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 0.18% ของ GDP ขณะที่ภาคธุรกิจบริการ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3 ใน 4 ของระบบเศรษฐกิจ ก็ทรงตัวในไตรมาส 4 เช่นกัน เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้
สเปน - สถาบันสถิติแห่งชาติ (INE) ของสเปนเปิดเผยว่า อัตราว่างงานของสเปนพุ่งสู่ระดับ 26% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคเผด็จการของนายพลฟรังโกในช่วงกลางทศวรรษ 1970 INE เปิดเผยว่า มีผู้ว่างงาน 5.97 ล้านคน ณ สิ้นไตรมาส 4 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า อัตราว่างงานของสเปนจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 26% ในไตรมาส 4 เทียบกับ 25% ในไตรมาส 3
เอเชีย: จีน - สำนักปริวรรตเงินตราของรัฐบาลจีน (SAFE) ระบุว่า กระแสเงินเก็งกำไรอาจจะไหลเข้าสู่จีนมากยิ่งขึ้นในปีนี้ ในขณะที่เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวขึ้น และธนาคารกลางของประเทศสำคัญดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้มีรายงานระบุว่าธนาคารพาณิชย์จีนเข้าซื้อสกุลเงินต่างชาติให้แก่ลูกค้าเป็นปริมาณสุทธิ 5.43 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนธันวาคม ซึ่งสูงเกือบเป็น 3 เท่าของปริมาณการเข้าซื้อในเดือนพฤศจิกายน SAFE ระบุว่า มีสัญญาณที่ชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่เสถียรภาพ ทั้งนี้ความกังวลที่ว่าเศรษฐกิจจีนอาจจะทรุดตัวลงอย่างรุนแรงได้ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป และตลาดก็หันมาคาดการณ์ในทางบวก หลังจากที่เคยคาดการณ์ในทางลบเป็นอย่างมาก SAFE ระบุว่าวิกฤติการเงินระหว่างประเทศยังคงส่งผลกระทบต่อไป และนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำในประเทศเศรษฐกิจสำคัญก็ยังคงส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น และส่งเสริมความต้องการเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง และปัจจัยนี้จะกระตุ้นกระแสเงินทุนไหลเข้า SAFE ระบุว่าจำเป็นต้องมีการดำเนินมาตรการจำกัดความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน และจะมีการดำเนินขั้นตอนที่จำเป็น อย่างไรก็ดี SAFE ไม่ได้ระบุเจาะจงลงไปว่า SAFE วางแผนจะทำสิ่งใด ทั้งนี้นักวิเคราะห์จีนกล่าวเตือนว่ากระแสเงินร้อนที่ไหลเข้าสู่จีนอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และอาจสร้างความยุ่งยากให้แก่รัฐบาลจีนในการลดความร้อนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์
ญี่ปุ่น - สำนักงานสถิติของญี่ปุ่นรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค ( ไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสด ) ของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมลดลง 0.2% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ทั้งนี้การลดลงดังกล่าวเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 7 ใน 8 เดือนหลังสุด หลังจากที่ลดลง 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเพิ่มความกดดันมากขึ้นต่อธนาคารกลางญี่ปุ่นในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% - นายทาโร อาโซะ รมว.คลังญี่ปุ่นกล่าวว่า การผ่อนคลายมาตรการทางการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ญี่ปุ่นฟื้นตัวจากภาวะเงินฝืด แต่ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อปั่นค่าเงิน โดยไม่ได้สนใจความวิตกจากต่างประเทศเกี่ยวกับสงครามค่าเงิน นายอาโซะกล่าวอีกว่าการแข็งค่ามากเกินไปของเยนกำลังได้รับการแก้ไข ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีแองเจลา เมอร์เคลของเยอรมนีแสดงความวิตกต่อความเสี่ยงจากการปั่นค่าเงิน โดยระบุว่าญี่ปุ่นเป็นสาเหตุของความกังวล หลังจากที่บีโอเจได้ดำเนินการเพื่อเร่งพิมพ์ธนบัตร - นายมาซาอากิ ชิราคาวะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวยืนยันถึงภาระผูกพันของบีโอเจที่มีต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดีเขากล่าวเตือนว่าการสกัดกั้นภาวะฟองสบู่ด้านสินเชื่อถือเป็นหนึ่งในบทบาทสำคัญของธนาคารกลางทั่วโลก นายชิราคาวะกล่าวในการแถลงข่าวว่า อัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะเพิ่มขึ้นและจะทำลายผลกระทบจากการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ถ้าหากประชาชนมองว่าบีโอเจได้เปลี่ยนไปใช้นโยบายเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอย่างไม่ระมัดระวัง และตั้งเป้าที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสู่ 2% โดยไม่สนใจสิ่งอื่นๆ ทั้งนี้บีโอเจเพิ่งประกาศในวันอังคารว่าบีโอเจจะเข้าซื้อสินทรัพย์ในปี 2557 โดยไม่ระบุวันสิ้นสุดโครงการ และบีโอเจได้ปรับเพิ่มเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อขึ้นจาก 1% สู่ 2% โดยความเคลื่อนไหวของบีโอเจในวันอังคารถือเป็นการแสดงความมุ่งมั่นมากที่สุดในการยุติปัญหาเศรษฐกิจที่ดำเนินมานานหลายปี
ไทย - สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) รายงานว่า ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนธันวาคม 2555 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 98.8 จากระดับ 95.2 ในเดือนพฤศจิกายน 2555 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกน เนื่องจากความต้องการสินค้าและบริการเป็นแรงขับเคลื่อนต่อเนื่องจากเดือนก่อน เพราะเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประกอบกับเป็นช่วงที่มีกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าหลายรายการ โดยเฉพาะมหกรรมยานยนต์ มอเตอร์เอ็กซ์โป และช่วงโค้งสุดท้ายของนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ขณะที่ภาคการส่งออกยังขยายตัวได้ดีอย่างไรก็ดี แม้ดัชนีความเชื่อมั่นฯ จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ค่าดัชนีฯ ยังต่ำกว่า 100 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอยู่ในระดับที่ไม่ดี สำหรับปัจจัยลบที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ได้แก่ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ราคาวัตถุดิบและราคาพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 100.6 เพิ่มขึ้นจากระดับ 99.6 ในเดือน พ.ย.55 - สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ระบุผลสำรวจข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรม 25 กลุ่ม และอีก 2 องค์กรการค้า เกี่ยวกับผลกระทบที่ผู้ประกอบการได้รับจากเงินบาทแข็งค่าขึ้น พบว่า 40% ของกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มเครื่องสำอาง, เซรามิก, รองเท้า ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่อีก 28% จากกลุ่มอุตสาหกรรม ในกลุ่มน้ำมันปาล์ม, เฟอร์นิเจอร์, ชิ้นส่วนยานยนต์ ระบุว่าได้รับผลกระทบปานกลาง เนื่องจากขายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ และอีก 32% จากกลุ่มอุตสาหกรรมก๊าซ, ไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์, พลังงานทดแทน, ยา และพลาสติก ได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบกับรายได้ พร้อมเสนอ 7 มาตราการในการดูแลค่าเงินที่แข็งค่า ซึ่งประกอบด้วย 1.) ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้มีความผันผวน 2.) ดูแลเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง 3.) เร่งแก้เงื่อนไขการถือครองเงินตราต่างประเทศ 4.) ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงมาตราการการดูแลค่าเงิน โดยให้ธนาคารพาณิชย์ หรือ Exim Bank ลดวงเงินในการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงของค่าเงิน 5.) แยกบัญชีวงเงินสินเชื่อไม่ให้เงินส่วนนี้มีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ผันผวนในช่วงนี้ 6.) ส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการในต่างประเทศ โดยเร่งแก้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน และให้ BOI กำหนดมาตรการส่งเสริมดังกล่าวมีแรงจูงใจมากขึ้น 7.)เร่งการลงทุนของภาครัฐ และเอกชน - สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) รายงานว่า ยอดการส่งออกรถยนต์ในเดือนธันวาคม 2555 อยู่ที่ 86,297 คัน เพิ่มขึ้น 146.24% (y-o-y) หรือคิดเป็นมูลค่าการส่งออกที่ 40,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.12% ขณะที่ภาพรวมยอดการส่งออกรถยนต์ในปี 2555 มีทั้งหมด 1,026,000 คัน ซึ่งเป็นอัตราการส่งออกที่สูงสุดในรอบ 25 ปี หรือคิดเป็นมูลค่าการส่งออกที่ 490,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่อันดับ 7 ของโลก สำหรับยอดการผลิตรถยนต์ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 221,000 หรือเพิ่มขึ้น 122.63% (y-o-y) ขณะที่ยอดการผลิตเฉลี่ยทั้งปี 2555 มีทั้งสิ้น 2,450,000คัน สูงสุดรอบ 51 ปี ซึ่งทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลก โดยการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกทั้งปี 2555 อยู่ที่ 1,021,000 คัน เพิ่มขึ้น 39.2% จากปีก่อน ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ 1,430,000 โดยเพิ่มขึ้น 97.84% จากปีก่อน - นางจิตรมณี สุวรรณพูล ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี กรมสรรพากร ระบุว่า ปีภาษี 2555 เป็นปีแรกที่กรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บภาษีเงินได้จาก สามีและภริยา ให้ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ยื่นรายการและเสียภาษี ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างมีหน้าที่ยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากกัน และแบ่งเงินได้พึงประเมินที่สามีและภริยาทำร่วมกัน หรือสามีและภริยาจะตกลงเลือกยื่นรายการและเสียภาษี รวมกันก็ได้ ส่วนกรณีเงินได้พึงประเมินที่ไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาฝ่ายละจำนวนเท่าใดตามมาตรา 40(2) - 40(8) ให้แบ่งสัดส่วนคนละ 50% ของเงินได้ประเภทนั้น เฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (8) จากการขายสินค้า การพาณิชย์ การขนส่ง ฯลฯ ให้สามีภรรยาเลือกแบ่งเป็นของแต่ละฝ่ายตามส่วนที่ตกลงกันก็ได้ แต่รวมกันต้องไม่น้อยกว่าเงินได้พึงประเมินที่ได้รับ ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้แบ่งกันฝ่ายละกึ่ง สำหรับสิทธิประโยชน์ที่สามีภริยาได้รับเพิ่ม กรณีการหักค่าลดหย่อน มี 3 รายการ คือ ค่าลดหย่อนบุตรได้คนละ 1.5 หมื่นบาท ค่าลดหย่อนการศึกษาบุตรได้คนละ 2,000 บาท รวมทั้งค่าลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ยืมซื้อที่อยู่อาศัย สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างกู้ยืม มีเงินได้ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างฝ่ายหักได้คนละ 1 แสนบาท
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (25 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากแรงขายเงินเยนต่อเนื่องในตลาดการเงินต่างประเทศซึ่งส่งผลบวกต่อค่าเงินสกุลสำคัญเช่นดอลลาร์สหรัฐฯและยูโร - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (25 ม.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัสจากการที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (ไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสด) ของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมลดลง 0.2% จากเดือนเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 7 ใน 8 เดือนหลังสุด หลังจากที่ลดลง 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งกดดันธนาคารกลางญี่ปุ่นมากขึ้นในการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (25 ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัส โดยนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่า business climate index ของเยอรมนีเดือนมกราคมจากการจัดทำของ Ifo institute จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 103 จาก 102.4 ในเดือนธันวาคม ซึ่งจะเป็นระดับที่สูงที่สุดนับจากเดือนกรกฎาคม โดยตัวเลขจะเผยแพร่ในช่วงบ่าย ขณะที่แรงขายเงินเยนต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัสหลังรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวสนับสนุนให้ค่าเงินเยนอ่อนลงไปถึง 100 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯก็ส่งผลบวกต่อค่าเงินของสกุลเงินสำคัญเช่นดอลลาร์สหรัฐฯและยูโร
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (25 ม.ค.) เมื่อวันศุกร์ ( 25 ม.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.51 % ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 0.54% และ 0.62% ตามลำดับ โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯได้ปัจจัยบวกจากตัวเลขผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ออกมาดีและรายงาน business climate index ของเยอรมนีเดือนมกราคมจากการจัดทำของ Ifo institute เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 104,2 จาก 102.4 ในเดือนธันวาคม - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (25 ม.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดสูงขึ้นถึง 2.88% ในวันนี้จากการที่ดัชนีราคาผู้บริโภคฯของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมลดลง 0.2% จากเดือนเดียวกันปีก่อนสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด หลังจากที่ลดลง 0.1% ในเดือนก่อน ทำให้มีแรงกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น ขณะเดียวกันการที่ค่าเงินเยนอ่อนลงต่อเนื่องก็ส่งผลบวกต่อภาคอุตสาหกรรมส่งออกของญี่ปุ่น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.49% นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และกลุ่มการเงิน เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องราคาหุ้นมากขึ้นหลังจากดัชนีตลาดหุ้นจีนเพิ่มขึ้นมามากในช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.08% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (25 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีปัจจัยบวกจากเงินทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามามากขึ้นในช่วงนี้ โดยมีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงทรงตัวอยู่ในแดนบวก ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 12.32 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 28 มกราคม 2556
|
Comments