Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Wednesday, 30 January 2013 09:43

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนมกราคม 2556 ลดลงสู่ระดับ 58.6 จากระดับ 66.7 ในเดือนธันวาคม 2555 (เป็นตัวเลขที่ปรับทบทวนแล้วจากเดิมที่รายงานไว้ที่ 65.1) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 และเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน อันเป็นผลมาจากการปรับขึ้นภาษีเงินได้ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าที่ความเชื่อมั่นจะฟื้นตัวขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีสถานการณ์ปัจจุบันลดลงสู่ระดับ 57.3 จาก 64.6 ในเดือนธันวาคม 2555 และดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจลดลงสู่ระดับ 59.5 จากระดับ 68.1 ในเดือนที่แล้ว

- Standard&Poor/Case Shiller รายงานว่าดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองใหญ่ในเดือนพฤศจิกายนปรับเพิ่มขึ้น 0.6%(m-o-m) และเมื่อเทียบรายปีเพิ่มขึ้น 5.5% (y-o-y) โดยเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐส่งสัญญาณของการฟื้นตัวขึ้น ทั้งนี้ นายเดวิด บลิทเซอร์ ประธานฝ่ายจัดทำดัชนีราคาบ้านของสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์สระบุในแถลงการณ์ฉบับหนึ่งว่า ตลาดที่อยู่อาศัยกำลังฟื้นตัวขึ้น โดยคาดกันกว่าภาคธุรกิจนี้จะช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2556

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

- แบร์รี่ ไอเซนกรีน นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง กล่าวว่าวิกฤตหนี้ของกลุ่มยูโรโซนจะกลับมาเป็นปัญหาได้อีกครั้งอย่างไม่ยากเย็น เนื่องจากปัญหาต่างๆยังไม่ได้รับการแก้ไขแม้แต่น้อย ซึ่งคาดว่าปัญหาวิกฤตหนี้ของชาติสมาชิกยูโรโซนและหนี้ภาคธนาคารจะกลับมาร้อนแรงอีกครั้งภายในปีนี้

 

อิตาลี

- ธนาคารกลางอิตาลีได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของประเทศ โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะหดตัว 1% ในปีนี้ เทียบกับที่ประเมินเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วว่า จีดีพีปี 2556 จะหดตัวแค่ 0.2%

 

อังกฤษ

- หนังสือพิมพ์ The Time ของอังกฤษ ทำการสำรวจประชาชน ว่า หากอังกฤษจัดการทำประชามติในตอนนี้ว่าต้องการจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรือไม่ ผลสำรวจระบุว่า 40% ของผู้ได้รับการสำรวจเลือกที่จะออกจากสหภาพยุโรป อีก 37% ยังคงต้องการอยู่ต่อไป ขณะที่อีก 23% ยังไม่ตัดสินใจ

 

สเปน

- สถาบันสถิติแห่งชาติ (INE) ของสเปนเปิดเผยว่า อัตราว่างงานของสเปนพุ่งสู่ระดับ 26% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคเผด็จการของนายพลฟรังโกในช่วงกลางทศวรรษ 1970  INE เปิดเผยว่า มีผู้ว่างงาน 5.97 ล้านคน ณ สิ้นไตรมาส 4 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า อัตราว่างงานของสเปนจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 26% ในไตรมาส 4 เทียบกับ 25% ในไตรมาส 3

- สถาบันสถิติแห่งชาติ (INE) ของสเปนเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อในปี 2555 อยู่ที่ 2.4% โดยอ้างอิงจากค่าเฉลี่ยของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) โดยชะลอลง 0.5% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม ที่ 2.9% INE ระบุว่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากต้นทุนค่าขนส่งและราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น โดยค่าขนส่งปรับขึ้น 4.8% อันเนื่องมาจากราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าและก๊าซส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยดีดขึ้น 5.1%ราคาอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 2.3% ส่วนต้นทุนด้านการติดต่อสื่อสารลดลง 3.4% เนื่องจากค่าบริการโทรศัพท์มีราคาต่ำลง

- กองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) ได้อนุมัติเงินช่วยเหลืองวดที่ 2 สำหรับธนาคารสเปนจำนวน 1.865 พันล้านยูโร (ราว 2.701 พันล้านดอลลาร์) เงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากยูโรกรุ๊ปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะมีการจัดสรรแก่ธนาคารสเปนในกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือจากทางการ แต่ไม่จำเป็นต้องมีการแปรรูปกิจการเหมือนในกลุ่มที่ 1 ทั้งนี้ ธนาคารในกลุ่มที่ 2 จะได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ธนาคารสเปนที่ถูกแปรรูปกิจการของสเปนจะทำการปรับโครงสร้าง ซึ่งจะส่งผลให้มีการปิดสาขาหลายแห่งและทำให้พนักงานต้องตกงาน ขณะที่ธนาคารในกลุ่มแรก ซึ่งรวมถึงบังเกีย, โนบากาลิเซีย, คาตาลุนยาไคซา และบังโก เด บาเลนเซีย ได้รับการอัดฉีดเม็ดเงิน 3.6968 หมื่นล้านยูโรเมื่อเดือนก่อน ซึ่งรวมถึง 2.5 พันล้านยูโรสำหรับธนาคารบริหารหนี้เสียหรือที่เรียกว่า bad bank ซึ่งทำหน้าที่คัดแยกสินทรัพย์ที่มีปัญหาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ออกจากสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ

- เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี), ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้อยู่ที่กรุงมาดริดเพื่อประเมินกระบวนการปรับโครงสร้างของระบบการธนาคารสเปน ขณะที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานการธนาคารยุโรป (EBA) และ ESM ก็จะอยู่ที่กรุงมาดริดเพื่อตรวจสอบว่าสเปนปฏิบัติตามพันธสัญญาหรือไม่

 

โปรตุเกส

- ฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุว่า โปรตุเกสอาจจะต้องการโครงการช่วยเหลือครั้งที่ 2 ทันทีที่โครงการช่วยเหลือปัจจุบันสิ้นสุดลงในปีนี้ แม้โปรตุเกสประสบความสำเร็จในการระดมทุนในตลาดพันธบัตรก็ตาม โดยโปรตุเกสสามารถขายพันธบัตรอายุ 5 ปีคิดเป็นมูลค่า 2.5 พันล้านยูโร โดยจ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่า 5% ในการประมูลพันธบัตรระยะยาวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โปรตุเกสได้รับความช่วยเหลือในปี 2554 ทั้งนี้ ฟิทช์คงอันดับความน่าเชื่อถือของโปรตุเกสที่ BB+ ในเดือนพฤศจิกายน โดยให้แนวโน้มเชิงลบ ขณะที่สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ให้อันดับความน่าเชื่อถือที่ BB+ แก่โปรตุเกสเช่นกัน ส่วนมูดี้ส์ให้อันดับความน่าเชื่อถือโปรตุเกสที่ Ba3

 

เอเชีย: เกาหลีใต้

- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( IMF ) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ปี 2556 จะขยายตัว 3% ลดลงจากที่คาดการณ์เมื่อเดือนกันยายนปีก่อนว่าจะขยายตัว 3.9% ทั้งนี้รัฐบาลเกาหลีใต้มีแนวโน้มจะใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้นในครึ่งแรกปีนี้เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจหลังจากการแข็งค่าของเงินวอนและการอ่อนลงของค่าเงินเยนส่งผลลบต่อภาคการส่งออกของเกาหลีใต้ ทั้งนี้จากการปรับลดการคาดการณ์ของ IMF ทำให้ตัวเลขของ IMF ใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของทางการเกาหลีใต้มากขึ้น โดยธนาคารกลางและกระทรวงการคลังเกาหลีใต้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ปี 2556 จะขยายตัว 2.8% และ 3% ตามลำดับ

 

ออสเตรเลีย

- ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจออสเตรเลียเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปีหลังธนาคารกลางออสเตรเลียลดอัตราดอกเบี้ยลง 6 ครั้งในช่วง 14 เดือน และรัฐสภาสหรัฐฯมีความคืบหน้าในการเจรจาเรื่องงบประมาณ โดยจากการสำรวจของ National Australia Bank ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจออสเตรเลียเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3 จาก -9 ในเดือนก่อน

 

อินเดีย

- ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง ขณะที่ธนาคารกลางได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังจะชะลอตัวที่สุดในรอบ 1 ทศวรรษ โดย  RBI ได้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ 7.75% นอกจากนี้ RBI ยังได้ปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์อย่างไม่คาดหมายลง 0.25% สู่ 4.00% ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินอีก 1.80 แสนล้านรูปีไหลเข้าสู่ระบบธนาคาร

 

ไทย

- ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม  โดยกำหนดให้การลดอัตราเงินสมทบมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.56 เพื่อช่วยบรรเทาภาระของนายจ้างและผู้ประกันตน โดยให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้ ทั้งนี้ การลดเงินสมทบตามร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จะมีผลทำให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้รับการลดอัตราเงินสมทบด้วย จากเดิมออกเงินสมทบในอัตราเดือนละ 432 บาท เป็นออกเงินสมทบในอัตราเดือนละ 336 บาท

- ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่า ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่พบเงินเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้นทั้งในตลาดเงินและตลาดตราสารหนี้ ซึ่ง ธปท.ยังติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ยอมรับว่าในอดีตเคยพบการเก็งกำไรค่าเงินของสถาบันการเงินต่างประเทศบางแห่ง ซึ่ง ธปท.ได้ลงโทษแล้ว เช่น ปรับ ยึดใบอนุญาต แต่ในปัจจุบันไม่พบการเก็งกำไรในลักษณะดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าค่าเงินบาทยังมีความผันผวนต่อไปจากปัจจัยต่างประเทศ โดย ธปท.ได้ติดตามค่าเงินบาท พร้อมกับพยายามสร้างสมดุลในการไหลเข้า-ออกของเงินทุน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ ขณะเดียวกัน มองว่าภาคเอกชนและผู้ส่งออกคงจะต้องมีการปรับตัวป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไว้ด้วย เพราะธปท.คงไม่สามารถควบคุมให้ค่าเงินบาทอยู่ในระดับใดระดับหนึ่งได้

 

อื่นๆ

- องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศสมาชิก 34 ประเทศในเดือนธันวาคม 2555 ขยายตัว 1.9% หากไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลดลง 1.5% ในเดือนธันวาคม ซึ่งในเดือนดังกล่าว ราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 2.9% ส่วนราคาอาหารชะลอลงสู่ระดับ 2.1% จากเดิม 2.2% ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแต่ละประเทศ อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่หลายประเทศ ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกยังไม่ได้ลดลงอย่างแท้จริง โดยในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ อัตราเงินเฟ้อในจีน บราซิลและรัสเซีย เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อในอินโดนีเซียและแอฟริกาใต้อยู่ในระดับทรงตัว

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (29 ม.ค.) ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทเช้าวันนี้สอดคล้องกับที่ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเทียบกับสกุลเงินเยนและยูโรและสอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้น ทั้งนี้นักลงทุนรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันนี้และวันพรุ่งนี้เกี่ยวกับความชัดเจนเรื่องเวลาที่เหมาะสมในการยุติมาตรการ QE3

- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (29 ม.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์หลังจากที่ค่าเงินเยนอ่อนลงมามากอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้จากแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้นของธนาคารกลางญี่ปุ่นโดยธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อขึ้นจาก 1% เป็น 2% ในขณะที่ทางด้านสหรัฐฯดัชนีเศรษฐกิจโดยรวมชี้ไปในทางบวกมากขึ้น อย่างไรก็ดีนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันนี้และวันพรุ่งนี้เกี่ยวกับระยะเวลาในการดำเนินมาตรการ QE3 ขณะเดียวกันนักเศรษฐศาสตร์ก็คาดการณ์ก่อนการประกาศตัวเลขในคืนนี้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯของ  Conference Board เดือนมกราคมจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 64 จาก 65.1 ในเดือนธันวาคม

- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (29 ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้า โดยวันนี้นักลงทุนจับตาดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯหลังจากที่รายงานการประชุมเมื่อวันที่ 11-12 ธันวาคมซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 มกราคมชี้ว่าคณะกรรมการเริ่มมีการหารือกันเกี่ยวกับเวลาที่เหมาะสมในการยุติมาตรการซื้อตราสารหนี้รอบที่ 3 ขณะเดียวกันตลาดก็คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯเดือนมกราคมจะลดลงจากเดือนก่อนหน้า

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (29 ม.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคารนำโดยหุ้นกลุ่มปลอดภัย โดยนักลงทุนที่ระมัดระวังได้เข้าซื้อหุ้นซึ่งหนุนตลาดขึ้นทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.52%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.51% และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 0.02% หุ้นกลุ่มปลอดภัยซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นอาทิ หุ้นไฟเซอร์ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเวชภัณฑ์ หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นด้วยหลังบริษัทวาเลโร อีเนอร์จี คอร์ปเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (29 ม.ค.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.39% ในวันนี้ โดยตลาดหุ้นได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งอาจมีกำไรเพิ่มขึ้นมากในปีนี้จากการลงทุนในหลักทรัพย์ลงทุนต่างๆในตลาดหุ้น ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.53% จากการที่นักลงทุนมองแนวโน้มไปในทางบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มการเงินและพลังงาน ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.07%

- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (29 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมจากการที่นักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจจีนไปในทางบวกมากขึ้น อีกทั้งยังมองว่าการที่ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมาจะช่วยให้กำไรของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นหลายแห่งเพิ่มขึ้นมากในปีนี้ โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังคงทรงตัวอยู่ในแดนบวก ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 6.72 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 30 มกราคม 2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment