Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Monday, 29 April 2013 11:45



Snapshot
สหรัฐอเมริกา
          -  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จัดทำโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนในช่วงท้ายเดือนเมษายนลดลงสู่ระดับ 76.4 จากระดับ 78.6 ในเดือนมีนาคม แต่สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ และดีกว่าตัวเลขเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนซึ่งอยู่ที่ระดับ 72.3 สำหรับดัชนีภาวะปัจจุบันหดตัวลงสู่ระดับ 89.9 จากระดับ 90.7 ในเดือนมีนาคม ส่วนคาดการณ์เงินเฟ้อในช่วง 1 ปีข้างหน้านั้นลดลงสู่ 3.1% จาก 3.2% ในการคาดการณ์ครั้งก่อน
          -  ตัวเลขประมาณการครั้งแรกของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Preliminary GDP) ที่แท้จริงประจำไตรมาส 1/2556 ขยายตัว 2.5% ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ แต่ยังดีกว่าไตรมาส 4/2555 ที่ขยายตัวเพียง 0.4% อย่างไรก็ดี GDP ของสหรัฐขยายตัวเป็นไตรมาสที่ 15 ติดต่อกัน แม้ว่าอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยอยู่แค่ 2% ต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานในอดีต

ยุโรป: เยอรมนี
          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี รายงานว่าราคาสินค้านำเข้าของเยอรมนีลดลง 2.3% ในเดือนมีนาคม (y-o-y) จากที่ลดลง 1.6% ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่สอดคล้องกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ และเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ราคาสินค้านำเข้าของเยอรมนีลดลง 0.1% (m-o-m) ในเดือนมีนาคม จากที่เพิ่มขึ้น 0.3% แต่สอดคล้องกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้

อิตาลี
          -  นายเอ็นริโก้ เลตตา รองหัวหน้าพรรค Partito Democratico (PD) ของอิตาลี เร่งเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลผสม หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จากการลาออกจากตำแหน่งของนายเบอร์ซานีหัวหน้าพรรค PD ซึ่งประสบความล้มเหลวในการจัดตั้งรัฐบาลผสม ทั้งนี้ นายเบอร์ลุสโคนี หัวหน้าพรรค Il Popolo della Liberta (PdL) ประกาศว่ายินดีที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมกับนายเอ็นริโก้ เลตตาโดยนักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลผสมดังกล่าวอาจส่งผลให้นายเบอร์ลุสโคนีกลับมามีอำนาจทางการเมืองอีกครั้ง
          -  นายเอ็นริโก้ เลตตา นายกรัฐมนตรีคนใหม่ คงต้องเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายที่สำคัญๆอีกมากมาย นับตั้งแต่การผลักดันผ่านการปฏิรูประบบการเลือกตั้งที่อาจจะช่วยป้องกันไม่ให้อิตาลีต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเมืองเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อคราวที่มีการจัดการเลือกตั้งขึ้นแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภารกิจที่ท้าทายต่อไปก็คือ การดำเนินการตามนโยบายของนายมอนติเพื่อที่จะลดภาระหนี้สินของอิตาลีลง และการรักษาเสถียรภาพภายในรัฐบาลที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีเอกภาพเท่าไรนัก แต่ในบรรดาสถานการณ์ที่ท้าทายมากที่สุดนั้น นายมาร์เซลโล เมสซอรี นักเศรษฐศาสตร์การเมืองจากมหาวิทยาลัย LUISS มองว่า ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการมากที่สุดนั้นคือ การเร่งฟื้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจอีกครั้ง

เอเชีย: ญี่ปุ่น
          -  ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินเมื่อวันศุกร์ที่ 26 เมษายนซึ่งเป็นไปตามความคาดหมาย หลังจากที่บีโอเจได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเชิงรุกในช่วงต้นเดือนนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ภายใน 2 ปี นอกจากนี้บีโอเจยังคงยืนยันว่าจะเพิ่มฐานเงินในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยนต่อปีด้วย ในการประชุมครั้งก่อนเมื่อวันที่ 4 เมษายน บีโอเจได้ผ่อนคลายนโยบายด้วยการประกาศว่าจะเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบขึ้น 2 เท่าภายในเวลา 2 ปี ด้วยการเพิ่มวงเงินการซื้อพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์เสี่ยง ในการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว บีโอเจได้เปลี่ยนแปลงเป้าหมายด้านนโยบายจากการกำหนดเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยเผื่อเรียกข้ามคืน ไปเป็นการกำหนดฐานเงิน ซึ่งเป็นมาตรวัดปริมาณเงินที่บีโอเจจะอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
          -  ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ทบทวนปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจและราคาเมื่อวันศุกร์ที่ 26 เมษายน โดยพิจารณาถึงผลบวกของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเชิงรุกที่ได้ประกาศในเดือนนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2%  โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัว 2.9% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.3% ส่วนในปี 2557 และ 2558 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 1.4% ( จากคาดการณ์เดิมที่ 0.8% ) และ 1.6% ตามลำดับ ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 0.7% จากคาดการณ์เดิม 0.4% ส่วนในปี 2557 และ 2558 จะเพิ่มขึ้น 1.4% ( จากคาดการณ์เดิมที่ 0.9% ) และ 1.9% ตามลำดับ อย่างไรก็ดีตัวเลขคาดการณ์ในปี 2557 และ 2558 ไม่ได้รวมผลกระทบจากแผนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
          -  ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจและราคารอบครึ่งปีว่า อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นอาจจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2% ในช่วงครึ่งหลังของช่วง 3 ปีข้างหน้า  โดยคาดว่ามาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ จะทำงานผ่านช่องทางส่งผ่าน อาทิ อัตราดอกเบี้ยระยะยาว และราคาสินทรัพย์ และจะทำให้อัตราดอกเบี้ยแท้จริงลดลงผ่านทางการปรับตัวขึ้นของตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อด้วย บีโอเจยังย้ำว่าจะผ่อนคลายมาตรการทางการเงินต่อไปตราบใดที่มีความจำเป็นเพื่อบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ในลักษณะที่มีเสถียรภาพ
          -  สำนักงานสถิติของญี่ปุ่นรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสดในเดือนมีนาคมลดลง 0.5% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งแย่กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 0.4% ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปลดลง 0.9% ในช่วงเดียวกัน

ไทย
          -  สำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI) ในเดือนมีนาคมขยายตัว 0.54% (y-o-y) มาอยู่ที่ระดับ 194.34 ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 18 เดือนและหากเทียบกับเดือนก่อนหน้าขยายตัว 14.39% (m-o-m) สำหรับอัตราการใช้กำลังผลิตเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 70.35% ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 82 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2549 ส่วนดัชนี MPI ในไตรมาสที่ 1/56 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.90% (y-o-y)  โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิต 66.80% นับว่าเป็นการปรับตัวลดลงจากไตรมาส 4/2555 ซึ่งเป็นผลจากฐานการคำนวณที่เข้าสู่ภาวะปกติหลังอุทกภัยแล้ว โดยอุตสาหกรรมหลักที่เป็นปัจจัยหนุนให้ MPI ไตรมาสแรกขยายตัวเกิดจากแรงขับเคลื่อนจากการผลิตรถยนต์ แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งออกมากกว่า 60% หดตัวลง
          -  กระทรวงพาณิชย์ ระบุร่วมประชุมกับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาทางการค้า และติดตามสถานการณ์ที่กระทบกับการส่งออก เช่น เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น การปรับขึ้นค่าแรง ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวน สถานการณ์เศรษฐกิจโลก และมาตรการกีดกันทางการค้าของคู่ค้าที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันที่จะให้กระทรวงพาณิชย์ทำหนังสือถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อแสดงความกังวลต่อการแก้ไขปัญหาเงินบาทแข็งค่า และให้นำเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่ภาคเอกชนเสนอไปให้ด้วย เพื่อให้ ธปท.นำไปใช้แก้ไขค่าเงินบาทแข็งค่าต่อไป ส่วนเป้าหมายมูลค่าการส่งออกในปี 56 ที่ประชุมยืนยันที่จะคงเป้าหมายขยายตัวไว้ที่ 8-9% จากปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 250,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้เป็นเป้าหมายพยายามในการผลักดันการส่งออก
          -  ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัย ได้มีมติอนุมัติการขอรับส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัย รวม 36 โครงการ ด้วยเงินลงทุน 9,348.4 ล้านบาท แบ่งเป็นการอนุมัติภายใต้มาตรการด้านภาษีอากรเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัย จำนวน 20 โครงการ เงินลงทุน 3,553.4 ล้านบาท และการอนุมัติภายใต้มาตรการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่หรือขยายการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี จำนวน 16 โครงการ เงินลงทุน 5,795 ล้านบาท
          -  ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในการประชุมวันที่ 30 เมษายนนี้ เพื่อขอควาเมห็นชอบในการขอรับเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2557 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 2,436.442 ล้านบาท และ 1,524.835 ล้านบาท ตามลำดับ ตามความเห็นของคณะกรรมการเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ ครั้งที่ 4/2556 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2556 เพื่อให้เป็นไปตามนัยข้อ 7(3) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้เงินอุดหนุนบริการสาธารณะของ รัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2554 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ทั้งนี้ ข้อเสนอการขอรับเงินอุดหนุนบริการสาธารณะประจำปีงบประมาณ 2557 ของ รฟท. ซึ่งทาง รฟท.เสนอขอรับเงินอุดหนุนบริการสาธารณะจำนวน 4,851.386 ล้านบาท (ประมาณการต้นทุนและรายได้จากการให้บริการสาธารณะ จำนวน 5,345.972 ล้านบาท และ 494.585 ล้านบาท ตามลำดับ) สำหรับการให้บริการขบวนเดินรถเชิงสังคม จำนวน 164 ขบวน โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการเชิงสังคมที่เป็นผู้มีรายได้น้อย จำนวน 30.041 ล้านคน ส่วนข้อเสนอการขอรับเงินอุดหนุนบริการสาธารณะประจำปีงบประมาณ 2557 ของ ขสมก. นั้น ทาง ขสมก.ขอรับเงินอุดหนุนสำหรับบริการสาธารณะ จำนวน 2,078.245 ล้านบาท (ประมาณการต้นทุนจากการให้บริการสาธารณะ จำนวน 4,268.146 ล้านบาท และประมาณการรายได้ จากการให้บริการสาธารณะ จำนวน 2,189.901 ล้านบาท) เพื่อให้บริการรถโดยสารประจำทางสาธารณะประเภทรถธรรมดา จำนวน 1,562 คัน โดยมีอัตรารถออกวิ่งร้อยละ 96 คิดเป็นรถโดยสารที่ให้บริการจริง จำนวน 1,500 คัน (ระยะทาง 209 กิโลเมตร/คัน/วัน) โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

Money Market
          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (26 เม.ย.) ค่าเงินบาทอ่อนลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ในขณะที่สกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯและซื้อเยน สำหรับค่าเงินบาทวันนี้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับมาตรการสกัดการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้มีแรงขายบาทออกมามาก
          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (26 เม.ย.)  ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินตามความคาดหมายของตลาด โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงินในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยนต่อปี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ทั้งนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ทบทวนปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจและราคาในวันนี้ โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัว 2.9% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.3% ส่วนในปี 2557 และ 2558 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 1.4% และ 1.6% ตามลำดับ ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 0.7% จากคาดการณ์เดิม 0.4% ส่วนในปี 2557 และ 2558 จะเพิ่มขึ้น 1.4% และ 1.9% ตามลำดับ อย่างไรก็ดีวันนี้สำนักงานสถิติของญี่ปุ่นรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสดลดลง 0.5% (y-o-y)
          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (26 เม.ย.)  ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ตามภาวะที่วันนี้มีแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯและซื้อเยนหลังการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินตามความคาดหมายของตลาด ขณะที่ทางด้านอิตาลีว่าที่นายกรัฐมนตรีอิตาลีได้เริ่มต้นหารือเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเขากล่าวว่าจะต้องใช้เวลาในการแก้ไขความเห็นที่แตกต่างกันอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายกลาง-ซ้าย และฝ่ายกลาง-ขวา

Capital Market
          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (26 เม.ย.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.08 % ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปิดลดลง 0.18% และ 0.33% ตามลำดับ โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯวันนี้ได้รับปัจจัยลบจากการที่ตัวเลข GDP ไตรมาสแรกของสหรัฐฯขยายตัวต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยขยายตัว 2.5% ( annualized) ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 3%
          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (26 เม.ย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.30% ในวันนี้จากการที่กำไรของบริษัทในตลาดหุ้นญี่ปุ่น เช่น Shiseido Co. และ Advantest Corp ต่ำกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ ขณะที่การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันนี้มติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินตามความคาดหมายของตลาด โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงินในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยนต่อปี โดยปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าในเวลา 2 ปี ขณะเดียวกันธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ทบทวนปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจและราคาในวันนี้ โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัว 2.9% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.3% และคาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 0.7% จากคาดการณ์เดิม 0.4% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.97% โดยหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจนำตลาดปรับตัวลงก่อนวันหยุด 3 วันเนื่องในวันแรงงานในสัปดาห์หน้า สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.65%
          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (26 เม.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดนมีแรงซื้อมากในหุ้นค้าปลีกบางบริษัท โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวก ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 8.68 จุด

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 29 เมษายน 2556


Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment