|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
|
|
|
|
|
Wednesday, 24 April 2013 10:47 |
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ยอดขายบ้านใหม่ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 1.5% (m-o-m: annual rate) สู่ระดับ 417,000 ยูนิต หลังจากที่ลดลงแตะ 411,000 ยูนิตในเดือนกุมภาพันธ์ และเมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมของปีก่อน ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 18.5% (y-o-y) สำหรับราคากลางของบ้านใหม่อยู่ที่ 247,000 ดอลลาร์ใน หรือเพิ่มขึ้น 3% (y-o-y) - ดัชนีราคาบ้านที่จัดทำโดยสำนักงานเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FHFA) แสดงให้เห็นว่า ราคาบ้านในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.7% จากเดือนก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ราคาบ้านปรับตัวขึ้น 7.1% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2549 เป็นการบ่งชี้ถึงการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ราคาบ้านทั่วประเทศแตกต่างกันมาก โดยในเขตสำมะโนประชากรทั้ง 9 เขตนั้น ราคาบ้านในเขตแอตแลนติกตอนใต้ ซึ่งประกอบด้วยรัฐเดลาแวร์, แมรีแลนด์, ดิสทริก ออฟ โคลัมเบีย, เวสต์ เวอร์จิเนีย, นอร์ท แคโรไลน่า, เซาท์ แคโรไลน่า, จอร์เจีย และฟลอริด้า เพิ่มขึ้นมากที่สุด 1.7% (m-o-m) ขณะที่ราคาในเขตแอตแลนติกตอนกลาง ซึ่งได้แก่ นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ และเพนซิลเวเนีย ลดลง 0.6% (m-o-m) FHFA ยังระบุอีกด้วยว่า ราคาบ้านยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในเดือนเมษายน 2550 อยู่ถึง 13.6% ทั้งนี้ ราคาบ้านเดือนนี้อยู่ในระดับประมาณเดียวกับเดือนตุลาคม 2547
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ดัชนี PMI คอมโพสิตของกลุ่มยูโรโซนอยู่ที่ระดับ 46.5 ในเดือนเมษายน ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนมีนาคม แต่มากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 46.3 อย่างไรก็ตามดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 แสดงว่าอยู่ในภาวะหดตัว โดยดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 46.5 ในเดือนเมษายนจาก 46.8 ในเดือนมีนาคม ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการขยับขึ้นมาอยู่ที่ 46.6 ในเดือนเมษายนจาก 46.4 ในเดือนมีนาคม - คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) รายงานว่ายอดขาดดุลงบประมาณของสหภาพยุโรป (อียู) ในปี 2555 ลดลงมาอยู่ที่ 3.7% ต่อจีดีพี จากยอดขาดดุล 4.2% ต่อจีดีพีในปี 2554 นอกจากนี้ ยังคาดว่ายอดขาดดุลงบประมาณในปี 2556 จะลดลงมาอยู่ที่ 3.5% ต่อจีดีพี และ 2.8% ต่อจีดีพีในปี 2557 สำหรับยอดหนี้สาธารณะขยับขึ้นสู่ระดับ 90.6% ต่อจีดีพี ในปี 2555 จาก 87.3% ต่อจีดีพีในปี 2554 - นางแคเธอรีน แอชตัน ประธานฝ่ายนโยบายต่างประเทศอียู แถลงหลังเสร็จสิ้นการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอียูว่า อียูได้ยกเลิกการคว่ำบาตรทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ ยกเว้นเรื่องการค้าอาวุธต่อพม่า แม้ว่าอียูจะตระหนักดีว่า พม่ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกจำนวนมาก ทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย การต่อสู้กับความยากจน และการบรรลุเป้าหมายถึงการเป็นประเทศที่มีสันติภาพตลอดไป
เยอรมนี - ดัชนี PMI คอมโพสิตของเยอรมนีปรับตัวลดลงสู่ระดับ 48.8 ในเดือนเมษายน จาก 50.6 ในเดือนมีนาคม ซึ่งดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 แสดงว่าอยู่ในภาวะหดตัว โดยดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 47.9 ในเดือนเมษายนจาก 49.0 ในเดือนมีนาคม ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนที่ 49.2 ในเดือนเมษายนจาก 50.9 ในเดือนมีนาคม - จากการที่เจ้าหน้าที่ทั้งหมดของสายการบินลุฟท์ฮันซา ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของเยอรมัน นัดหยุดงานประท้วงในวันที่ 22 เมษายน เป็นเวลา 1 วัน หลังล้มเหลวจากการเจรจารอบ 3 เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอเพิ่มเงินเดือนให้พนักงาน ทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซา ต้องยกเลิกเที่ยวบินภายในเยอรมนีและยุโรปเกือบทั้งหมด จากกำหนดเดิมที่เปิดให้บริการมากกว่า 1,700 เที่ยว เหลือเพียงประมาณ 20 เที่ยวบินเท่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินหลายจุดหมายปลายทางในอังกฤษ เช่น กรุงลอนดอน แมนเชสเตอร์ เบอร์มิงแฮม รวมถึงสนามบินเยอรมนี อย่างแฟรงเฟริต มิวนิคด้วย
ฝรั่งเศส - ดัชนี PMI คอมโพสิตของฝรั่งเศสปรับตัวลดลงสู่ระดับ 44.2 ในเดือนเมษายน จาก 41.9 ในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม ดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 แสดงว่าอยู่ในภาวะหดตัว โดยดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมของเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 44.4 ในเดือนเมษายนจาก 44.0 ในเดือนมีนาคม ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการก็ขยับขึ้นเช่นกันสู่ระดับ 44.1 ในเดือนเมษายน จาก 41.3 ในเดือนมีนาคม - ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของฝรั่งเศสลดลงสู่ระดับ 88 ในเดือนเมษายน จาก 91 ในเดือนมีนาคม และลดลงมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 89
อิตาลี - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของอิตาลีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 86.3 ในเดือนเมษายน จาก 85.3 ในเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้นมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 85
สเปน - ยูโรสแตทรายงานยอดขาดดุลงบประมาณต่อจีดีพีของสเปนเพิ่มขึ้นจาก 9.4% ในปี 2554 เป็น 10.6% ในปี 2555 ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในสหภาพยุโรป (อียู) เนื่องจากรัฐบาลสเปนต้องให้ความช่วยเหลือภาคธนาคารซึ่งมีสถานะทางการเงินที่อ่อนแอ ขณะที่ยอดขาดดุลงบประมาณต่อจีดีพีของกรีซในปี 2555 อยู่ที่ 10% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2
เอเชีย: จีน - การผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนเมษายนขยายตัวในอัตราลดลงส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์มีความมั่นใจลดลงต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน โดย HSBC Holdings Plc และ Markit Economics รายงานดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนเมษายนลดลงมาอยู่ที่ 50.5 จาก 51.6 ในเดือนมีนาคม ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 51.5 โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงภาวะการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า - สมาคมเหล็กโลกเปิดเผยว่า การผลิตเหล็กกล้าดิบของจีนแตะที่ 66.29 ล้านตันในเดือนมีนาคมปีนี้ เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2555 นอกจากนี้สมาคมระบุว่าจีนผลิตเหล็กกล้าดิบได้ 191.75 ตัน ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ญี่ปุ่น - สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า มีโอกาสมากกว่า 1 ใน 3 ที่ S&P จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น เนื่องจากมีความไม่แน่นอนที่ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ในการผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจและยุติภาวะเงินฝืด ขณะนี้ S&P จัดอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรระยะยาวของญี่ปุ่นที่ AA- แนวโน้มการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการริเริ่มโครงการของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความสำเร็จของโครงการดังกล่าว แผนของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะที่จะทำให้ญี่ปุ่นฟื้นตัวจากภาวะเงินฝืดและกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ตามที่เรียกกันว่า "อาเบะโนมิคส์" นั้น มีเสาหลัก 3 ประการคือ การผ่อนคลายทางการเงินแบบเชิงรุก, ความพยายามทางการคลังเพื่อกระตุ้นการขยายตัวและแผนยุทธศาสตร์เพื่อดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชน
ไทย - กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าตัวเลขการส่งออกเดือน มีนาคมมีมูลค่า 2.08 หมื่นล้านเดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.55% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.7% ขณะที่การนำเข้าในมีนาคมมีมูลค่า 2.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 11.52% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทำให้ไทยขาดดุลการค้าประมาณ 0.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนการส่งออกในไตรมาสแรกปีนี้มีมูลค่า 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.26% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 6.49 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 8.44% ทำให้ไทยขาดดุลการค้า 7.91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า การส่งออกของไทยในปี 2556 จะขยายตัวได้ 8-9% โดยจะมุ่งไปยังตลาดอาเซียน และเอเชีย รวมทั้งเน้นการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป อย่างไรก็ตาม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังออกมาระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า กระทรวงพาณิชย์ยอมรับว่าเป้าหมายส่งออกปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัว 9% นั้น ทำได้ยาก หลังเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ขณะที่จะมีการทบทวนเป้าหมายส่งออกอีกครั้ง ในเดือนพฤษภาคมนี้ - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 (ตุลาคม 2556-กันยายน 2557) วงเงินประมาณ 2.525 ล้านล้านบาท โดยเป็นงบขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท โดยหลังจากนี้จะให้ส่วนราชการไปสำรวจความต้องการของแต่ละหน่วยงาน ว่ายังขาดเหลือส่วนใดบ้าง และให้เสนอข้อมูลกลับมาให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง ก่อนจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรซึ่งรัฐบาลจะขอเปิดสภาฯวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 วาระแรก ส่วนวันเวลากำลังประสานอยู่
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร ( 23 เม.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ โดยวันนี้ความต้องการถือเยนและดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อลดความเสี่ยงมีมากขึ้นหลังดัชนีภาคการผลิตของจีนชี้ถึงแนวโน้มการขยายตัวที่ชะลอลงในเดือนเมษายน - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร ( 23 เม.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ โดยวันนี้ค่าเงินเยนได้รับปัจจัยสนับสนุนให้แข็งขึ้นจากการที่นักลงทุนมั่นใจลดลงต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่สองหลังจาก HSBC Holdings Plc และ Markit Economics รายงานว่าดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนเมษายนลดลงมาอยู่ที่ 50.5 จาก 51.6 ในเดือนมีนาคม และต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 51.5 ซึ่งนักลงทุนหันมาถือสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำในสกุลเงินเยนมากขึ้นในวันนี้ซึ่งสอดคล้องกับภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมลดลง อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินเยนได้อ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (23 เม.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและถือสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำในรูปเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นหลังดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนเมษายนชี้ถึงภาวะการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ขณะที่ดัชนี PMI ขั้นต้นรวมภาคการผลิตและบริการของเยอรมนีเดือนเมษายนลดลงมาอยู่ที่ 48.8 จาก 50.6 ในเดือนมีนาคม
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (23 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯสูงขึ้นจากการที่กำไรของบริษัท เช่น Travelers และ Netflix สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และยอดขายบ้านใหม่ในสหรัฐฯเพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคม - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (23 เม.ย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.29% จากการที่ข้อมูลเบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนเมษายนชี้ถึงการขยายตัวที่ชะลอลง ขณะที่ค่าเงินเยนก็แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯหลังการรายงานตัวเลขดังกล่าวซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลลบต่อการคาดการณ์แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลงถึง 2.57% โดย HSBC Holdings Plc และ Markit Economics รายงานว่าดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนเมษายนลดลงมาอยู่ที่ 50.5 จาก 51.6 ในเดือนมีนาคม และต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 51.5 ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนมั่นใจลดลงต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 2 สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.08% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (23 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าก่อนที่จะลดลงในช่วงบ่าย โดยวันนี้ตลาดหุ้นไทยรวมทั้งตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมได้รับปัจจัยลบจากการที่ดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนเมษายนชี้ถึงภาวะการขยายตัวที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 9.75จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 24 เมษายน 2556
|
Comments