Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 18 April 2013 11:26

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวลดลงเหนือความคาดหมายในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 เมษายน โดยสต็อกน้ำมันดิบลดลง 1.23 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 2.36 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 633,000 บาร์เรล สำหรับอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันหดตัวลง 0.5% แตะที่ระดับ 86.3%

          -  ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้เปิดเผยรายงานเบจบุ๊ค (Beige Book) รายงานว่าเขตสาขาทั้ง 11 เมืองของเฟดขยายตัวปานกลางในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ภาคการผลิตที่เพิ่มขึ้นมาก ได้แก่ การก่อสร้างที่อยู่อาศัยและยานยนต์ อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายของผู้บริโภคขยายตัวต่ำเนื่องจากความกังวลต่อการปรับเพิ่มภาษีและราคาเชื้อเพลิง

 

สหภาพยุโรป

          -  ยูโรสแตทรายงานว่าดุลการค้าของสหภาพยุโรป (อียู) มียอดเกินดุล 10.4 พันล้านยูโรในเดือนกุมภาพันธ์จากที่ขาดดุล 4.7 พันล้านยูโรในเดือนมกราคม และมากกว่าเดือนเดียวกันปีก่อนที่มียอดเกินดุลการค้า 1.3 พันล้านยูโร และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเกินดุล 5.0 พันล้านยูโร โดยขณะที่การนำเข้าลดลง 2.1% (m-o-m) ในเดือนกุมภาพันธ์และลดลง 7.0% (y-o-y)

          -  จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินชาวอเมริกัน เชื่อว่าวิกฤตยูโรโซนจะดำเนินต่อไป พร้อมชี้ว่าวิกฤตด้านหนี้สินและงบประมาณในยุโรปยังอยู่ห่างไกลจากคำว่า สิ้นสุดแต่ถึงกระนั้น เชื่อว่าปัญหาของยุโรปไม่น่าจะมีผลกระทบมากนักต่อตลาดหุ้น ทั้งนี้ วิกฤตด้านหนี้สิน การขาดดุลงบประมาณ และปัญหาความไร้เสถียรภาพที่เกิดขึ้นในสถาบันการเงินของหลายประเทศที่เป็นสมาชิกกลุ่มยูโรโซนได้ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่กรีซ กลายเป็นประเทศแรกที่ต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน ขณะที่อังกฤษและฝรั่งเศสแม้จะไม่ต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน แต่ก็ถูกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างๆ ปรับลดความน่าเชื่อถือลงจากระดับ “AAA” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นครั้งแรก

 

เยอรมนี

          -  นายเจนส์ ไวด์มานน์ ประธานธนาคารกลางเยอรมนี กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นต้องปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีในปีนี้ ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ธนาคารกลางเยอรมนีกล่าวว่า เศรษฐกิจเยอรมนีมีแนวโน้มขยายตัวราว 0.4% ในปี 2556 ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 1.6% อย่างมาก อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยูโรโซนที่ยังซบเซาต่อเนื่องทำให้นักสังเกตการณ์บางส่วนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเยอรมนีจะขยายตัวต่ำยิ่งกว่านี้ นายไวด์มานน์กล่าวว่า มีเหตุผล 3 ประการที่ทำให้เขายังมองในแง่บวก นั่นคือ ผลสำรวจผู้จัดการภาคค้าปลีกที่แข็งแกร่ง ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่สูงมาก และตลาดแรงงานที่สดใส

          -  ZEW Center รายงานว่าความเชื่อมั่นนักลงทุนของเยอรมนีอ่อนตัวลงมากกว่าที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายน นับเป็นการบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีอาจจะฟื้นตัวได้ด้วยความยากลำบาก โดยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนของเยอรมนีในเดือนเมษายนร่วงลงมาอยู่ที่ 36.3 จากระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 48.5 ในเดือนมีนาคม ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่า ดัชนีจะอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 41

          -  จอร์จ โซรอส วัย 82 ปี ซึ่งมีทรัพย์สินในครอบครองกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ระบุว่า เยอรมนีซึ่งเป็นชาติที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในกลุ่มยูโรโซนจะประสบกับ ภาวะถดถอยเตือนว่าแม้ในขณะนี้ เยอรมนีจะดูเหมือนแทบไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากผลพวงของปัญหาในกลุ่มยูโรโซน แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจของเยอรมนีจะต้องเผชิญกับภาวะถดถอยอย่างแน่นอน  โดยอาจเกิดขึ้นในขณะที่มีการเลือกตั้งทั่วไปในเยอรมนีในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ แม้นายกรัฐมนตรีหญิงอังเกลา แมร์เคิล จะยังคงเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจเมืองเบียร์จะไม่ถดถอย แต่อาจมีการเติบโตในปีนี้แบบ ต่ำเตี้ยติดดินที่ระดับ 0.4% 

 

ฝรั่งเศส

          -  นายคริสเตียน นอยเออร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสว่า ธนาคารกลางฝรั่งเศสมีแผนทำข้อตกลงสว็อปสกุลเงินกับธนาคารกลางจีน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นการใช้เงินหยวนในเขตยูโรโซนทั้งในด้านการค้าและการลงทุน โดยข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้ธนาคารกลางของทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินและนำไปเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินภายในประเทศ ทั้งนี้ แผนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางอังกฤษได้ทำข้อตกลงสว็อปสกุลเงินกับธนาคารกลางจีนในช่วงก่อนหน้านี้ ในขณะที่ธนาคารกลางจีนพยายามส่งเสริมการใช้เงินหยวนในระดับนานาชาติ ตลอดจนทำข้อตกลงสว็อปสกุลเงินกับธนาคารกลางของหลายประเทศ

 

อังกฤษ

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษเปิดเผยว่า จำนวนคนว่างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ขณะที่อัตราการขยายตัวของค่าจ้างชะลอตัวลง นับเป็นอีกหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า ตลาดแรงงานของอังกฤษกำลังย่ำแย่อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยจำนวนผู้ที่ไม่มีงานทำเพิ่มขึ้น 70,000 ราย แตะ 2.56 ล้านรายในช่วง 3 เดือนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นแตะ 7.9% จากไตรมาสก่อนที่ระดับ 7.8% ขณะที่รายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเพียง 0.8% ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2552

 

สเปน

          -  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าสเปนจะเผชิญภาวะหดตัวทางเศรษฐกิจและอัตราว่างงานที่สูงขึ้นในปีนี้ ไอเอ็มเอฟระบุในรายงาน แนวโน้มเศรษฐกิจโลก" ว่าเศรษฐกิจสเปนจะหดตัวลง 1.6% ในปี 2556 และอัตราว่างงานของประเทศจะแตะระดับสูงที่ 27% ในปีนี้ ก่อนที่จะขยับลงมาอยู่ที่ 26.5% ในปี 2557 ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 0.7% ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคม ไอเอ็มเอฟคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสเปนจะหดตัว 1.5% ในปี 2556 และจะเพิ่มขึ้น 0.8% ในปี 2557 ซึ่งการคาดการณ์ครั้งใหม่นี้มีมุมมองเชิงลบมากขึ้นสำหรับเศรษฐกิจสเปนโดยอิงกับการคาดการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจยูโรโซน ซึ่งไอเอ็มเอฟคาดว่าจะหดตัวลง 0.3% ในปี 2556 ก่อนจะขยายตัว 1.1% ในปี 2557 อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของไอเอ็มเอฟขัดแย้งกับตัวเลขของรัฐบาลสเปน ซึ่งคาดว่าจีดีพีจะลดลง 0.5% ในปีนี้ และจะขยายตัว 1.2% ในปีหน้า

 

โปรตุเกส

          -  ชาวโปรตุเกสราว 1,000 คนออกมาประท้วงตามถนนหนทางในกรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส เพื่อต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจโปรตุเกสถดถอยลงยิ่งกว่าเดิม โดยกลุ่มผู้ชุมนุมชูป้ายประท้วงและเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการลงทุน ลดอัตราว่างงาน และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทั้งนี้ โปรตุเกสกำลังดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดอย่างเคร่งครัดภายใต้ข้อตกลงการรับเงินช่วยเหลือจำนวน 7.8 หมื่นล้านยูโรจากกลุ่มทรอยก้า ซึ่งการเคลื่อนไหวของรัฐบาลได้กระตุ้นให้เกิดการประท้วงเป็นวงกว้างทั่วประเทศในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สำหรับการประท้วงครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่กลุ่มทรอยก้าจะเดินทางมายังกรุงลิสบอน

          -  นาย รีเปโดร ปาสซอส โกเอลโญ นายกรัฐมนตรีโปรตุเกสเรียกร้องธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มธุรกิจเพิ่ม เพื่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างหนัก เนื่องจากที่ผ่านมา ธนาคารปล่อยเงินกู้น้อย แต่ในขณะนี้ธนาคารสามารถปล่อยกู้ให้กับกลุ่มธุรกิจได้ เนื่องจากรัฐบาลเพิ่มทุนให้ธนาคารแล้ว ทั้งนี้ เศรษฐกิจโปรตุเกสนั้นถดถอยอย่างหนักที่สุดในรอบ 40 ปี เนื่องจากรัฐบาลต้องตัดลดงบประมาณรายจ่ายภาครัฐเพื่อพยุงเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่หลายฝ่ายคาดว่า เศรษฐกิจโปรตุเกสปีนี้จะหดตัวลง 2.3% หลังจากปีที่ผ่านมาหดตัว 3.2% ส่วนอัตราการว่างงานนั้นพุ่งสูงเป็นสถิติใหม่ที่ 16.9% และคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปีนี้

 

ไอร์แลนด์

          -  ธนาคารกลางไอร์แลนด์เปิดเผยว่า ได้อนุมัติเงินกู้ช่วยเหลือภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศไปแล้วถึง 1,000 ล้านยูโรในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มสูงขึ้นในภาคธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงการริเริ่มของธนาคารที่จะขยายการให้บริการด้านสินเชื่อธุรกิจ

 

เอเชีย: ญี่ปุ่น

           -  ญี่ปุ่นตั้งเป้าที่จะสร้างความเข้าใจให้กับนานาประเทศเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงรุกของประเทศในการประชุมรัฐมนตรีคลัง G-20 ที่จะจัดขึ้นในกรุงวอชิงตันวันพฤหัสที่ 18 เมษายน เพื่อที่จะคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับการลดลงของค่าเงินเยน และผลกระทบด้านลบที่อาจจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น และนายทาโร่ อาโสะ รัฐมนตรีกระทรวงคลัง มีแนวโน้มว่าจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการผ่อนปรนเชิงรุกของธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งตั้งใจที่จะฟื้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และตอกย้ำว่า ญี่ปุ่นจะหลีกเลี่ยงการทำให้เงินเยนอ่อนค่าลงเพื่อการแข่งขันตามที่ได้ให้ความเห็นชอบไว้ในการประชุม G-20 นัดก่อนหน้านี้ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้นายคุโรดะมีแนวโน้มว่าจะให้ข้อมูลที่ชี้ว่าการผ่อนปรนนโยบายครั้งใหม่ของธนาคารกลางญี่ปุ่นนั้นมีเป้าหมายที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% เพื่อยุติภาวะเงินฝืดที่เรื้อรังในประเทศ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเศรษฐกิจโลกก็จะได้รับผลที่น่าพอใจจากการดำเนินการดังกล่าว

          -  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ขอให้ญี่ปุ่นจัดทำและใช้แผนการลดหนี้สาธารณะลงสู่ระดับที่มีความเหมาะสม นอกเหนือไปจากการขึ้นภาษีอุปโภคบริโภค รายงานของ IMF ระบุว่า การใช้งบประมาณเพื่อการกระตุ้น และการเพิ่มวงเงินด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจคาดว่า จะทำให้ยอดขาดดุลการคลังที่ได้มีการปรับทบทวนตามวงจรแล้วนั้นอยู่เหนือระดับ 9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปี 2556 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าระดับเฉลี่ยของประเทศที่พัฒนาแล้วถึงกว่า 2 เท่า ด้วยเหตุนี้ญี่ปุ่นจะขาดดุลฯเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนให้เห็นถึงการใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูประเทศภายหลังเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2554 ก็ตาม

          -  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น โดยชี้ว่านโยบายผ่อนคลายทางการเงินครั้งใหม่ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกรอบครึ่งปีนั้น IMF คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัว 1.6% ในปีนี้ เมื่อพิจารณาในแง่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่ได้มีการปรับตามเงินเฟ้อแล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับการคาดการณ์เมื่อเดือนมกราคมที่ 1.2% IMF ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของปี 2557 เป็น 1.4% จากระดับคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 0.7% รายงานยังระบุด้วยว่ากรอบการผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงปริมาณครั้งใหม่นั้น จะทำให้มีมาตรการกระตุ้นทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมาก  และน่าจะช่วยเร่งให้มีการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ของบีโอเจที่ 2% ได้เร็วขึ้น

 

ไทย

          -  ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เมื่อวันที่ 3 เมษายน ระบุว่า คณะกรรมการ กนง.มีมติด้วยเสียง 5 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75% ในการประชุมดังกล่าว กนง.มองว่ามีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินมากกว่าความเสี่ยงด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รายงานการประชุม กนง. ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของธปท.ระบุว่า คณะกรรมการ กนง.เห็นสอดคล้องกันว่าความเสี่ยงด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินมีมากกว่าความเสี่ยงด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  อย่างไรก็ดีกรรมการมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับบทบาทของการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการป้องกันความไม่สมดุลในระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากการเร่งขึ้นของราคาสินทรัพย์ในประเทศและเงินทุนไหลเข้า คณะกรรมการกนง.ได้อภิปรายถึงสาเหตุความผันผวนของค่าเงินบาทและเงินทุนไหลเข้า ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้เล่นในตลาดว่า ธปท.ไม่มีมาตรการรองรับ  แต่คณะกรรมการฯเห็นว่า ธปท.มีกรอบการดูแลค่าเงินบาทให้สอดคล้องกับภาวะและโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นระบบ มีขั้นตอนและพร้อมนำมาใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์อยู่แล้ว  ในการประชุมครั้งดังกล่าวกรรมการ 5 คน เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75% ขณะที่กรรมการ กนง. 1 คนเห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% โดยมีความเป็นห่วงเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้าย

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (17 เม.ย.) ค่าเงินบาทแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารซึ่งสอดคล้องกับการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเซียอื่นๆในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนขายเยนและดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งเป็นสกุลเงินความเสี่ยงต่ำออกมาเพื่อเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่ามากขึ้น ทั้งนี้วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ตัวเลขการการสร้างบ้านใหม่ในสหรัฐฯเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (17 เม.ย.)  ค่าเงินเยนอ่อนลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าการประชุมรัฐมนตรีคลังและธนาคารกลางกลุ่มประเทศ G-20 เป็นเวลา 2 วันที่จะเริ่มในวันพฤหัสจะไม่มีการวิพากวิจารณ์ญี่ปุ่นในเรื่องการดำเนินมาตรการทางการเงินที่ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนลงมาก

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (17 เม.ย.)  ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารจากการที่นักลงทุนขายเยนและดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งเป็นสกุลเงินความเสี่ยงต่ำ ออกมาเพื่อเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่ามากขึ้น อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (17 เม.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลดลงในวันพุธนำโดยการลดลงอย่างหนักของหุ้นแอปเปิลจากความวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์ที่ชะลอลง ประกอบกับผลประกอบการที่อ่อนแอเกินคาดของแบงก์ออฟอเมริกา

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (17 เม.ย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.22% ในวันนี้จากการที่ค่าเงินเยนอ่อนลงต่อเนื่องเมื่อทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯส่งผลให้นักลงทุนมองแนวโน้มการส่งออกของญี่ปุ่นไปในทางบวก สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปรับตัวลดลงในช่วงเช้านำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าการให้สินเชื่อใหม่ของธนาคารพาณิชย์ในเดือนนี้จะลดลง อย่างไรก็ดีการคาดการณ์ไปในทางบวกเกี่ยวกับผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทในตลาดหุ้นจีนก็ส่งผลให้ดัชนีไม่ลดลงไปมากนัก โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.05% สำหรับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียในวันนี้ได้รับปัจจัยบวกจากการที่ตัวเลขการสร้างบ้านใหม่ในสหรัฐฯเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (17 เม.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่โดยมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งนี้มีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่มีแรงขายในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับลดลงโดยมีแรงขายออกมาในหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่นเดียวกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ยังมีการขายออกมามากต่อเนื่อง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง5.79จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 18 เมษายน 2556

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday804
mod_vvisit_counterAll days804

We have: 803 guests online
Your IP: 216.73.216.250
Mozilla 5.0, 
Today: May 14, 2026

4476936