|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
|
|
|
Thursday, 09 May 2013 12:03 |
|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย Source - ธนาคาร ซี ไอเอ็มบี ไทย, บมจ. (Th)
Thursday, May 09, 2013 09:31 41893 XTHAI XECON XFINSEC ZSTOCK V%RESEARCHL P%BT
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ระบุในรายงานภาวะพลังงานในระยะสั้นประจำเดือนว่า คาดว่าราคาน้ำมัน WTI โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 93.17 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีนี้ ลดลง 75 เซนต์จาก 93.92 ดอลลาร์/บาร์เรลที่ได้ประเมินไว้เมื่อเดือนเมษายน ขณะที่การปิโตรเลียมสหรัฐ (API) ซึ่งเป็นหน่วยงานพลังงานเอกชนของสหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐ ฯ ในสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 680,000 บาร์เรล
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า อีซีบีพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อสกัดภาวะถดถอยของเศรษฐกิจยุโรป หลังจากที่อีซีบีได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% ในการประชุมครั้งล่าสุด - พนักงานประจำกว่า 3,500 คนที่ทำงานให้กับคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในสถาบันหลักของสหภาพยุโรป (อียู) พร้อมใจกันนัดหยุดงานเมื่อวันที่ 7 พ.ค.56 เพื่อประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดที่หนึ่งในนั้นคือการลดรายจ่ายพนักงานอียูมูลค่ากว่า 7,000 ล้านยูโร ทั้งนี้ อีซีอยู่ระหว่างการปฏิรูประบบฐานเงินเดือนของพนักงานภายใน ซึ่งอาจส่งผลให้มีการลดค่าจ้าง 5% เพิ่มชั่วโมงการทำงานจาก 37.5 ชั่วโมง เป็น 40 ชั่วโมง และขยายอายุเกษียณจาก 63 ปีเป็น 65 ปี
เยอรมนี - สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีรายงานว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 2.2% (m-o-m) ในเดือนมีนาคม จากยอดขยายตัวเดียวกันในเดือนกุมภาพันธ์ บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจเยอรมนีเริ่มกลับมาขยายตัวอีกครั้ง และเพิ่มขึ้นสวนทางกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะร่วงลง 0.5%
ฝรั่งเศส - กระทรวงงบประมาณฝรั่งเศส รายงานว่าฝรั่งเศสขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านยูโร ในเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนที่ 2.94 หมื่นล้านยูโร ซึ่งยอดขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้นนี้ มาจากการดำเนินการจัดตั้งและเครือข่ายวิทยุไร้สายภาคสาธารณะวงเงิน 2.6 พันล้านยูโร ทั้งนี้ ฝรั่งเศสกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อลดยอดขาดดุลจาก 3.7% ของจีดีพีปีนี้ลงให้เหลือศูนย์ภายในปี พ.ศ.2560 ด้วยการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
อิตาลี - รัฐสภาอิตาลีอนุมัติแผนเศรษฐกิจประจำปี 2556 โดยแผนดังกล่าวได้วางกรอบนโยบายที่ส่งเสริมการขยายตัวและมาตรการต่างๆในการฟื้นเศรษฐกิจที่ชะงักงันของอิตาลี นายฟาบริซิโอ ซัคโคมานนี รมว.เศรษฐกิจอิตาลีกล่าวว่าการที่รัฐสภาอนุมัติแผนเศรษฐกิจและการเงินดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญก่อนการประชุมสภาเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรปในระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคมนี้ ซึ่งตามแผนดังกล่าว ยอดขาดดุลงบประมาณของอิตาลีในปี 2556 จะอยู่ที่ 2.9% ของจีดีพี ซึ่งต่ำกว่าระดับเพดาน 3% ที่อียูกำหนดไว้ - กระทรวงการคลังอิตาลีรายงานว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษีในไตรมาสแรกปีนี้ ปรับลดลง 0.3% แตะ 8.78 หมื่นล้านยูโร ซึ่งลดลง 223 ล้านยูโรจากช่วงไตรมาส 1 ปีที่แล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศยังคงเผชิญภาวะถดถอยที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยอัตราว่างงานยังคงใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี ทั้งนี้ รายได้จากการจัดเก็บภาษีทางอ้อม ลดลง 7.4% หรือประมาณ 3 พันล้านยูโร ส่วนรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม ปรับลง 8.6%
สวิสเซอร์แลนด์ - ข้อมูลจากหน่วยงาน SECO หรือ The State Secretariat for Economic Affairs ของสวิสเซอร์แลนด์รายงานว่าอัตราว่างงานในเดือนเมษายน ทรงตัวที่ 3.1% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 2 ปี สะท้อนเงินฟรังก์สวิสที่แข็งค่าส่งผลให้เศรษฐกิจยังเปราะบาง
เอเชีย: จีน - การส่งออกของจีนเดือนเมษายนขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นอย่างไม่คาดหมายแม้ว่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯและยุโรปจะลดลงซึ่งกระตุ้นความสงสัยของนักวิเคราะห์มากขึ้นต่อความถูกต้องของข้อมูล ในขณะที่รัฐบาลจีนก็กำลังตรวจสอบอยู่ โดยสำนักงานศุลกากรของจีนรายงานว่าการส่งออกในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 14.7% จากเดือนเดียวกันปีก่อน สูงขึ้นจากที่ขยายตัว 10% ในเดือนมีนาคม และสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 9.2% ส่วนการนำเข้าในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 16.8% สูงขึ้นจากเดือนมีนาคมที่ขยายตัว 14.1% ส่งผลให้เดือนเมษายนจีนเกินดุลการค้า 18.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เช่นกัน
ญี่ปุ่น - นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นกล่าวว่ารัฐบาลจะติดตามผลพวงที่เกิดขึ้นจากการผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นว่า จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นหรือไม่ในการประชุมของคณะทำงานเศรษฐกิจ นายอาเบะได้แสดงความเห็นดังกล่าวท่ามกลางความวิตกกังวลที่มีมากขึ้นที่ว่า การผ่อนปรนนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น อาจจะทำให้ราคาผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นโดยไม่ทำให้ค่าแรงสูงขึ้น ในขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นให้คำมั่นก่อนหน้านี้ว่า จะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ให้ได้ภายในระยะเวลา 2ปี หลังจากที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภาวะเงินฝืดมาเป็นเวลานาน นายอาบะกล่าวในการประชุมของสภานโยบายเศรษฐกิจและการคลังว่า เราจะให้ความสนใจกับประเด็นที่ว่า มาตรการผ่อนคลายด้านการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นนั้นได้ทำให้รายได้เพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นหรือไม่ - สมาคมผู้นำเข้ายานยนต์ของญี่ปุ่นรายงานว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่นำเข้าในญี่ปุ่น รวมทั้งรถยนต์ของผู้ผลิตญี่ปุ่นที่ผลิตในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 35.5% ในเดือนเมษายนจากเดือนเดียวกันปีก่อน สู่ระดับ 20,596 คัน รายงานระบุว่าในจำนวนทั้งหมดนั้น ยอดขายรถยนต์ รถบรรทุกและรถบัสแบรนด์ต่างประเทศเพิ่มขึ้น 33.2% สู่ระดับ 16,274 คัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 44.7% สู่ระดับ 4,322 คัน เมื่อจำแนกตามแบรนด์รถยนต์ พบว่าโฟล์คสวาเกนยังคงครองอันดับสูงสุดด้วยยอดขาย 3,624 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 17.6% ขณะที่เมอร์ซีเดส-เบนซ์อยู่ในอันดับสอง ทำยอดขาย 2,794 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 13.6% ตามมาด้วยบีเอ็มดับเบิลยูซึ่งมียอดขาย 2,512 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 12.2%
ไทย - ศูนย์วิจัยทองคำ เผยค่าดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ(Gold Price Sentiment Index) ประจำเดือนพฤษภาคมลดลงมาอยู่ที่ระดับ 45.50 จากระดับ 52.84 ในเดือนเมษายน อันเนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นลดลง ขณะที่ผู้ค้าทองคำเชื่อว่าราคาทองคำจะมีการฟื้นตัวโดยมีปัจจัยจากเรื่องค่าเงินบาท วิกฤตหนี้ยุโรป การเก็งกำไร และค่าเงินดอลลาร์ ที่ส่งผลต่อสถานการณ์ราคาทองคำในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนความเชื่อมั่นในอีกสามเดือนข้างหน้า ทั้งกลุ่มนักลงทุนและกลุ่มผู้ค้าทองคำยังคงมีทัศนคติมุมมองเชิงบวก แต่ลดลงจากเดือนเมษายน โดยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในช่วงสามเดือนข้างหน้าปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 56.72 จากระดับ 65.06 ในเดือนเมษายน สะท้อนมุมมองของผู้ลงทุนและผู้ค้าทองคำ ยังเชื่อมั่นว่าราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่เกิดความไม่แน่ใจในการปรับขึ้นของราคาทองคำในประเทศ โดยความเชื่อมั่นมีแนวดน้มลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองแล้ว เนื่องจากปัจจัยสำคัญ คือ การเก็งกำไร ค่าเงินบาท และวิกฤตหนี้ยุโรป
อื่นๆ - นายโรเบอร์โต อาเซอเวอโด เอกอัครราชทูตบราซิล ประจำองค์การการค้าโลกได้รับเลือกเป็นผู้อำนวยคนใหม่ ขององค์การการค้าโลก หรือ ดับเบิลยูทีโอ หลังที่ประชุมสมาชิกดับเบิลยูทีโอ ซึ่งจัดขึ้นที่นครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ มีมติเลือกนายอาเซอเวอโด เป็นผู้อำนวยการคนใหม่ ต่อจากนายปาสคาล ลามี ที่จะหมดวาระลงในปลายเดือนสิงหาคมนี้ ทั้งนี้ ภารกิจสำคัญหลังการเข้ารับตำแหน่ง คือ การเจรจาการค้ารอบโดฮาห์ ที่เริ่มมากว่า 10 ปี แต่ยังไม่สามารถตกลงได้
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 8 พ.ค.) ค่าเงินบาทอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สวนทางกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากภาวะที่นักลงทุนเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆมากขึ้นหลังจากตัวเลขการส่งออกของจีนเดือนเมษายนขยายตัวมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้แม้นักวิเคราะห์บางส่วนไม่มั่นใจในเรื่องความถูกต้องของข้อมูลก็ตาม สำหรับในช่วงบ่ายของตลาดเอเซียค่าเงินบาทได้ปรับตัวแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯสอดคล้องกับสกุลเงินเอเซียอื่นๆอย่างไรก็ดีการแข็งขึ้นของค่าเงินบาทค่อนข้างมากกว่าสกุลเงินอื่นๆในภูมิภาคเดียวกัน - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 8 พ.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนแข็งขึ้นในช่วงบ่ายของตลาดเอเซีย ทั้งนี้นักวิเคราะห์บางรายมองว่าค่าเงินเยนมีแนวโน้มจะอ่อนลงไปเลยระดับ 100 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯในไม่ช้าเนื่องจากเงินลงทุนจากญี่ปุ่นมีแนวโน้มเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้ในสหรัฐฯมากขึ้น อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินเยนได้แข็งขึ้นเล็กน้อย - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (8 พ.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยปัจจัยบวกส่วนหนึ่งมาจากการที่ข้อมูลยอดสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 2.2% จากเดือนก่อนหน้าซึ่งดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะลดลง 0.5% อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรก็ถูกกดดันจากการที่ประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินฯยังคงเปิดกว้างในการที่จะดำเนินนโยบายเพื่อที่จะทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่าศูนย์
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ ( 8 พ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะดัชนี S&P 500 ที่ปิดในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 2 ติดต่อกันโดยปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 15,000 เพราะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงิน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากความแข็งแกร่งของข้อมูลการค้าของจีนและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนี ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.32% สู่ระดับ 15,105.12, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.41% สู่ระดับ 1,632.69 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.49% สู่ระดับ 3,413.27 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ ( 8 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้จากการที่รายงานตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของจีนเดือนเมษายนออกมาดีกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ โดยสำนักงานศุลกากรของจีนรายงานว่าการส่งออกของจีนเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 14.7% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากขยายตัว 10% ในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์บางส่วนก็ไม่มั่นใจต่อความถูกต้องของข้อมูลเนื่องจากข้อมูลการส่งออกของประเทศใกล้เคียงอื่นๆในภูมิภาคขยายตัวต่ำกว่าจีนมาก เช่นเกาหลีใต้รายงานว่าการส่งออกในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเพียง 0.4%จากเดือนเดียวกันปีก่อน ในขณะที่บางประเทศการส่งออกลดลงในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ดีปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 0.48% ส่วนดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.74% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (8 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงเช้าสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ตัวเลขการส่งออกของจีนขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายนแม้ว่าหลายฝ่ายจะไม่มั่นใจเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกต่อเนื่องส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 13.00 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 9 พฤษภาคม 2556
|
Comments