Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 10 May 2013 09:56

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 พฤษภาคมปรับตัวลดลง 4,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 323,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 และเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 335,000 ราย ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ปรับตัวลง 6,250 ราย สู่ระดับ 336,750 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2550 ทั้งนี้ การปรับลดลงดังกล่าว ส่งผลให้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานยืนอยู่ระดับต่ำกว่า 350,000 ราย ซึ่งเป็นระดับที่นักเศรษฐศาสตร์มองว่าสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของตลาดแรงงาน

          -  สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งในเดือนเมษายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากลดลง 0.3 % ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% เนื่องจากสต็อกสินค้ารถยนต์และเครื่องจักรปรับตัวเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้ฟื้นตัวขึ้นในปีนี้ โดยสต็อกสินค้ารถยนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% ขณะที่สต็อกสินค้าเครื่องจักรปรับตัวขึ้น 1.2% เช่นกัน อย่างไรก็ดี ยอดค้าส่งปรับตัวลง 1.6 % หลังจากเพิ่มขึ้น 1.5 % ในเดือนก่อน ซึ่งนับว่าเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 4 ปี 

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 จะให้การรับรองว่าจะร่วมมือกันในการใช้นโยบายการเงินและการคลังเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าจะยังคงมีเสียงวิจารณ์จากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่บางประเทศเกี่ยวกับการผ่อนคลายด้านสินเชื่อเชิงรุกของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำอยู่บ้างก็ตาม นอกจากนี้ รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าธนาคารกลางจากอังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐ ยังจะหารือกันในเรื่องการกำกับดูแลภาคธนาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตการเงินโลกขึ้นมาอีก ภายหลังจากที่เลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลายเมื่อปี 2551

 

เยอรมนี

          -  กระทรวงการคลังเยอรมนีปรับลดคาดการณ์รายได้จากการเก็บภาษีในปีนี้และปีหน้า โดยระบุว่า รายได้จากการเก็บภาษีของรัฐบาลกลาง รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่นรวมกัน จะอยู่ที่ราว 6.152 แสนล้านยูโรในปี 2556 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ระดับ 6.18 แสนล้านยูโร สำหรับปี 2557 รายได้จากภาษีคาดว่าจะอยู่ที่ 6.385 แสนล้านยูโร ลดลงจากการคาดการณ์ก่อนนี้ที่ 6.423 แสนล้านยูโร

 

สเปน

          -  นายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอยของสเปน แถลงว่า สถานการณ์การจ้างงานของสเปนในเดือนเมษายนถือได้ว่าดีที่สุดนับแต่วิกฤตเศรษฐกิจได้เริ่มขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากที่กระทรวงการจ้างงานและสวัสดิการสังคมของสเปนรายงานว่า จำนวนผู้ว่างงานในสเปนลดลง 46,050 คน มาอยู่ที่ 4,989,193 คนในเดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม ประเด็นยอดขาดดุลสาธารณะ, หนี้ต่างประเทศและยอดขาดดุลระหว่างประเทศที่ระดับสูง ต่างก็เป็นปัญหาซึ่งส่งผลให้อัตราว่างงานพุ่งสูง ยังไม่ได้รับการแก้ไข

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติสเปนรายงานว่า กลุ่มบริษัทต่างๆมากกว่า 2,800 แห่งของสเปนได้ประกาศภาวะล้มละลายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 22.8% เทียบเป็นรายปี และ 10.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทจำนวน 25% ของทั้งหมดที่ประกาศล้มละลาย อยู่ในภาคการก่อสร้าง ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติเศรษฐกิจในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และจำนวน 17.1% เป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์ ขณะที่ 16.3% อยู่ในภาคอุตสาหกรรม

 

อังกฤษ

          -  ฮาลิแฟกซ์เปิดเผยว่า ราคาบ้านในอังกฤษเดือนเมษายนปรับตัวสูงขึ้น 1.1% ภายหลังเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือนในช่วง 2 เดือนก่อน โดยราคาเฉลี่ยของบ้านอยู่ที่ 166,094 ปอนด์ (ประมาณ 257,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2553 ส่วนราคาในระยะ 3 เดือนของเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับ 3 เดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นราย 3 เดือนติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5

          -  ธนาคารกลางอังกฤษมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.5% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) นอกจากนี้ ธนาคารกลางอังกฤษยังได้ตัดสินใจคงขนาดโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงิน 3.75 แสนล้านปอนด์ตามคาด ทั้งนี อัตราดอกเบี้ยนี้เป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์กินเวลากว่า 3 ปี โดยธนาคารกลางอังกฤษได้ลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 0.5% เมื่อเดือนมีนาคม 2552 และได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับดังกล่าวมานับตั้งแต่นั้น สำหรับมาตรการ QE นั้น ธนาคารกลางอังกฤษได้ประกาศขยายวงเงิน QE อีก 5 หมื่นล้านปอนด์เมื่อเดือนกกรกฎาคม 2555 ทำให้วงเงินรวมของโครงการ QE ที่ธนาคารกลางได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 เพิ่มเป็น 3.75 แสนล้านปอนด์ โดยธนาคารกลางอังกฤษได้ตัดสินใจนำมาตรการ QE มาใช้ผ่านทางการพิมพ์ธนบัตรใหม่เพื่อใช้ซื้อสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ด้วยเป้าหมายที่จะเสริมสภาพคล่องในระบบธนาคารและกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

 

เอเชีย: จีน

          -  สำนักงานสถิติของจีนรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของจีนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 2.4% จากเดือนเดียวกันปีก่อน สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 2.3% ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือนเมษายนลดลง 2.6%จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากลดลง 1.9% ในเดือนมีนาคม

 

เกาหลีใต้

          -  ธนาคารกลางเกาหลีใต้ลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร 7 วันลง 0.25% จาก 2.75% มาอยู่ที่ 2.50% หลังจากธนาคารกลางยุโรป ออสเตรเลีย และอินเดีย ลดอัตราดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้ โดยการลดอัตราดอกเบี้ยของเกาหลีใต้ครั้งนี้เป็นผลจากค่าเงินเยนที่อ่อนลงมากซึ่งส่งผลลบมากต่อการคาดการณ์แนวโน้มการส่งออกของประเทศ ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนก็ถูกกระทบจากภาระหนี้สินภาคครัวเรือนที่สูง ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์เพียง 6 รายจาก 20 รายจากการสำรวจโดย Bloomberg ที่คาดการณ์ว่าธนาคารกางเกาหลีใต้จะลดอัตราดอกเบี้ยฯลงในการประชุมครั้งนี้ ในขณะที่อีก 14 รายคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยฯไว้ในระดับเดิม

 

ออสเตรเลีย

          -  สำนักงานสถิติของออสเตรเลียรายงานว่าการจ้างงานในออสเตรเลียเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 50,100 ตำแหน่งหลังจากที่ลดลง 31,100 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม  ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 11,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงจาก 5.6% ในเดือนมีนาคมมาอยู่ที่ 5.5% ในเดือนเมษายน

 

ไทย

          -  ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1/2556 มีเสถียรภาพ โดยสินเชื่อมีอัตราขยายตัวต่อเนื่อง แต่อยู่ในอัตราที่ชะลอลง 13.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่คุณภาพสินเชื่ออยู่ในเกณฑ์ดี มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น และฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่ง อันเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวจากการใช้จ่ายภาคเอกชนทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภคและการลงทุน โดยสินเชื่อธุรกิจ (สัดส่วน 69.9% ของสินเชื่อรวม) ขยายตัว 10.4% ชะลอลงเล็กน้อย ส่วนหนึ่งจากการที่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ระดมทุนด้วยการออกตราสารหนี้และตราสารทุนมากขึ้น ในขณะที่สินเชื่อ SME (สัดส่วน 36.7% ของสินเชื่อธุรกิจ) ขยายตัว 16.2% โดยภาคธุรกิจที่สินเชื่อยังขยายเพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาคการพาณิชย์ อุตสาหกรรมการผลิต อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภค สำหรับสินเชื่ออุปโภคบริโภค (สัดส่วนร้อยละ 30.1 ของสินเชื่อรวม) ขยายตัว 20.0% ชะลอลงเมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ขยายตัวสูงจากผลของมาตรการรถคันแรกที่ยังทยอยส่งมอบ ขณะเดียวกันสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(Non-Performing Loan:NPL)มียอดคงค้าง 256.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ในขณะที่สัดส่วน Gross NPL และ Net NPL ต่อสินเชื่อรวมมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 2.2% และ 1.0% ตามลำดับ ด้านสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention Loan:SM) มียอดคงค้าง 251.2 พันล้านบาท สัดส่วนสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษต่อสินเชื่อรวมลดลงเหลือ 2.1% ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ได้กันเงินสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมรองรับเศรษฐกิจที่อาจผันผวน และกระทบคุณภาพลูกหนี้ สัดส่วนเงินสำรองที่มีต่อเงินสำรองพึงกันเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนเป็น 158.9%

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 9 พ.ค.) ค่าเงินบาทอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ที่อ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีการอ่อนลงของค่าเงินบาทในวันนี้ค่อนข้างมากกว่าสกุลเงินอื่นๆในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งนี้ได้มีการนัดประชุมร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการภาคเอกชนกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการนโยบายการเงินเพื่อหารือถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 9 พ.ค.)  ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้โดยในช่วงบ่ายของตลาดเอเซียค่าเงินเยนก็ยังคงแข็งขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นกำหนดเป้าหมายที่จะดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ทำให้ค่าเงินเยนยังมีแนวโน้มอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงตลาดสหรัฐฯ

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (9 พ.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจเยอรมนีมีแนวโน้มขยายตัวหลังจากตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สองอย่างไม่คาดหมาย โดยทางการของเยอรมนีรายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 1.2% จากที่เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก่อน ขณะที่นักเศรษฐสาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะลดลง 0.1% อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายของตลาดเอเซียค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส ( 9 พ.ค.) ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐแกว่งตัวผันผวนก่อนจะปิดตลาดร่วงลงในวันพฤหัสบดี หลังจากปิดตลาดที่สถิติระดับปิดสูงสุดใหม่มานานติดต่อกัน 5 วัน  ในขณะที่แรงหนุนในตลาดจางหายไป และหุ้นบริษัทแอปเปิลร่วงลง  ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดอ่อนลง  0.15, ดัชนี S&P 500 ปิดปรับลง 0.37 %  และดัชนี Nasdaq ปิดขยับลง 0.12 %

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส ( 9 พ.ค.)   ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.66% ในวันนี้จากการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นซึ่งส่งผลลบต่อการคาดการณ์แนวโน้มการส่งออกของญี่ปุ่น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.59% นำโดยการลดลงของหุ้นในกลุ่มพลังงานและบริษัทในภาคอุตสาหกรรม โดยเป็นผลจากการลดลงของดัชนีราคาผู้ผลิตซึ่งเป็นสัญญาณถึงภาวะอ่อนแอลงของความต้องการสินค้า โดยสำนักงานสถิติของจีนรายงานว่าดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือนเมษายนลดลง 2.6% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากลดลง 1.9% ในเดือนมีนาคม ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 2.3% สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.14%

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (9 พ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้โดยมีการแกว่งตัวขึ้นลงในช่วงแคบๆ ทั้งนี้มีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่มีแรงขายออกมาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และธนาคารพาณิชย์ โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯได้ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้วันนี้ SET INDEX ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 6.97 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 10 พฤษภาคม 2556

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday920
mod_vvisit_counterAll days920

We have: 917 guests online
Your IP: 216.73.216.250
Mozilla 5.0, 
Today: May 15, 2026

4337272