Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Friday, 28 June 2013 10:03

สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Source - ธนาคาร ซี ไอเอ็มบี ไทย, บมจ. (Th)

Friday, June 28, 2013  09:11
43273 XTHAI XECON XFINSEC ZSTOCK V%RESEARCHL P%BT

Snapshot

สหรัฐอเมริกา
          -  ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 6.7% สู่ระดับ 112.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2549 หรือในรอบกว่า 6 ปีและมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.0% จากเดือนเมษายน โดยยอดทำสัญญากลับมาดีดตัวขึ้น หลังจากที่ลดลง 0.5% ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนจากรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าเพิ่มขึ้น 0.3% โดยปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ยอดทำสัญญาพุ่งขึ้นนั้นเป็นเพราะผู้ซื้อบ้านที่ก่อนหน้านี้ลังเลที่จะซื้อบ้าน ได้ตัดสินใจที่จะรีบทำสัญญาก่อนที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านจะปรับตัวสูงขึ้นจากระดับปัจจุบัน โดยอัตราดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปีในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ยอดทำสัญญาฯ เพิ่มขึ้น 12.1% (y-o-y)
          -  การใช้จ่ายส่วนบุคคลในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากที่ลดลง 0.3% ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 หรือในรอบกว่า 3 ปี หลังได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยรายได้ส่วนบุคคลปรับตัวขึ้น 0.5% หลังจากที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนเมษายน สำหรับอัตราการออมเงินส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 3.2% จากระดับ 3% ในเดือนเมษายน ทั้งนี้ การเพิ่มของการใช้จ่ายส่วนบุคคลนับเป็นการส่งสัญญาณหนึ่งที่ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสนี้จะขยายตัวขึ้น เพราะการใช้จ่ายผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วนถึง 70% หรือสองในสามของระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ
          -  ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 มิถุนายนลดลง 9,000 ราย มาอยู่ที่ 346,000 ราย จาก 355,000 ราย (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนแล้ว) ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 345,000 ราย สำหรับจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ลดลง 2,750 ราย สู่ระดับ 345,750 ราย

ยุโรป:  เยอรมนี
          -  ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ของเยอรมนีในเดือนมิถุนายนลดลง 12,000 ราย จากที่เพิ่มขึ้น 17,000 รายในเดือนพฤษภาคม (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนจากเดิมที่รายงานไว้) ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 6.8% ทั้งนี้ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของเยอรมนีในเดือนนี้ลดลงสวนทางกับที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดแรงงานยังคงฟื้นตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย แม้ผู้อำนวยการสำนักงานระบุว่า ตลาดแรงงานเยอรมนีอยู่ในภาวะที่ดี เมื่อพิจารณาจากทุกๆ ด้าน
          -  สถาบัน Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนีคาดว่า เศรษฐกิจเยอรมนีจะขยายตัวเล็กน้อยเพียง 0.6% ในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าที่ทางสถาบันเคยประเมินไว้อยู่เล็กน้อย อย่างไรก็ดี Ifo มีมุมมองบวกเพิ่มขึ้นอย่างมากสำหรับปีหน้า

ฝรั่งเศส
          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) เปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฝรั่งเศสในช่วงไตรมาสแรกปี 2556 หดตัวลง 0.2% จากไตรมาส 4 ปี 2555 ซึ่งตอกย้ำถึงผลกระทบจากภาวะถดถอยของภูมิภาค
          -  กระทรวงแรงงานฝรั่งเศสรายงานว่า ยอดผู้ว่างงานในฝรั่งเศสในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ระดับ 3,264,500 คน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2539 โดยจำนวนผู้ว่างงานสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วอยู่ 11.5% ซึ่งบ่งชี้ถึงความยากลำบากของประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศสในการจัดการปัญหาว่างงานตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ โดยปธน.ออลลองด์ตั้งเป้าที่จะพลิกฟื้นตลาดแรงงานภายในสิ้นปีนี้
          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของฝรั่งเศสในเดือนมิถุนายนลดลงสู่ระดับ 78 จากระดับ 79 ในเดือนพฤษภาคม อันเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภควิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินส่วนบุคคล ขณะที่เศรษฐกิจของฝรั่งเศส ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซน ยังคงอยูในภาวะย่ำแย่

อิตาลี
          -  ธนาคารกลางอิตาลีเปิดเผยว่า อิตาลีสามารถขายพันธบัตรอายุ 10 ปีได้ 2.5 พันล้านยูโร ที่อัตราผลตอบแทน 4.55% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.14% ในการประมูลเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ขณะที่ความต้องการซื้อสูงกว่าจำนวนที่เปิดขายอยู่ 1.46 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.38 เท่าในการประมูลก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ อิตาลียังขายพันธบัตรอายุ 5 ปีได้ 2.5 พันล้านยูโร โดยให้อัตราผลตอบแทน 3.47% เพิ่มขึ้นจากระดับ 3.01% ในการประมูลเดือนที่แล้ว ขณะที่ความต้องการซื้อสูงกว่าจำนวนที่นำออกประมูลอยู่ 1.30 เท่า เทียบกับการประมูลครั้งก่อนที่ 1.40 เท่า

เอเชีย: จีน
          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมจีนมีการขยายตัวของผลกำไรที่แข็งแกร่งในเดือนพฤษภาคม โดยผลกำไรเพิ่มขึ้น 15.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน แตะ 4.7055 แสนล้านหยวน ผลกำไรที่ขยายตัวของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของจีน หรือบริษัทที่มีรายได้ต่อปีกว่า 20 ล้านหยวน (3.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) นั้น นับเป็นสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจจีน ทั้งนี้กำไรในภาคอุตสาหกรรมมีอัตราการขยายตัวที่มากกว่าที่ทำไว้ในเดือนเมษายนที่ระดับ 9.3% ส่วนในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ภาคอุตสาหกรรมของจีนมีกำไรเพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 2.08 ล้านล้านหยวน

เกาหลีใต้
          -  กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศปี 2556 ขึ้นเป็น 2.7% จากก่อนหน้านี้ที่ 2.3% เพราะได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการคลังและเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวขึ้นปานกลาง ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนว่า จะขยายตัว 2.6%
          -  ข้อมูลจากธนาคารกลางเกาหลีใต้บ่งชี้ว่ายอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของเกาหลีใต้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากการส่งออกขยายตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางการอ่อนค่าลงของเงินวอนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อันเป็นผลมาจากการคาดการณ์ที่ว่า สหรัฐอาจจะยกเลิกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เร็วกว่าที่คาดไว้ รายงานของธนาคารกลางฯระบุว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดแตะที่ 8.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นจากระดับ 3.93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนเมษายน การส่งออกซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ขยายตัว 7.4% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือนเมษายน ในขณะที่การนำเข้าลดลง 4.8%

ไทย
          -  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย(GDP)ในปี 56 ลงเหลือ 4.5% จากเดิมคาดการณ์ว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 4.8% หรือคาดการณ์ไว้ในช่วง 4.8-5.8% เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าฟื้นตัวล่าช้ากว่าที่คาด ประกอบกับการใช้จ่ายและการบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลง ทั้งนี้ สศค.คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2556 จะเติบโตได้ราว 4% จากนั้นในไตรมาส 3/56 และ 4/56 คาดว่าจะเติบโตได้มากกว่า 4% ซึ่งจะทำให้ทั้งปีนี้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ตามกรอบที่คาดไว้ที่ 4.0-5.0% โดยมีสมมติฐานจากอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 14 ประเทศคู่ค้าหลักในปีนี้อยู่ที่ 3.4% ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 101-111 ดอลลาร์/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยที่ 30 บาท/ดอลลาร์ และอัตราดอกเบี้ยนโยบายเฉลี่ยอยู่ที่ 2.50%
          -  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงว่า ธปท.อาจพิจารณาทบทวนเป้าหมายการส่งออกในปีนี้จากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตในระดับ 7.5% หลังจากล่าสุดกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขการส่งออกเดือนพฤษภาคมต่ำกว่าที่ ธปท.คาดไว้เล็กน้อย โดยมูลค่าส่งออกหดตัวราว 5% ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอการขยายตัวลง และธปท.จะนำเสนอข้อมูลเรื่องนี้ให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)พิจารณาในวันที่ 10 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้

Money Market
          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (27 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ของเอเซียในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมเพิ่มขึ้นในวันนี้จากการที่ความกังวลเกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีน้อยลงหลังจากตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสแรกปีนี้ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ขณะที่รายงานกำไรของภาคอุตสาหกรรมในจีนเดือนพฤษภาคมก็ขยายตัวในอัตราที่เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อน ขณะที่การให้ความเห็นของประธานเฟดสาขาริชมอนด์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯยังไม่ใกล้ที่จะลดการซื้อพันธบัตร และประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิสที่ว่าเขาต้องการที่จะให้เฟดคงมาตรการซื้อพันธบัตรไปจนกว่าอัตราการว่างงานของสหรัฐฯลดลงต่ำกว่า 7% ซึ่งเขายังไม่เห็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นจนกว่าจะถึงครั้งหลังของปีหน้าก็ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเช่นกัน
          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (27มิ.ย.)  ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากนักลงทุนลดความต้องการถือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำลงและถือครองสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าแต่เสี่ยงสูงมากขึ้นหลังจากที่มีความกังวลลดลงต่อการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดมาตรการ QE
          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (27 มิ.ย.)   ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมาหลังจากตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสแรกปีนี้ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ รวมทั้งการให้ความเห็นของประธานเฟดสาขาริชมอนด์ และ มินนิอาโปลิสที่ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดของมาตรการ QE

Capital Market
          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (27 มิ.ย.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 ในวันพฤหัสบดีหลังจากความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้คลายความวิตกที่ว่า เฟดจะเริ่มลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้นี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก  0.77%,  ขณะเดียวกันตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่บ่งชี้ถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ลดลง รวมถึงการปรับตัวขึ้นของการใช้จ่ายและรายได้ของผู้บริโภค
          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (27 มิ.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสแรกปีนี้ขยายตัวเพียง 1.8% ต่อปี ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 2.4% ต่อปี ซึ่งช่วยให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณลง นอกจากนี้การให้ความเห็นของประธานเฟดสาขาริชมอนด์ และ มินนิอาโปลิสก็ส่งผลให้ความกังวลต่อการลดขนาดของมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯลดลง ขณะเดียวกันตัวเลขกำไรของภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนพฤษภาคมที่ขยายตัวในอัตราที่เร่งตัวขึ้นก็ส่งผลบวกต่อตลาดในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 2.96% สำหรับตลาดหุ้นจีนวันนี้ความกังวลเกี่ยวกับภาวะสภาพคล่องทางการเงินตึงตัวได้คลี่คลายลงโดยดัชนีตลาดหุ้นจีนได้เพิ่มขึ้นในช่วงเช้า อย่างไรก็ดีปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลงเล็กน้อย 0.08% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.50%
          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (27 มิ.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นช่วงเปิดตลาดตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลต่อแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดมาตรการ QE อย่างไรก็ดีดัชนีฯได้ปรับตัวลดลงหลังจากนั้น โดยในช่วงบ่ายดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 22.07จุด

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 28 มิถุนายน 2556


Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment