Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 27 May 2013 09:38


Snapshot

สหรัฐอเมริกา
          -  การปิโตรเลียมสหรัฐ (API) ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนด้านพลังงานของสหรัฐเปิดเผยว่า ความต้องการปิโตรเลียมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนเมษายน โดยปริมาการจัดส่งปิโตรเลียมทั้งหมด เพิ่มขึ้น 0.3% จากระดับปีที่แล้ว มาแตะที่ระดับ 18.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ จอห์น เฟลมี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ API กล่าวว่า ความต้องการเพิ่มขึ้นมา 2 เดือนติดต่อกัน จากระดับปีที่แล้ว ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการส่งมอบน้ำมันกลั่นเพิ่มสูงขึ้น แต่ความต้องการน้ำมันเบนซินยังคงอ่อนตัวลง อย่างไรก็ดี ยอดส่งมอบน้ำมันเบนซินลดลง 3.9% จากระดับปีที่แล้ว แตะระดับ 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2543
          -  ยอดขายบ้านใหม่เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 2.3% (m-o-m) สู่ระดับ 454,000 ยูนิตต่อปี มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 425,000 ยูนิตต่อปี ขณะที่ราคากลางของบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 14.9% สู่ระดับ 271,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หรือนับตั้งแต่ที่กระทรวงพาณิชย์เริ่มรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในช่วงต้นทศวรรษที่ 1960 ส่วนราคากลางของบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 192,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ  ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2551 สำหรับสต็อกบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 11.9% (m-o-m) สู่ระดับ 2.16 ล้านยูนิต และหากยอดขายอยู่ที่ระดับปัจจุบันจะต้องใช้เวลา 5.2 เดือนในการขายสต็อกบ้านดังกล่าว เพิ่มขึ้นจาก 4.7 เดือนในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ การที่ยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกินคาด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐเริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยก่อนหน้านี้สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) ก็ได้รายงานว่า ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2552
          -  ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นุดวันที่ 18 พฤษภาคม ลดลง 23,000 ราย สู่ระดับ 340,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ๋คาดว่าจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 345,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 360,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ปรับตัวลง 500 คน มาอยู่ที่ระดับ 339,500 ราย ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงเกินคาดของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานสหรัฐมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นแม้มาตรการลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐโดยอัตโนมัติ (sequestration) เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแล้วก็ตาม โดยตัวเลขประมาณการครั้งแรกของจีดีพีที่แท้จริงประจำไตรมาส 1/2556 ขยายตัว 2.5% ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ แม้จะดีกว่าไตรมาส 4/2555 ที่ขยายตัวเพียง 0.4%
          -  นายชาร์ลส ชูเมอร์ สมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่กำกับกฎระเบียบใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการพิจารณาข้อเสนอซื้อบริษัทสปริ้นท์ เน็กซ์เทล คอร์ป ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของสหรัฐโดยบริษัทซอฟท์แบงก์ คอร์ป ของญี่ปุ่น เพราะอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคง เนื่องจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน ทั้งนี้ ซอฟท์แบงก์ได้ให้คำมั่นว่า บริษัทจะใช้เฉพาะอุปกรณ์ที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐเท่านั้นหากข้อเสนอดังกล่าวได้รับการอนุมัติ ในขณะเดียวกัน ดิสก์ เน็ทเวิร์ก คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัททีวีดาวเทียมของสหรัฐและคู่แข่งในการเสนอซื้อสปรินท์ก็นำเหตุผลดังกล่าวมาอ้างในการแข่งขัน

ยุโรป: สหภาพยุโรป
          -  Markit Economics รายงานว่า ดัชนี PMI คอมโพสิตของยูโรโซนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 47.7 ในเดือนพฤษภาคม จาก 46.9 ในเดือนเมษายน และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 47.2 โดยแยกเป็นดัชนีย่อย ดังนี้ ดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 47.8 ในเดือนพฤษภาคม จาก 46.7 ในเดือนเมษายน และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 47.0 ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 47.5 ในเดือนพฤษภาคม จาก 47.0 ในเดือนเมษายน และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 47.2
          -  ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) รายงานว่า กลุ่มประเทศยูโรโซนเกินดุลการค้ามากขึ้นในเดือนมีนาคม โดยมียอดเกินดุลการค้า 22.9 พันล้านยูโร จากที่เกินดุลการค้า 6.9 พันล้านยูโรในเดือนกุมภาพันธ์ โดยเป็นผลมาจากยอดนำเข้าที่ลดลงค่อนข้างมาก ขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
          -  สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าหลายชาติในยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศสและอังกฤษเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายการจัดเก็บภาษีให้รัดกุมขึ้น หลังพบว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกใช้ช่องโหว่หลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งภายในสหภาพยุโรปนั้นมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านยูโรต่อปี

เยอรมนี
          -  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) คอมโพสิตของเยอรมนีปรับตัวขึ้นแตะ 49.9 ในเดือนพฤษภาคม จากระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนที่ 49.2 ในเดือนเมษายน โดยสามารถแยกเป็นดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นแตะ 49.0 ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 48.1 ในเดือนเมษายน  และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 48.5 ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการปรับตัวขึ้นแตะ 49.8 ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 49.6 ในเดือนเมษายน แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจของเยอรมนียังอยู่ในภาวะหดตัว

ฝรั่งเศส
          -  Markit Economics รายงานว่า ดัชนี PMI คอมโพสิตของฝรั่งเศสอยู่ที่ 44.3 ในเดือนพฤษภาคม ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนเมษายน โดยแยกเป็นดัชนีย่อย ดังนี้ ดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 45.5 ในเดือนพฤษภาคม จาก 44.4 ในเดือนเมษายน และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 44.7 ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการอยู่ที่ 44.3 ในเดือนพฤษภาคม ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนเมษายน แต่น้อยกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 44.5

อิตาลี
          -  ยอดขายปลีกของอิตาลีปรับตัวลดลง 0.3% (m-o-m) ในเดือนมีนาคม มากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะลดลง 0.1% ขณะที่เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดขายลดลง 3.0% (y-o-y) และเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ยอดขายลดลง 0.1% (q-o-q) ในไตรมาสแรกของปีนี้

อังกฤษ
          -  นายเมอร์วิน คิง ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษกล่าวว่า เศรษฐกิจอังกฤษฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยระบุว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอังกฤษนั้นยังคงเผชิญกับอุปสรรคหลายด้านและความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุด คือผลกระทบจากภาวะอ่อนแอของเศรษฐกิจยูโรโซน
          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานว่ายอดค้าปลีกของอังกฤษหดตัวเพิ่มขึ้นจาก 0.6% (m-o-m) ในเดือนมีนาคม เป็น 1.3% ในเดือนเมษายน เนื่องจากยอดจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารลดลง

เอเชีย: ญี่ปุ่น
          -  ผลสำรวจเบื้องต้นของเอชเอสบีซีพบว่า ภาคการผลิตของจีนหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกใหม่ลดลง ซึ่งเพิ่มความวิตกที่ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนกำลังหยุดชะงัก ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ขั้นต้นประจำเดือนพฤษภาคมของเอชเอสบีซีลงสู่ระดับ 49.6 โดยลดลงต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ขณะที่ดัชนี PMI ขั้นสุดท้ายประจำเดือนเมษายนอยู่ที่ระดับ 50.4
          -  ยูบีเอส ซีเคียวรีตีส์ (ประเทศจีน) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนเหลือขยายตัว 7.7% ในปี 2556 จากเดิมประเมินไว้ที่ 8% และปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2557 เหลือขยายตัว 7.8%ทั้งนี้หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของยูบีเอส ซีเคียวรีตีส์กล่าวว่า ค่าแรงของจีนมีอัตราขยายตัวลดลงในช่วง 2-3 ไตรมาสที่ผ่านมา ขณะเดียวกันการให้สินเชื่อไม่สามารถหนุนกิจกรรมการลงทุนได้อย่างที่คาดไว้ ทั้งนี้เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 2 อาจยังคงอ่อนแอ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปีอาจยังทรงตัว โดยคาดว่ารัฐบาลจีนจะรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่อไป และคาดว่าจีนจะไม่ผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม

สิงคโปร์
          -  กระทรวงการค้าของสิงคโปร์รายงานว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์ไตรมาสแรกปีนี้ขยายตัว 1.8% ( ต่อปี) จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากที่ในไตรมาสที่ 4 ปี 2555 เศรษฐกิจขยายตัว 3.3% ซึ่งการขยายตัวในไตรมาสแรกดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะหดตัว 1.2%

ไทย
          -  กระทรวงพาณิชย์ เผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนเมษายน 2556 ว่า การส่งออกขยายตัว 10.52% (y-o-y) โดยคิดเป็นมูลค่า 18,698.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 8.91% คิดเป็นมูลค่า 21,550.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 2,851.72.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อันเป็นมาจากสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการส่งออกถึง 66% ขยายตัวเพิ่มขึ้น 19.3% ได้แก่ สินค้าอิเลคทรอนิกส์ ยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งพิมพ์ เป็นต้น ทั้งนี้ ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-เม.ย.56) การส่งออกยังขยายตัว 5.74% คิดเป็นมูลค่า 75,665.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนการนำเข้าขยายตัว 8.56% คิดเป็นมูลค่า 86,428.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ขาดดุลการค้ารวมทั้งสิ้นประมาณ 10,762.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  พร้อมทั้งระบุ จากการประชุมหารือกับทูตพาณิชย์ทั่วโลกได้พิจารณาปรับลดเป้าหมายการส่งออกในปีนี้เหลือ 7-7.5% จากเดิมกำหนดไว้ที่ 8-9% โดยมีมูลค่าการส่งออกราว 2.45-2.46 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใต้สมมุติฐานอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ
          -  ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด  หรือ AREA เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์เดือนเมษายน 56 ว่า จำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นใหม่ในเดือนนี้มีทั้งหมด 7,357 หน่วย โดยลดลงจากเดือนที่ผ่านมา 55% (จาก 16,532 หน่วย) เนื่องจากโครงการเปิดใหม่เดือนนี้ส่วนใหญ่เป็นโครงการแนวราบ และเป็นโครงการขนาดเล็กถึงปานกลาง และมีหน่วยขายเฉลี่ยต่อโครงการประมาณ 189 หน่วย โดยประเภทที่มีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่มากที่สุดในเดือนนี้ คือ ทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งเป็นเดือนแรกของปี 2556 ที่มีที่อยู่อาศัยแนวราบเปิดมากกว่าอาคารชุด โดยมีจำนวนหน่วยเปิดขาย 3,609 หน่วย(49.1%) รองลงมาคือ อาคารชุด 1,971 หน่วย(26.8%) ส่วนอันดับ 3 คือ บ้านเดี่ยว 859 หน่วย(11.7%) ของจำนวนหน่วยขายที่เปิดขายใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ หากพิจารณามูลค่ารวมของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดใหม่ในเดือนเมษายน 2556 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 17,502 ล้านบาท ลดลงจากเดือนที่ผ่านมา 57%(มี.ค.56 มีมูลค่า 40,972 ล้านบาท) ซึ่งในเดือนนี้ลักษณะการพัฒนาที่อยู่อาศัยจะใกล้เคียงกับเดือนที่ผ่านมา โดยจะพบว่าสินค้าที่เข้าสู่ตลาดส่วนใหญ่มีราคาปานกลางค่อนข้างถูกเป็นสำคัญ โดยมีระดับราคา 1-3 ล้านบาทมากถึง 80% รองลงมาคือระดับราคา 3-5 ล้านบาท มีจำนวนประมาณ 17% ของหน่วยขายที่เปิดใหม่ทั้งหมดในเดือนนี้

Money Market
          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส-ศุกร์( 23-24 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในวันพฤหัสจากการที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงหลังตัวเลขดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนชี้ถึงภาวะหดตัวลงในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดีค่าเงินบาทแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงตลาดสหรัฐฯ โดยในวันศุกร์ค่าเงินบาทได้อ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส-ศุกร์ ( 23-24 พ.ค.)  ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันพฤหัส ทั้งนี้การแข็งขึ้นของค่าเงินเยนดำเนินต่อเนื่องมาถึงช่วงบ่ายของตลาดการเงินเอเซียเนื่องจากวันนี้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมามากและซื้อสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำในรูปเงินเยนมากขึ้นหลังจากที่รายงานผลสำรวจเบื้องต้นของเอชเอสบีซีพบว่า ภาคการผลิตของจีนหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนในเดือนพฤษภาคม โดยดัชนี PMI เบื้องต้นลดลงมาอยู่ที่ 49.6 จาก 50.4 ในเดือนเมษายน โดยดัชนีที่ต่ำกว่า 50 ชี้ถึงภาวะหดตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยค่าเงินเยนยังคงแข็งขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันศุกร์
          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส-ศุกร์ (23-24 พ.ค.)   ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันพฤหัสก่อนที่จะปรับตัวแข็งขึ้นในช่วงบ่ายของตลาดเอเซีย โดยวันนี้การขายสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนส่งผลให้มีแรงซื้อเงินเยนและขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมามาก โดยนักลงทุนกังวลมากขึ้นว่าเศรษฐกิจของจีนจะชะลอตัวลงหลังรายงานดัชนี PMI เบื้องต้นชี้ออกมากในทางลบ ทั้งนี้รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีจากการจัดทำของ Gfk เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่จุดสูงสุดในรอบ 5 ปี ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเยอรมนีของ Ifo เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับจากเดือนกุมภาพันธ์ โดยในวันศุกร์ค่าเงินยูโรได้อ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

Capital Market
          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส-ศุกร์( 23-24 พ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯลดลงในวันพฤหัสจากการที่นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะลดขนาดโครงการซื้อพันธบัตรเร็วกว่าที่คาดรวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน สำหรับในวันศุกร์ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯยังถูกกดดันจากความกังวลเรื่องการลดขนาดโครงการQE โดยรายงานตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์
          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส-ศุกร์( 23-24 พ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันพฤหัสจากการที่ดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนจากการจัดทำของเอชเอสบีซีลดลงมาอยู่ที่ 49.6 ในเดือนพฤษภาคม จากที่อยู่ในระดับ 50.4 ในเดือนเมษายน ซึ่งดัชนีที่ต่ำกว่า 50 ชี้ถึงการหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกันนักลงทุนก็คาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยปิดตลาดวันพฤหัสดัชนีนิกเกอิ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็ง ลดลง 7.32%,1.16% และ2.54% ตามลำดับ สำหรับในวันศุกร์ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.89% ในขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.57% โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (23 พ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันพฤหัสสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ดัชนี PMI เบื้องต้นจีนชี้ว่าภาคการผลิตหดตัวลงในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า  ขณะเดียวกันนักลงทุนก็กังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยมีแรงขายออกมาในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 23.81 จุด

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2556


Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1164
mod_vvisit_counterAll days1164

We have: 1163 guests online
Your IP: 216.73.216.250
Mozilla 5.0, 
Today: May 15, 2026

4226104