Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Monday, 23 December 2013 10:37

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  สำนักงานสถิติแรงงานของสหรัฐ (BLS) คาดว่า การจ้างงานในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้น 10.8 % ในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยภาคการรักษาพยาบาลจะเป็นภาคที่เติบโตเร็วที่สุด เพราะให้บริการต่อประชากรสูงวัยที่มีจำนวนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ BLS เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์การจ้างงานประจำทศวรรษ 2012-2022 และระบุว่าการจ้างงานในสหรัฐอาจเพิ่มขึ้นเกือบ 16 ล้านตำแหน่งในช่วง 10 ปีนี้ อย่างไรก็ดี BLS คาดว่า กำลังแรงงานพลเรือนอาจชะลอการเติบโตในช่วง 10 ปีดังกล่าว โดยอาจเพิ่มขึ้นเพียง 0.5 % ต่อปี และชะลอตัวลงจากระดับ 0.7 % ต่อปีในช่วงทศวรรษ 2002-2012  ซึ่งการชะลอตัวนี้อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดย BLS ระบุว่า การชะลอการเติบโตของกำลังแรงงานอาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เติบโตเพียง 2.6% ต่อปีในช่วงปี 2012-2022 โดยลดลงจากระดับอย่างต่ำ 3% ต่อปีในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

          -  ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติที่แท้จริงในไตรมาส3/2556 ครั้งสุดท้ายขยายตัวได้ถึง 4.1% (q-o-q: annual rate) มากกว่าการประมาณการครั้งก่อนที่ระบุว่าขยายตัว 3.6% และมากกว่าที่ขยายตัว 2.5% ในไตรมาส 2/2556 อันเป็นผลมาจากการขยายตัวขึ้นของการบริโภคส่วนบุคคล และการส่งออกที่ขยายตัวได้สูง ขณะที่กสรนำเข้าขยายตัวในระดับต่ำ

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือระยะยาวของสหภาพยุโรป (อียู) ลงสู่ระดับ AA+ จากระดับ AAA และคงระดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นไว้ที่ A-1 + โดยให้แนวโน้มมีเสถียรภาพ เนื่องจากความสอดคล้องกันในกลุ่มอียูเริ่มลดน้อยลง และการดำเนินนโยบายด้านการเงินในกลุ่มก็ย่ำแย่ลงด้วย สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของความน่าเชื่อที่อ่อนแอลงโดยรวมของกลุ่มประเทศสมาชิก 28 ประเทศของอียู

          -  นายมิเชล บาร์นิเยร์ สมาชิกคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า บรรดารัฐมนตรีคลังในสหภาพยุโรป (อียู) ได้บรรลุข้อตกลงว่าด้วยการกำหนดกลไกที่จะปิดธนาคารที่ล้มละลาย ซึ่งประกอบด้วยหลัก 3 ประการ คือ 1)กลไกการแก้ไขปัญหาที่เป็นหนึ่งเดียว (SRM) 2) กลไกการกำกับดูแลที่เป็นหนึ่งเดียว (SSM) และ3) กลไกการรับประกันเงินฝากที่เป็นหนึ่งเดียว เพื่อลดวงจรเสี่ยงระหว่างวิกฤตหนี้และวิกฤตธนาคาร ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจว่าผู้เสียภาษีจะไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสำหรับการช่วยเหลือภาคธนาคารในอนาคต

 

เยอรมนี

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนีรายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของเยอรมนีปรับตัวลดลง 0.1% ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม และร่วงลง 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง โดยลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และร่วงลง 2.1% เมื่อเทียบรายปี และถ้าหากไม่รวมราคาพลังงาน ดัชนี PPI ของเยอรมนีลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และ 0.3% เมื่อเทียบรายปี

          -  ผลการสำรวจโดยบริษัทวิจัย GfK รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมนีในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นแตะ 7.6 จากระดับ 7.4 ในเดือนธันวาคม โดยดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจในเดือนธันวาคมปรับขึ้นมาอยู่ที่ 23.3 จาก 20.3 ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ดัชนีแนวโน้มการซื้อในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นแตะ 46.1 จาก 45.7 เดือนก่อนหน้า แต่ดัชนีคาดการณ์รายได้ปรับลงสู่ระดับ 39.5 ในเดือนธันวาคม จาก 45.2 ในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมของ GfK จะระบุถึงตัวเลขในเดือนถัดไป ขณะที่ดัชนีย่อยต่างๆ จะระบุถึงตัวเลขในเดือนปัจจุบัน

 

ฝรั่งเศส

          -  ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นมากเกินคาด โดยอยู่ที่ระดับ 100 ในเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 2 ปี หรือนับจากเดือนสิงหาคม 2554 จากระดับ 98 ในเดือนก่อน  และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ 99

 

อิตาลี

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี รายงานว่า ยอดคำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมของอิตาลีลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนในเดือนตุลาคม โดยลดลง 2.5% (m-o-m) จาก ที่เพิ่มขึ้น 1.7% เดือนกันยายนและ 2.1% ในเดือนสิงหาคม

 

เอเชีย : จีน

          -  ค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (อาร์/พี) ระยะ 7 วันของจีนที่มีการถ่วงน้ำหนักตามวอลุ่มการซื้อขาย พุ่งขึ้นสู่ระดับ 7.48 % ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน โดยค่าเฉลี่ยดังกล่าวถือเป็นมาตรวัดสภาพคล่องในตลาดที่ดีที่สุด ตลาดเงินจีนเริ่มตึงตัวในวันพุธ และอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินได้พุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดีเมื่อธนาคารกลางจีนไม่ได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดเพื่อแก้ไขภาวะขาดแคลนสภาพคล่อง โดยเหตุการณ์นี้คล้ายคลึงกับภาวะสภาพคล่องตึงตัวครั้งใหญ่ในจีนในเดือนมิถุนายน.  ธนาคารกลางจีนระบุเมื่อวันพฤหัสว่า ทางธนาคารกลางได้อัดฉีดเม็ดเงินจำนวนหนึ่งเข้าสู่ตลาด และได้ขยายช่วงเวลาซื้อขายออกไปอีก 30 นาที อย่างไรก็ดีนักลงทุนในตลาดเงินยังคงมีความกังวลในวันศุกร์ ขณะที่มีข่าวลือแพร่สะพัดในตลาดว่า ธนาคารพาณิชย์สองแห่งของจีนได้ผิดนัดชำระหนี้

          -  กระทรวงการคลังจีน ระบุว่า รัฐวิสาหกิจของจีนมีผลกำไรรวมกัน 2.15 ล้านล้านหยวน (3.5105 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.2% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตามอัตราขยายตัวของกำไรในช่วงเดือนมกราคม พฤศจิกายน ชะลอลงจากที่เพิ่มขึ้น 10.1% ในช่วงเดือนมกราคม ตุลาคม ทั้งนี้รายได้จากธุรกิจของรัฐวิสาหกิจรวมเพิ่มขึ้น 11% เทียบรายปี แตะที่ 41.93 ล้านล้านหยวน.

 

ญี่ปุ่น

          -  ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงินหรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (6-7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อปี นอกจากนี้บีโอเจยังคงมุมมองที่ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวปานกลาง โดยได้แรงหนุนจากสัญญาณมากขึ้นที่บ่งชี้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกำลังส่งผลบวกในวงกว้าง บีโอเจได้ออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินแบบเชิงรุกในเดือนเมษายน โดยประกาศว่าจะเพิ่มปริมาณเงินขึ้น 2 เท่าภายในเวลา 2 ปี ด้วยการเพิ่มวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์เสี่ยง และบีโอเจก็ได้คงนโยบายการเงินนับตั้งแต่นั้นมา

 

อินโดนีเซีย

          -  ธนาคารกลางอินโดนีเซียออกแถลงการณ์ระบุว่า ธนาคารในอินโดนีเซียต้องเพิ่มทุนสำรองภายในปี 2558 เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมรับมือความเสี่ยงถ้าหากเกิดวิกฤติการเงินขึ้นในประเทศ ทั้งนี้ธนาคารกลางได้ประกาศว่า ภายในเดือนมกราคม 2558  ธนาคารต่างๆจะต้องเพิ่มสัดส่วนเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Tier 1) สู่ระดับ 6% ของสินทรัพย์ที่มีการถ่วงน้ำหนักความเสี่ยง จาก 5% ในขณะนี้ ธนาคารกลางยังระบุว่า ธนาคารต่างๆจะต้องปรับระดับเงินกองทุนขั้นที่ 2 (Tier 2) ภายในต้นปี 2559 แต่ธนาคารกลางไม่ได้ระบุรายละเอียด

 

ไทย

          -  สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ สถานการณ์การท่องเที่ยวในปี 2557 ว่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 29.92 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12.1% จากปี 2556 ที่คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 26.69 ล้านคน ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวปี 2557 คาดว่าจะอยู่ 1.35 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 18% จากที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.16 ล้านล้านบาทในปี 2556 การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นการแสดงถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวไทยที่เข้มแข็ง แม้จะมีสถานการณ์การชุมนุมประท้วงต่อเนื่องก็ตาม พร้อมระบุว่าใน 11 เดือนปี 2556 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 21% เป็นการบ่งชี้ให้เห็นว่าว่านักท่องเที่ยวต่างชาติยังมั่นใจ

          -  สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ระบุว่า ปัญหาการเมืองภายในประเทศขณะนี้ อาจจะมีความยืดเยื้อ ซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ โดยนับตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้แล้วเกือบ 1 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้ยังกังวลว่า ปัญหาการเมืองที่อาจจะมีความยืดเยื้อ อาจทำให้ประเทศถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือจากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ BBB ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ภาครัฐมีภาระต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น และจะทำให้มีผลกระทบต่อภาคเอกชนด้วย

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (20 ธ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากปัจจัยเกี่ยวกับการลดขนาดมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทั้งนี้ในส่วนของค่าเงินบาทนั้นยังมีเรื่องการเมืองในประเทศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันค่าเงินบาทในช่วงนี้

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (20 ธ.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯเริ่มลดขนาดมาตรการ QE ในขณะที่วันนี้ผลการกระชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงิน โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงินหรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (6-7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อปี อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินเยนได้แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 20 ธ.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัส ซึ่งสอดคล้องกับการที่วันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯเริ่มลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่ธนาคารกลางของประเทศสำคัญอื่นๆ เช่น ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มที่จะดำเนินมาตรการทางการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับเดิมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (20 ธ.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกในวันศุกร์ โดยดัชนีหุ้นสำคัญปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบหลายเดือน ขณะที่ข้อมูลการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดได้เพิ่มความเชื่อมั่นว่าการฟื้นตัวเศรษฐกิจกำลังเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.26%, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.48% และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 1.15%

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (20 ธ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นจีนลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากความกังวลเกี่ยวกับภาวะสภาพคล่องทางการเงินที่ตึงตัวมากขึ้นในตลาดการเงินของจีน โดยวันนี้ค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (อาร์/พี) ระยะ 7 วันของจีนที่มีการถ่วงน้ำหนักตามวอลุ่มการซื้อขาย พุ่งขึ้นสู่ระดับ 7.48 % ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน โดยเหตุการณ์นี้คล้ายคลึงกับภาวะสภาพคล่องตึงตัวครั้งใหญ่ในจีนในเดือนมิถุนายน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งลดลง 2.02% และ 0.33% ตามลำดับ สำหรับดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.07%โดยวันนี้ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงิน โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงินหรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (6-7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อปี นอกจากนี้บีโอเจยังคงมุมมองที่ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวปานกลาง

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ ( 20 ธ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้ โดยเป็นผลจากปัจจัยการเมืองในประเทศ อีกทั้งการลดมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯก็ส่งผลต่อภาวะการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศในช่วงนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 3.91 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 23 ธันวาคม  2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment