Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 25 December 2013 09:11

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวขึ้น 3.5% หลังจากที่ลดลง 0.7% ในเดือนก่อนหน้า มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2% โดยปัจจัยที่หนุนให้ยอดสั่งซื้อปรับตัวขึ้นในเดือนที่แล้วมาจากอุปสงค์เครื่องบินพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 21.8% โดยโบอิ้งเผยว่า บริษัทได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินจำนวน 110 ลำ จาก 79 ลำในเดือนตุลาคม ทั้งนี้ หากไม่รวมสินค้าหมวดขนส่งซึ่งมีความผันผวนสูง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนปรับตัวขึ้น 1.2% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม สำหรับยอดสั่งซื้อสินค้าทุนนอกภาคกลาโหมซึ่งไม่รวมอากาศยาน หรือที่เรียกว่าสินค้าทุนพื้นฐานปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5% ซึ่งมากสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม หรือในรอบ 10 เดือน หลังจากที่ปรับตัวลดลงสองเดือนติดต่อกัน โดยยอดสั่งซื้อในหมวดนี้นับว่ามีความสำคัญและถูกจับตาใกล้ชิด เนื่องจากสามารถบ่งชี้ถึงแผนการลงทุนและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ

          - ยอดขายบ้านใหม่เดือนพฤศจิกายนลดลง 2.1% สู่ระดับ 464,000 ยูนิต จากระดับ 474,000 ยูนิตในเดือนตุลาคม สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 440,000 ยูนิต ขณะที่ยอดขายเดือนตุลาคมนั้นได้ถูกปรับทบทวนขึ้นจากรายงานก่อนหน้านี้ โดยตัวเลขที่ปรับทบทวนใหม่ถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2551 โดยหากเทียบรายปี ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 16.6% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคากลางของบ้านใหม่อยู่ที่ 270,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 4.5% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 10.6% จากปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวรายปีที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ทั้งนี้ แม้ยอดขายปรับตัวลง แต่ก็ยังอยู่ใกล้กับระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังคงฟื้นตัว แม้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับซื้อบ้านปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม

          - สำนักงานเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FHFA) รายงานว่า ราคาบ้านของสหรัฐในเดือนตุลาคมปรับตัวขึ้น 0.5% จากเดือนกันยายน และหากเทียบรายปี ราคาบ้านปรับตัวขึ้น 8.2% จากปีก่อน ดัชนีราคาบ้านของ FHFA เป็นมาตรวัดการซื้อขายบ้านเดี่ยวโดยพิจารณาจากยอดอนุมัติเงินกู้และการจำนองบ้านโดยสมาคมการจำนองแห่งชาติของรัฐบาลกลาง (แฟนนี เม) และบรรษัทจำนองสินเชื่อบ้านของรัฐบาลกลาง (เฟรดดี แมค) ทั้งนี้ FHFA ไม่ได้ให้ข้อมูลราคาบ้านที่เฉพาะเจาะจง

 

ยุโรป: ฝรั่งเศส

          - สำนักงานสถิติฝรั่งเศส (INSEE) รายงานว่า การบริโภคครัวเรือน (Household consumption expenditure) ของฝรั่งเศสในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1.4% หลังจากที่หดตัว 0.1% ในเดือนตุลาคม อันเป็นผลมาจาการเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงและพลังงาน (+7.5%) ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนในสินค้าคงทนเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.3% จากที่เพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนตุลาคม และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนเพิ่มขึ้น 1.7% (y-o-y)

 

เอเชีย : จีน

          - คณะกรรมการวางแผนครอบครัวและสุขภาพแห่งชาติของจีนแถลงว่า จีนจะเริ่มปรับเปลี่ยนนโยบายมีลูกคนเดียวในช่วงต้นปีหน้า โดยจะอนุญาตให้ผู้ปกครองจำนวนมากยิ่งขึ้นสามารถมีลูกคนที่สอง ผู้อำนวยการคณะกรรมการชุดนี้กล่าว

          - คาดกันว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายจะมีผลบังคับใช้ในบางพื้นที่ของจีนในไตรมาสแรกของปี 2014  รัฐบาลจีนแถลงในเดือนพฤศจิกายนว่า รัฐบาลจีนจะอนุญาตให้ครอบครัวหลายล้านครอบครัวมีลูกสองคน ซึ่งจะถือเป็นการผ่อนคลายนโยบายลูกคนเดียวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี โดยความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับเพิ่มอัตราการมีบุตร และเป็นการแบ่งเบาภาระทางการเงินของประชากรจีนที่มีอายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ทางการจีนอยู่ในระหว่างการคำนวณจำนวนของคู่สมรสที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสถานการณ์ของคู่สมรส ก่อนที่จะอนุมัติกฎระเบียบอย่างเฉพาะเจาะจง การปรับนโยบายในครั้งนี้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับทารก และส่งผลให้มีการเร่งรีบซื้อสินค้าที่ช่วยส่งเสริมการมีบุตร

          - ภาวะขาดแคลนเม็ดเงินในตลาดอินเตอร์แบงก์ของจีนบรรเทาลงในวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากธนาคารกลางจีนอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบผ่านทางช่องทางปกติเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ อย่างไรก็ดีเทรดเดอร์กล่าวเตือนว่าสถานการณ์ยังคงมีความตึงเครียด ในช่วงเช้าวันอังคารที่ผ่านมาธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเม็ดเงินระยะสั้น 2.9 หมื่นล้านหยวน (4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เข้าสู่ระบบธนาคารโดยผ่านทางธุรกรรมการซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repos) ระยะ 7 วัน หลังจากธนาคารกลางจีนไม่ได้อัดฉีดเม็ดเงินผ่านทางช่องทางนี้เลยนับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม เป็นต้นมา ธนาคารกลางจีนแทบไม่ได้ดำเนินการใดๆในสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากการปล่อยกู้ให้แก่ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นๆพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดรอบ 6 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการระดมเงินสดในระดับสูงในช่วงสิ้นปี ค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (อาร์/พี) ระยะ 7 วันของจีนอยู่ที่ 6.56 % ในวันอังคาร ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ และดิ่งลงอย่างรุนแรงจากระดับ 8.93 % ในวันจันทร์  เทรดเดอร์รายหนึ่งกล่าวว่า การที่ธนาคารกลางจีนอัดฉีดเม็ดเงินผ่านทางปฏิบัติการซื้อขายพันธบัตรในตลาดเปิด ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในตลาด แต่ปริมาณการอัดฉีดอยู่ในระดับที่น้อยเกินกว่าที่จะส่งผลกระทบอย่างแท้จริงต่ออัตราดอกเบี้ยในตลาด

 

ญี่ปุ่น

          - นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องต่อการฟื้นตัวจากภาวะเงินฝืด ขณะที่การปรับตัวดีขึ้นทางเศรษฐกิจยังคงกระจายในวงกว้าง นายอาเบะกล่าวต่อการประชุมคณะรัฐมนตรี หลังจากรัฐบาลตัดสินใจที่จะตัดคำว่าภาวะเงินฝืดออกจากรายงานเศรษฐกิจประจำเดือนเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ญี่ปุ่นได้ตัดคำว่าภาวะเงินฝืดออกจากรายงานเศรษฐกิจ ท่ามกลางสัญญาณที่แสดงว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่ารัฐบาลมีความคืบหน้าในการต่อสู้กับภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมาร่วม 15 ปี

          - คณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นอนุมัติร่างงบประมาณสำหรับปีงบประมาณที่เริ่มต้นในเดือนเมษายน 2014 โดยกำหนดงบใช้จ่ายไว้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 95.88 ล้านล้านเยน (9.2197 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในขณะที่รายได้จากภาษีเพิ่มสูงขึ้น และมีการปรับลดปริมาณการกู้เงินใหม่ลงในระดับปานกลาง งบประมาณประจำปีฉบับนี้ถือเป็นฉบับที่สองนับตั้งแต่นายอาเบะชนะการเลือกตั้งเมื่อหนึ่งปีก่อน โดยงบประมาณฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงการรักษาความสมดุลระหว่างการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการควบคุมหนี้สินสาธารณะ โดยขณะนี้หนี้สินสาธารณะของญี่ปุ่นมีขนาดสูงกว่าสองเท่าของเศรษฐกิจญี่ปุ่น กระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า งบประมาณบัญชีทั่วไปสำหรับปีงบประมาณ 2014/2015 นี้ครอบคลุมการปรับเพิ่มงบใช้จ่ายสำหรับงานก่อสร้างภาครัฐ, งบใช้จ่ายทางการทหาร และงบใช้จ่ายทางสวัสดิการสังคม โดยงบใช้จ่ายโดยรวมมีขนาดเพิ่มขึ้นกว่า 3 ล้านล้านเยนจากงบประมาณขั้นต้นของปีนี้

 

อินโดนีเซีย

          - อินโดนีเซียประกาศว่า จะอนุมัติการเพิ่มระดับการลงทุนของต่างประเทศในธุรกิจสนามบิน, โรงไฟฟ้า, ทางหลวงและอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยุดโฮโยโนได้แก้ไข "รายชื่อธุรกิจต้องห้าม" ซึ่งนักลงทุนต่างประเทศถูกห้ามหรือถูกจำกัดในการเข้าลงทุน และรายชื่อดังกล่าวซึ่งใช้มาหลายทศวรรษแล้วได้จำกัดการลงทุนของต่างประเทศในกล่มธุรกิจที่ถือว่ามีความอ่อนไหว 

 

ไทย

          - ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบให้ปรับเพิ่มอัตราชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลลิตรละ 0.60 บาท จากเดิม 0.10 บาท เพื่อรักษาระดับราคาดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัว เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยการปรับอัตราชดเชยครั้งนี้ จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิมวันละ 132 ล้านบาท เป็นวันละ 165 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯ เป็นบวกสุทธิ 1,706 ล้านบาท ทำให้ต้องเตรียมกู้เงินตามกรอบที่คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เคยอนุมัติไว้ จากธนาคารกรุงไทย วงเงิน 20,000 ล้านบาท และธนาคารออมสิน 10,000 ล้านบาท

          - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่า ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 (ตุลาคม พฤศจิกายน 2556) ว่ารัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 330,341 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 12,541 ล้านบาท หรือ 3.9% ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 514,076 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 97,904 ล้านบาท หรือ 16.0% แต่ทำให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 183,735 ล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุล 26,780 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 210,515 ล้านบาท รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 17,000 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุลทั้งสิ้น 193,515 ล้านบาท และเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 410,409 ล้านบาท         

 

อื่นๆ

          - รัฐมนตรีน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย อิรัก และคูเวตกล่าวภายหลังการประชุมรัฐมนตรีน้ำมันอาหรับว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 40% ของอุปทานน้ำมันในตลาดโลก ไม่จำเป็นต้องปรับลดปริมาณผลิตน้ำมันในปี 2557 เนื่องจากการขยายตัวของอุปสงค์จะช่วยซึมซับน้ำมันดิบในส่วนที่เพิ่มเข้ามา ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. หลังจากรายงานระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีอัตราการขยายตัวที่สูงกว่าการประเมินในช่วงก่อนหน้านี้ในไตรมาสที่ 3 โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI เดือนก.พ. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 28 เซนต์ แตะที่ 99.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลที่ตลาดนิวยอร์ก

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (24 ธ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 จากภาวะการเมืองในประเทศไทยที่ยังคงสร้างความกังวลต่อนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งมากขึ้นรวมทั้งการเริ่มลดมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯก็ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในช่วงนี้

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (24 ธ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในวันนี้ โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนมาจากการที่ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯโดยรวมที่ออกมาล่าสุดยังคงชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯเริ่มลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินลง ในขณะทื่ทางด้านญี่ปุ่น ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มที่จะคงมาตรการผ่อนคลายทางการเงินไว้อย่างต่อเนื่อง

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร ( 24 ธ.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ปัจจัยหนุนจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯเริ่มลดขนาดมาตรการ QE ขณะที่ธนาคารกลางประเทศสำคัญอื่นๆยังคงมาตรการผ่อนคลายทางการเงินไว้

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (24 ธ.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนชะลอการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ก่อนวันหยุดคริสต์มาส โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.39%, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.29% ตลาดได้แรงหนุนจากสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพุ่งขึ้น 3.5% ในเดือนพ.ย. และดัชนีแผนการใช้จ่ายทุนของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (24 ธ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งมากขึ้น รวมทั้งยังได้ปัจจัยบวกจากการที่ธนาคารกลางจีนปล่อยสภาพคล่องทางการเงินเข้าสู่ตลาดเงินมากขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิสูงขึ้น 0.12% ทั้งนี้วันนีนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องต่อการฟื้นตัวจากภาวะเงินฝืด ขณะที่การปรับตัวดีขึ้นทางเศรษฐกิจยังคงกระจายในวงกว้าง ขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นอนุมัติร่างงบประมาณสำหรับปีงบประมาณที่เริ่มต้นในเดือนเมษายน 2014 โดยกำหนดงบใช้จ่ายไว้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 95.88 ล้านล้านเยน (9.2197 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.15% โดยวันนี้ภาวะขาดแคลนเม็ดเงินในตลาดอินเตอร์แบงก์ของจีนบรรเทาลง หลังจากธนาคารกลางจีนอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบผ่านทางช่องทางปกติเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ อย่างไรก็ดีเทรดเดอร์กล่าวเตือนว่าสถานการณ์ยังคงมีความตึงเครียด 

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร ( 24 ธ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียโดยรวม อย่างไรก็ดีปัจจัยการเมืองในประเทศยังกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 0.99 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 25 ธันวาคม  2556

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1201
mod_vvisit_counterAll days1201

We have: 1199 guests online
Your IP: 216.73.216.182
Mozilla 5.0, 
Today: May 19, 2026

4496104