Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Friday, 03 January 2014 09:53

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 28 ธันวาคม ปรับตัวลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 339,000 ราย ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 345,000 ราย  ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8,500 ราย สู่ระดับ 357,250 ราย

          - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ของสหรัฐในเดือนธันวาคมปรับตัวลดลงสู่ระดับ 57.0 จากระดับ 57.3 ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 56.8 ค่าดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของกิจกรรมการผลิต ทั้งนี้ ISM ระบุว่า ภาคการผลิตของสหรัฐมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงปลายปี 2556 นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า อุปสงค์ยังคงแข็งแกร่งในเดือนธันวาคม ซึ่งบ่งชี้ว่าการผลิตจะยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2557 โดยดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ของ ISM ขยายตัวสู่ระดับ 64.2 จากระดับ 63.6 ในเดือนก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2553 และทำสถิติขยายตัวสูงกว่าระดับ 60.0 เป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน

          - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 78.1 จากระดับ 72 ในเดือนพฤศจิกายน มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 76.8 บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกของเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยนายลินน์ ฟรังโก ผู้อำนวยการสำนัก Conference Board ระบุว่า ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจและการจ้างงานที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเดือนธันวาคมอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะปิดหน่วยงานราชการบางส่วนเป็นเวลา 16 วัน โดยเริ่มจากวันที่ 16 ตุลคม ซึ่งในเวลานั้น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 80.2

          - ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (NAR) ในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ลดลง 5 เดือนติดต่อกัน โดยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 101.7 แต่ยังคงต่ำกว่าระดับของปีก่อนที่ 103.3 อย่างไรก็ดี แม้สัญญาขายบ้านจะปรับตัวลงในช่วงเดือนท้ายๆของปี 2556 แต่ตลอดทั้งปีนี้ ยอดขายโดยรวมนับว่าดีที่สุดในรอบ 7 ปี ทั้งนี้ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการของ NAR ถือเป็นตัวชี้วัดยอดขายบ้านมือสองในอนาคต โดยทางสมาคมคาดว่ายอดขายบ้านมือสองในปีนี้จะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 5.1 ล้านยูนิต ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 10% จากปี 2555 และคาดว่ายอดขายบ้านมือสองในปีหน้าจะยังอยู่ในระดับเดียวกับปีนี้ ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 5.3 ล้านยูนิตหลังจากนั้น

          - ดัชนีราคาบ้าน 20 มลรัฐที่จัดทำโดย S&P Case-Shiller ในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 1.0% (m-o-m) ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่เท่ากับเดือนกันยายน ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนเพิ่มขึ้น 13.6% จากที่เพิ่มขึ้น 13.3% ในเดือนกันยายน ใกล้เคียงกับที่นักเศรษฐศาสตร์โดย consensus คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 13.7% ทั้งนี้ รัฐไมอามีมีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในอัตรา 1.9% รองลงมากได้แก่รัฐแอตแลนต้าและดีทร้อยต์ที่เพิ่มขึ้น 1.8%

          - ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาชิคาโกรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (Business Barometer Index) ในเดือนธันวาคม 2556 อยู่ที่ระดับ 59.1 จากระดับ 63.0 น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 61.3 โดยดัชนีที่เกี่ยวกับคำสั่งซื้ออยู่ที่ระดับ 60.7 จากระดับ 68.8 และ 74.3 ในสองเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีการจ้างงานอยู่ที่ระดับ 51.6

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          - ผลสำรวจของ Markit Economics รายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นแตะ 52.7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน จาก 51.6 ในเดือนพฤศจิกายน โดยดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัว ขณะที่ตัวเลขที่สูงกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตมีการขยายตัวทั้งนี้ ภาคการผลิตของยูโรโซนขยายตัวมากขึ้นในช่วงสิ้นปี 2556 โดยผลผลิตและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิตชะลอการปลดพนักงาน ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่ยังคงทะยานขึ้นแข็งแกร่ง

 

เยอรมนี

          - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเยอรมนีในเดือนธันวาคมปรับตัวขึ้นแตะ 54.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง จาก 52.7 ในเดือนพฤศจิกายน สะท้อนว่าภาคการผลิตของเยอรมนีปิดท้ายปี 2556 มีความแข็งแกร่ง

 

ฝรั่งเศส

          - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของฝรั่งเศสในเดือนธันวาคมลดลงแตะ 47.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน จาก 48.4 ในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ ภาคการผลิตของฝรั่งเศสส่งสัญญาณหดตัวต่อเนื่องในเดือนธันวาคม โดยมีปัจจัยถ่วงจากผลผลิต คำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงานที่ร่วงลงมากขึ้น

 

อิตาลี

          - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของอิตาลีในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่เดือนเมษายน 2554 จาก 51.4 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งการปรับตัวขึ้นของดัชนี PMI ภาคการผลิตของอิตาลียังคงมีความต่อเนื่องในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2556 โดยผลผลิต คำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงานขยายตัวมากขึ้น และเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง

 

สเปน

          - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสเปนในเดือนธันวาคมดีดตัวขึ้นแตะ 50.8 จาก 48.6 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2556 เนื่องจากผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ได้ฟื้นตัวขึ้นหลังจากปรับตัวย่ำแย่ในเดือนพฤศจิกายน

          - นายลูอีส เดอ กวินดอส รัฐมนตรีเศรษฐกิจของสเปนให้คำมั่นสัญญาว่า จะทำให้อัตราว่างงานภายในประเทศปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับปัจจุบันที่ 26% ในปี 2557 ซึ่งปัจจุบันจำนวนคนว่างงานในสเปนมีประมาณ 5-6 ล้านคน ทั้งนี้ รัฐบาลสเปนคาดว่าเศรษฐกิจสเปนจะขยายตัวในอัตรา 0.7% ในปี 2557 และคาดว่าอัตราว่างงานจะลดลงจากระดับ 26.6% ณ สิ้นปี 2556 มาอยู่ที่ 25.9% ณ สิ้นปีนี้

 

เอเชีย : จีน

          - ผลสำรวจของภาคเอกชนพบว่า ภาคการผลิตของจีนขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 3 เดือนในเดือนธันวาคม โดยได้รับผลกระทบจากยอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกที่หดตัวลง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองที่ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนได้ชะลอตัวลงในช่วงปลายปี ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของเอชเอสบีซี/มาร์กิต ลดลงสู่ระดับ 50.5 ในเดือนธันวาคม จาก 50.8 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากข้อมูล PMI ขั้นต้น

          - ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนธันวาคมจากการจัดทำของสำนักงานสถิติแห่งชาติและ China’s logistics federation  ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 51 จากระดับ 51.4 ในเดือนพฤศจิกายน โดยเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือน และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 51.2 โดยตัวเลขดังกล่าวชี้ถึงภาวะที่ภาคการผลิตของจีนขยายตัวชะลอลง ซึ่งเพิ่มความท้าทายมากขึ้นต่อการที่ประธานาธิบดีของจีนกำลังพยายามในการที่จะรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจขณะเดียวกันก็ดำเนินการปฏิรูปประเทศไปด้วยพร้อมๆกัน

 

อินเดีย

          - ผลสำรวจพบว่าภาคการผลิตของอินเดียชะลอตัวในเดือนธันวาคม ขณะที่การปรับตัวลงของยอดสั่งซื้อใหม่ในประเทศทำให้ภาคเอกชนปรับลดการผลิต ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเอชเอสบีซี ซึ่งรวบรวมโดยมาร์กิต ลดลงสู่ระดับ 50.7 ในเดือนธันวาคม จาก 51.3 ในเดือนพฤศจิกายน

 

สิงคโปร์

          - รัฐบาลสิงคโปร์รายงานว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์หดตัวลงอย่างรุนแรงเกินคาดในไตรมาส 4 ขณะที่กิจกรรมภาคการผลิตอ่อนแอลง และตัวเลขนี้ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์จะปรับสูงขึ้นเล็กน้อยในปี 2014 อย่างที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์เปิดเผยตัวเลขประมาณการล่วงหน้าโดยระบุว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) หดตัวลง 2.7% ในไตรมาส 4 ปี 2556 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ก่อนหน้านี้ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดการณ์ว่า จีดีพีสิงคโปร์อาจหดตัวลงเพียง 1.6% ในไตรมาส 4 หลังจากจีดีพีขยายตัว 2.2% ในไตรมาส 3

 

อินโดนีเซีย

          - ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของเอชเอสบีซี/มาร์กิต พบว่าภาคการผลิตของอินโดนีเซียดีขึ้นเล็กน้อยในเดือนธันวาคม โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของผลผลิตและยอดสั่งซื้อใหม่ รวมทั้งอุปสงค์ที่มีเสถียรภาพสำหรับสินค้าส่งออก ทั้งนี้ดัชนี PMI ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.9 ในเดือนธันวาคม เทียบกับ 50.3 ในเดือนพฤศจิกายน และเป็นการขยายตัวเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน

          - อินโดนีเซียรายงานยอดเกินดุลการค้าที่สูงเกินคาดในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทรงตัวในเดือนธันวาคม ซึ่งอาจจะทำให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียมีโอกาสที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า สำนักงานสถิติของอินโดนีเซียรายงานว่า ยอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ที่ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ยอดส่งออกเดือนพฤศจิกายนลดลง 2.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การนำเข้าลดลง 10.55% สำนักงานสถิติยังเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 8.38% ในเดือนธันวาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 8.37% ในเดือนพฤศจิกายน

ไทย

          - กระทรวงพาณิชย์ แถลงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในปี 2557 กระทรวงพาณิชย์คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 2.00-2.80% ภายใต้สมมติฐานที่ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP)ของไทยเติบโตได้ในระดับ 3-5%, ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ 92-115 ดอลลาร์/บาร์เรล, อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ อยู่ที่ 28-34 บาท/ดอลลาร์ และรัฐบาลยังคงใช้มาตรการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน พร้อมระบุด้วยว่า หากในปีนี้รัฐบาลยกเลิกการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งจะมีผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวสูงขึ้นนั้น จะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นอีก 1% จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ ขณะที่หากรัฐบาลยกเลิกการใช้นโยบายรถไฟฟรี จะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น 0.18% และหากยกเลิกนโยบายรถเมล์ฟรี ก็จะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น 0.11% อย่างไรก็ดี หากในภาพรวมแล้วปีนี้รัฐบาลยกเลิกมาตรการลดค่าครองชีพทั้งในส่วนของดีเซล, รถเมล์-รถไฟฟรี รวมทั้งการทยอยปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มอีกเดือนละ 50 สต./กก. ก็จะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับขึ้นราว 1.3-1.4% จากเป้าหมายที่กำหนดไว้

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (2 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้โดยมีปัจจัยการเมืองในประเทศไทยเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนลงในช่วงนี้ อย่างไรก็ดีวันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ รวมทั้งสกุลเงินสำคัญอื่นๆเช่นเยนและยูโรด้วย ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่นักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินลงอีกในปีนี้หลังจากที่ได้เริ่มลดมาตรการ QE ไปแล้วในการประชุมเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (2 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มการแข็งขึ้นที่ค่อนข้างต่อเนื่องของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อเทียบกับเงินเยนหลังการเริ่มลดมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ฟื้นตัวเร็วกว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนในช่วงนี้ โดยในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินเยนได้แข็งขึ้นมาเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 2 ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรในช่วงบ่ายสอดคล้องกับภาวะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในวันนี้ โดยในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้อ่อนลงอีกเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (2 ม.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในการซื้อขายวันแรกของปีนี้ ขณะที่นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร หลังจากดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997 ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 0.82%, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.89% และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 0.80% ข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกลดลงเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน ขณะที่ดัชนีการผลิตของสหรัฐเป็นไปตามความคาดหมายที่ระดับ 57.0 ในเดือนธ.ค. แต่ต่ำกว่าระดับในเดือนพ.ย.

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (2 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนทั้งจากการจัดทำของทางการจีน และ HSBC ชี้ว่าภาคการผลิตของจีนในเดือนธันวาคมขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง โดยดัชนี PMI ของ เอชเอสบีซี/มาร์กิต ลดลงสู่ระดับ 50.5 ในเดือนธันวาคม จาก 50.8 ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ PMI ของสำนักงานสถิติแห่งชาติและ China’s logistics federation  ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 51 จากระดับ 51.4 ในเดือนพฤศจิกายน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.31% สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.14 %

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส ( 2 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากภาวะการเมืองในประเทศ ขณะเดียวกันการที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนธันวาคมจากการจัดทำของทางการจีนและ HSBC ชี้ว่าภาคการผลิตของจีนขยายตัวชะลอลงก็ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมในวันนี้ โดยในช่วงเช้า SET INDEX ลดลง 32.84 จุด สำหรับในช่วงบ่ายดัชนีฯได้ลดลงอีกโดยเฉพาะในช่วงท้ายตลาดซึ่งส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 67.94 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 3 ธันวาคม  2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment