| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Monday, 03 March 2014 09:35 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยประมาณการครั้งที่ 2 GDP ช่วงไตรมาส 4/2556 ขยายตัวที่ระดับ 2.4% ลดลงจากตัวเลขประมาณการครั้งแรกที่ 3.2% เพราะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้าย และความต้องการสินค้าของสหรัฐจากต่างประเทศที่ชะลอตัว - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงท้ายเดือนกุมภาพันธ์ที่จัดทำโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 81.6 จากระดับ 81.2 ในเดือนมการม เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ โดยค่าแรงและการจ้างงานที่สูงขึ้นอาจจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นยิ่งขี้น และมีกำลังในการจับจ่าย - ยอดการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับ 95 จากระดับ 92.4 หรือลดลง 8.7% ในเดือนธันวาคม แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตรฺส่วนใหญ่ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 1.4%
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่มีต่อเศรษฐกิจของยูโรโซนปรับตัวขึ้นแตะระดับ 101.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ จากระดับ 101 ในเดือนมกราคม ซึ่งช่วยคลายแรงกดดันสำหรับธนาคารกลางยุโรปในการดำเนินการเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ พร้อมกับกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งก่อนหน้านี้นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป กล่าวว่า อีซีบีจำเป็นต้องดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก่อนที่จะตัดสินใจใดๆ
เยอรมนี - สำนักงานแรงงานของเยอรมนี รายงานว่า จำนวนคนว่างงานเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวลง 14,000 ราย สู่ระดับ 2.914 ล้านราย โดยลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งสะท้อนว่าภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมนี ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 6.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนมกราคม - กระทรวงแรงงานของฝรั่งเศสรายงานว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของฝรั่งเศสพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.316 ล้านรายในเดือนมกราคม โดยจำนวนผู้ที่หางานทำอยู่ที่ 8,900 รายในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนและ 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายมองว่า คำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ที่ว่าจะลดจำนวนคนว่างงานลงนั้น ขาดความน่าเชื่อถือ
ฝรั่งเศส - ผลการสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของฝรั่งเศสขยับลงแตะระดับ 85 ในเดือนกุมภาพันธ์ จาก 86 ในเดือนมกราคม แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลงในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากภาคครัวเรือนวิตกเรื่องความสามารถในการออมเงิน และคาดว่ามาตรฐานการครองชีพจะลดลง ขณะที่อัตราว่างงานจะสูงขึ้น เรห์นแสดงความเชื่อมั่น ว่าอิตาลีจะยังคงยึดมั่นในสนธิสัญญาอียู
สเปน - สำนักงานสถิติแห่งชาติสเปนรายงานว่า เศรษฐกิจสเปนขยายตัว 0.2% ในไตรมาส 4 ปี 2556 ซึ่งต่ำกว่าที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 0.3% โดยรายจ่ายภาครัฐปรับตัวลดลง 3.9% ในไตรมาสเดียวกันเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% และการส่งออกขยายตัว 0.8% ทั้งนี้ นายมาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปน คาดว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีนี้จะช่วยแก้ปัญหาขาดดุลงบประมาณของสเปนได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลให้สเปนมีหนี้สาธารณะสูงถึง 94.02% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ที่ระดับ 25%
ยูเครน - รัฐบาลยูเครนภายใต้การนำของนายอาร์เซนีย์ ยัตเซนยุค นายกรัฐมนตรีของยูเครน ซึ่งเข้าทำงานเป็นวันแรกนั้น ได้เชิญให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เดินทางมายังยูเครน เพื่อการเจรจาเกี่ยวกับการขอรับเงินช่วยเหลือวงเงิน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เอเซีย: จีน - ค่าเงินหยวนอ่อนลงในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาสู่ระดับ 6.1806 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน และอ่อนค่าลง 0.8% แล้วในสัปดาห์นี้ โดยมีแนวโน้มทำสถิติปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยหยวนเปิดตลาดวันนี้ที่ 6.1275 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จากระดับปิดเมื่อวันพฤหัสที่ 6.1284 ขณะที่ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางของหยวนในวันศุกร์ที่ 6.1214
ญี่ปุ่น - กระทรวงการค้าของญี่ปุ่นรายงานว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนมกราคมขยายตัว 4% จากเดือนก่อนหน้า สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 2.8 % ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับจากปี 2554 จากการที่ความต้องการสินค้าในประเทศสูงขึ้นก่อนการขึ้นภาษีการขายในเดือนเมษายน ขณะที่สำนักงานสถิติของญี่ปุ่นรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสดเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน
สิงคโปร์ - ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อทั้งหมดของภาคธนาคารในสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนมกราคมจากเดือนก่อนหน้า MAS ระบุว่าการปล่อยสินเชื่อและเงินสดล่วงหน้าของธนาคารในสิงคโปร์มีมูลค่ารวม 5.822 แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (460.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในเดือนมกราคม โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนการให้สินเชื่อของธนาคารในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 16.5%
ไทย - สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนม.ค.57 ลดลง 6.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 169.50 จากม.ค.56 ที่อยู่ที่ 180.63 ซึ่งเป็นดัชนีที่ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 นับตั้งแต่เม.ย. 56 ด้านอัตราการใช้กำลังการผลิต อยู่ที่ 61.79% จากการลดลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ เบียร์ อาหารทะเลกระป๋องและแช่แข็ง เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เครื่องประดับและเพชรพลอย โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลด้านบวกต่อดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมรวม เช่น HDD เครื่องปรับอากาศ น้ำตาล ปูนซิเมนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือนมกราคมโดยรวมหดตัวจากเดือนก่อนตามภาวะการส่งออกที่หดตัว 1.5% ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากการเมืองในประเทศ โดยพบว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศในเดือนมกราคมขยายตัวเพียง 0.1% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ผ่านสุวรรณภูมิและดอนเมืองหดตัวถึง 6% ขณะที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคยังคงขยายตัว เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางส่วนได้เปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการชุมนุม เป็นผลให้อัตราเข้าพักโรงแรมลดลงมาอยู่ที่ 60.8% จาก 69.6% เดือนก่อน ด้านการลงทุนหดตัว 8.6% ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่หดตัว 8.2% เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนยังชะลอการลงทุนเพื่อรอประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ที่ระดับ 45.4 สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจใน 3 เดือนข้างหน้าที่อยู่ในระดับ 52 จากเดือนก่อนหน้าที่ 52.7 ขณะเดียวกัน การอุปโภคและบริโภคภาคเอกชนยังหดตัว 1.5% หลังภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังระมัดระวังการใช้จ่าย ทั้งนี้ สินเชื่อรวมขยายตัวรวม 9.2% ซึ่งเป็นการปรับลดลงต่ำกว่าตัวเลข 2 หลักในรอบ 3 ปี โดยสินเชื่อภาคครัวเรือนขยายตัว 9.9% สินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัว 8.4% ประกอบกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังคงอ่อนแอ โดยหดตัวที่ 6.4% ส่วนใหญ่เป็นผลจากการผลิตที่ลดลงของภาคยานยนต์ที่เร่งตัวในช่วงปีก่อนหน้า
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (28 ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนเนื่องจากความต้องการถือเยนที่มากขึ้นจากความกังวลเรื่องภาวะการเมืองในยูเครน - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (28 ก.พ.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัสเนื่องจากปัญหาความตึงเครียดในยูเครนส่งผลให้ความต้องการถือเยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมีมากขึ้น ขณะที่วันนี้ทางการญี่ปุ่นรายงานว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนมกราคมขยายตัว 4% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับจากปี 2554 จากการที่ความต้องการสินค้าในประเทศสูงขึ้นก่อนการขึ้นภาษีการขายในเดือนเมษายน ขณะที่สำนักงานสถิติของญี่ปุ่นรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสดเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ถือเป็นการปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (28 ก.พ.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรได้แข็งขึ้นในช่วงบ่าย โดยวันนี้สำนักงานสถิติของเยอรมนีเปิดเผยว่ายอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนมกราคมเมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2550 และเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบรายปี
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (28 ก.พ.) ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นมาปิดตลาดที่สถิติระดับปิดสูงสุดใหม่อีกครั้งในวันศุกร์ แต่ดัชนีร่วงลงจากจุดสูงสุดของวัน ในขณะที่ความกังวลเรื่องสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครนทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรก่อนช่วงสุดสัปดาห์ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.30%, ดัชนี S&P 500 ปิดปรับขึ้น 0.28 % และดัชนี Nasdaq ปิดร่วงลง 0.25 % - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (28 ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียเคลื่อนไหวทั้งบวกและลบในวันนี้ โดยนักลงทุนให้ความสำคัญต่อปัจจัยจากการที่ค่าเงินหยวนอ่อนลงมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ และจับตาการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตของทางการจีนเดือนกุมภาพันธ์ที่จะประกาศในวันเสาร์ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดลงมาอยู่ในจุดที่ต่ำสุดในรอบ 17 เดือน ขณะเดียวกันจากการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯก็ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจชะลอการลดมาตรการ QE ทั้งนี้วันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดสูงขึ้น 0.44% นำโดยหุ้นในกลุ่มโบรกเกอร์ รวมทั้งหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สำหรับดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.55% ท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวน รวมทั้งยังได้ผลลบจากการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากปัญหาความตึงเครียดในยูเครนซึ่งส่งผลให้ความต้องการถือเงินเยนเพื่อลดความเสี่ยงมีมากขึ้น ซึ่งภาวะดังกล่าวส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่น - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (28 ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงเล็กน้อยในช่วงเปิดตลาดก่อนที่จะปรับตัวสูงขึ้นหลังจากนั้นซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่นักวิเคราะห์บางส่วนฟังการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐนแล้วตีความว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจชะลอการลด QE โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 7.28 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 3 มี.ค. 2557
|
Comments