| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 04 March 2014 09:27 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.2 จากระดับ 51.3 ในเดือนมกราคม สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.5 การฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สภาพอากาศที่เลวร้ายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ISM ระบุว่าดัชนีในส่วนของผลผลิตลดลงผิดคาด โดยหดตัวลงสู่ระดับ 48.2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับแต่เดือนพฤศภาคม 2552 จากที่อยู่ระดับ 54.8 ในเดือนมกราคม อย่างไรก็ดี ส่วนดัชนีย่อยอื่นๆในการสำรวจของ ISM นั้น ต่างก็ปรับตัวน่าพอใจเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.5 จากระดับ 51.2 ในเดือนมกราคม ขณะที่ดัชนีสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.5 จากระดับ 44.0 ในเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนีจ้างงานทรงตัวที่ 52.3 แต่ดัชนีการส่งออกอยู่ที่ระดับ 53.5 จากระดับ 54.5 ในเดือนมกราคม - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐที่จัดทำโดย Markit ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 57.1 จากระดับ 53.7 ในเดือนมมกราคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 หรือในรอบ 45 เดือน และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.7 - การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.1% (m-o-m) สู่ระดับ 9.431 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งชะลอลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการปรับตัวขึ้น 1.5% ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างที่อยู่อาศัยปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% ขณะที่การใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยลดลง 0.2% อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ส่วนการก่อสร้างของรัฐบาลมีการใช้จ่ายลดลง 0.8% ในเดือนมกราคม - การบริโภคส่วนบุคคลในเดือนมกราคมปรับตัวขึ้น 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธันวาคมปี 2556 (ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีการปรับทบทวนลงจากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 0.4%) และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะขยายตัว 0.1% ส่วนรายได้เพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นว่าภาคครัวเรือน ที่เป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐ จะช่วยหนุนการขยายตัวอย่างยั่งยืนในช่วงต้นปี 2557
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนกุมภาพันธ์ลดลงสู่ระดับ 53.2 จาก 54.0 ในเดือนมกราคม แต่สูงกว่าการประเมินเบื้องต้นที่ 53.0 ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตมีการขยายตัว แต่เป็นไปในอัตราที่ช้าลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตยังคงมีการฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคการผลิตในประเทศสมาชิกรายใหญ่ๆ ขณะที่ภาคการผลิตฝรั่งเศสยังคงหดตัว แต่เป็นอัตราที่ช้าลง
เยอรมนี - ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเยอรมนีในเดือนกุมภาพันธ์ลดลงแตะ 54.8 จาก 56.5 ในเดือนมกราคม สะท้อนผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ยังคงเพิ่มขึ้น แม้ว่าเป็นอัตราที่ชะลอลง ขณะที่การจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน แต่เป็นอัตราที่ช้าลงเช่นกัน - นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวในขณะการเยือนประเทศอังกฤษ โดยร้องขอให้อังกฤษอยู่ในสหภาพยุโรป (อียู) ต่อไป แม้ว่าเยอรมนียังไม่พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะเกิดการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานของอียู เนื่องจากก่อนหน้านี้อังกฤษได้เสนอการจำกัดเสรีภาพในการย้ายถิ่นภายในอียู
เอเซีย: จีน - ผลสำรวจพบว่าภาคบริการของจีนขยายตัวมากขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจจีน หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆก่อนหน้านี้ที่อ่อนแอ ทั้งนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเพิ่มสู่ระดับ 55.0 ในเดือนกุมภาพันธ์ จากระดับ 53.4 ในเดือนมกราคม โดยดัชนี PMI ที่ระดับ 50 แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว - ผลสำรวจพบว่า ภาคการผลิตของจีนชะลอตัวลงมากสุดในรอบ 8 เดือนในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งย้ำสัญญาณภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ขณะที่อุปสงค์ลดลง ทั้งนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนลดลงสู่ระดับ 50.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ จากระดับ 50.5 ในเดือนมกราคม ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 50.1 อยู่เล็กน้อย โดยดัชนี PMI ที่ระดับ 50 แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว สำหรับดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากการจัดทำของ HSBC Holdings Plc และ Markit Economics เดือนกุมภาพันธ์ลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 7 เดือน โดยลดลงมาอยู่ที่ 48.5
อินเดีย - ผลสำรวจพบว่าภาคการผลิตของอินเดียเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของอินเดียได้ผ่านจุดที่เลวร้ายที่สุดไปแล้ว หลังจากที่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ผลสำรวจดังกล่าวอาจจะช่วยคลายความวิตกไปบ้าง หลังจากที่ข้อมูลเมื่อวันศุกร์พบว่าเศรษฐกิจอินเดียขยายตัวต่ำกว่าคาด โดยโตเพียง 4.7% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาสเดือนต.ค.-ธ.ค. เนื่องจากการหดตัวลงของภาคการผลิตและการทำเหมือง ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเอชเอสบีซีซึ่งประเมินกิจกรรมทางธุรกิจของโรงงานของอินเดีย แต่ไม่รวมบริษัทสาธารณูปโภคเพิ่มสู่ระดับ 52.5 ในเดือนกุมภาพันธ์ จากระดับ 51.4 ในเดือนมกราคม
ไทย - กระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ(CPI) เดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 1.96% (y-o-y) มาอยู่ที่ 106.71 และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนเพิ่มขึ้น 0.23% (m-o-m) ส่งผลให้ CPI เฉลี่ย 2 เดือนแรก(ม.ค.-ก.พ.)ปี 57 เพิ่มขึ้น 1.95% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) เพิ่มขึ้น 1.22% (y-o-y) จากเดือนกุมภาพันธ์ 56 อยู่ที่ 104.14 และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น 0.27% (m-o-m) ส่งผลให้ Core CPI เฉลี่ย 2 เดือนแรกปี 57 เพิ่มขึ้น 1.13% ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์ CPI ขยายตัวในกรอบ 2.0-2.8% ภายใต้สมมุติฐานจีดีพีปีนี้ขยายตัว 3.0-5.0%, ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 95-115 ดอลลาร์/บาร์เรล, อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 29-34 บาท/ดอลลาร์ และรัฐบาลยังคงมาตรการลดค่าครองชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชน
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (3 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทรวมทั้งหลายสกุลเงินในเอเซียในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนกังวลเรื่องความเสี่ยงจากปัญหาระหว่างรัสเซียกับยูเครนซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลต่อราคาน้ำมันรวมทั้งความสามารถในการชำระหนี้ของยูเครน โดยนักลงทุนหันมาถือครองสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำในรูปดอลลาร์สหรัฐฯและเยนมากขึ้น - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (3 มี.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อนเนื่องจากปัญหาความตึงเครียดในยูเครน ขณะที่รัสเซียได้บุกยึดแคว้นไครเมียของยูเครนแล้ว และประกาศว่ารัสเซียมีสิทธิที่จะบุกยูเครน ซึ่งภาวะความไม่แน่นอนดังกล่าวส่งผลให้ความต้องการถือเยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมีมากขึ้น - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (3 มี.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ จากการที่นักลงทุนเลือกถือเยนและดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งเป็นสกุลเงินความเสี่ยงต่ำมากขึ้นในภาวะที่ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนมีมากขึ้นซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อยุโรปมากเนื่องจากอาจจะกระทบต่อท่อส่งก๊าซจากรัสเซียมายังยุโรปที่ต้องผ่านยูเครน อีกทั้งอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลยูเครนที่จะครบกำหนดในปีนี้เนื่องจากรัสเซียจะหยุดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูเครน
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (3 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันจันทร์ตามสินทรัพย์อื่นๆทั่วโลก ขณะที่ความตึงเครียดในยูเครนและรัสเซียขยายตัว หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ปูตินของรัสเซียประกาศว่าเขามีสิทธิที่จะบุกยูเครน ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 0.94%, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.74% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.72% - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (3 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้จากการที่รัสเซียบุกยึดแคว้นไครเมียของยูเครน โดยภาวะความตึงเครียดในยูเครนส่งผลกระทบต่อทั้งในด้านราคาพลังงานและความเสี่ยงทางการเงินของยูเครนซึ่งมีภาระต้องชำระหนี้สาธารณะจำนวนมากในปีนี้และปีหน้าในภาวะที่รัสเซียยุติการให้ความช่วงเหลือทางการเงิน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 1.27% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.47% สำหรับทางด้านตลาดหุ้นจีนวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.92% โดยหุ้นซิโนเปค และหุ้นปิโตรไชน่ามีราคาสูงขึ้นจากความหวังที่ว่า การประชุมสภาประชาชนจีนประจำปีจะนำมาซึ่งความคืบหน้ามากขึ้นในเรื่องการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (3 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเช้าวันนี้ซึ่งสวนทางตลาดหุ้นเอเซียโดยรวม โดยปัจจัยจากการที่ความตึงเครียดทางการเมืองในประเทศผ่อนคลายลงส่งผลบวกต่อความมั่นใจของนักลงทุน สำหรับในช่วงบ่ายดัชนีทรงตัวอยู่ในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 13.88 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 4 มี.ค. 2557
|






![]() | Today | 884 |
![]() | All days | 884 |
Comments