| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Tuesday, 11 March 2014 09:17 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - นายชาร์ลส์ พลอสเซอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวในกรุงปารีสว่า การปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE ของเฟด อาจเป็นไปในอัตราที่เชื่องช้าเกินไป โดยระบุว่า การลดสัดส่วนในการซื้อสินทรัพย์ลงอย่างระมัดระวังเป็นการดำเนินการในแนวทางที่ถูกต้อง แต่อัตราการปรับลดดังกล่าวอาจจะทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตอย่างเชื่องช้า พร้อมระบุว่า Fed อาจจะต้องเร่งอัตราการปรับลด QE เมื่อพิจารณาถึงเศรษฐกิจสหรัฐที่กระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน และการคาดการณ์ที่ปรับตัวดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ - ดัชนีแนวโน้มการจ้างงานที่จัดทำโดย Conference Board ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 116.39 จากระดับ 115.99 ในเดือนมกราคม (ตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนจากเดิมที่รายงานไว้ 116.61) ซึ่งส่งสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นของตลาดแรงงานสหรัฐ และเมื่อเทียบรายปีเพิ่มขึ้น 4.4% (y-o-y)
ยุโรป: สหภาพยุโรป - รัฐบาลประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และสมาชิกรัฐสภาอียูจะพยายามหาทางประนีประนอมกันให้ได้ในสัปดาห์นี้ในเรื่องวิธีการปิดกิจการธนาคารที่ล้มละลาย โดยจะมีการหารือเป็นเวลายาวนานในสัปดาห์นี้เพื่อตกลงกันให้ได้ว่าใครจะเป็นคนตัดสินใจเรื่องการปิดกิจการธนาคาร และใครจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทำงานนี้ โดยการเจรจาต่อรองเรื่องนี้มีกำหนดจะใช้เวลา 3 วัน และการบรรลุข้อตกลงในเรื่องนี้จะถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการจัดตั้งสหภาพธนาคารยุโรป โดยการจัดตั้งสหภาพนี้หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดในยูโรโซนจะเข้ามาอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลเพียงแห่งเดียว, จะมีการใช้กฎเกณฑ์ชุดเดียวกันในการปิดกิจการหรือปรับโครงสร้างธนาคารที่ประสบปัญหา และจะมีการใช้กองทุนแห่งเดียวกันในการจ่ายเงินเพื่อปิดกิจการธนาคาร
อิตาลี - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของอิตาลีในเดือนมกราคมกลับมาขยายตัวอีกครั้งในอัตรา 1.4% (m-o-m) จากที่หดตัวลง 0.7% ในเดือนธันวาคมและขยายตัว 1.5% ในเดือนพฤศจิกายน
ยูเครน - บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า ความต้องการและราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ในเอเชียและอเมริกาใต้อาจปรับตัวขึ้นจากวิกฤตยูเครน ภายหลังรัสเซียเพิ่มระดับปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ซึ่งอาจทำให้การส่งก๊าซไปยังยุโรปหยุดชะงัก ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จากธนาคารโซซิเอเต เจเนราล ในฝรั่งเศสระบุว่า แม้วิกฤตยูเครนไม่กระทบการส่งออก แต่ราคาก๊าซแอลเอ็นจีอาจพุ่งสูงขึ้นมาก หากการส่งก๊าซผ่านยูเครนมีอันต้องหยุดชะงักซึ่ง รัสเซียจัดส่งก๊าซธรรมชาติ 1 ใน 4 ของที่ผลิตในประเทศให้แก่ยุโรป โดยส่วนใหญ่ส่งผ่านทางยูเครน
รัสเซีย - ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯได้เจรจากับผู้นำอังกฤษ ฝรั่งเศส และอิตาลี รวมทั้งประชุมทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีลิทัวเนีย ลัทเวีย และเอสโทเนีย เพื่อหารือเกี่ยวกับหนทางที่จะคลี่คลายสถานการณ์การเมืองในยูเครน ภายหลังจากที่กลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่ให้การสนับสนุนรัสเซียยังคงอยู่ในพื้นที่เขตปกครองไครเมีย
เอเซีย: จีน - ยอดส่งออกของจีนดิ่งลงอย่างพลิกความคาดหมายในเดือนกุมภาพันธ์และส่งผลให้ดุลการค้าของจีนเปลี่ยนจากการมียอดเกินดุลมาเป็นยอดขาดดุล และทำให้นักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจจีนอาจชะลอตัวลง ถึงแม้การลดลงในครั้งนี้อาจมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากช่วงวันหยุดตรุษจีน การดิ่งลงอย่างรุนแรงของยอดส่งออกของจีนเกิดขึ้นหลังจากผลสำรวจภาคโรงงานในช่วงต้นปี 2014 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนอยู่ในภาวะอ่อนแอ เนื่องจากอุปสงค์ลดลงทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยสำนักงานศุลกากรกลางของจีนระบุว่า ยอดส่งออกลดลง 18.1 % ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน หลังจากเพิ่มขึ้น 10.6 % ในเดือนมกราคม ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 10.1 % ในเดือนกุมภาพันธ์ และส่งผลให้จีนมียอดขาดดุลการค้า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่มียอดเกินดุลการค้า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนมกราค
ญี่ปุ่น - ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่ามียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคม ทั้งนี้ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.589 ล้านล้านเยน ซึ่งมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 1.4 ล้านล้านเยน ทั้งนี้การส่งออกของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 16.7% ในเดือนมกราคมจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 30.3%
ฟิลิปปินส์ - ธนาคารกลางฟิลิปปินส์เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สุทธิในเดือนธันวาคม โดยในเดือนธันวาคมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมีมูลค่า 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 18.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ปริมาณ FDI สุทธิทั้งหมดในปี 2013 มีมูลค่า 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าที่ธนาคารกลางคาดไว้ที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2012
ไทย - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) รายงานสถิติการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 2 เดือนแรกของปี 57(ม.ค.-ก.พ.) ว่า มีจำนวนโครงการยื่นขอรับส่งเสริม 188 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 63,100 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการลดลง 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนลดลง 58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการยื่นขอรับส่งเสริมรายอุตสาหกรรม จะพบว่ามีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีการขยายการลงทุนในระดับหมื่นล้านบาท อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กระดาษและพลาสติก มีมูลค่าเงินลงทุนของโครงการทั้งหมดที่ยื่นขอรับส่งเสริม 22,500 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องจักร มีมูลค่าเงินลงทุน 17,400 ล้านบาท และกลุ่มอุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค มีมูลค่าเงินลงทุน 13,500 ล้านบาท ทั้งนี้ ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติกลุ่มหลักยังคงเป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่นที่ยื่นขอรับส่งเสริมจำนวน 61 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 17,379 ล้านบาท
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (10 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทและหลายสกุลเงินในเอเซียในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ข้อมูลเศรษฐกิจของจีนและญี่ปุ่นออกมาไม่ดีส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงลง และถือดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์สหรัฐฯรายงานตัวเลขยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (10 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ทางการญี่ปุ่นรายงานว่าญี่ปุ่นขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคม ขณะที่ทางด้านดอลลาร์สหรัฐฯได้ปัจจัยหนุนจากการที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์ออกมาดีกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้มีการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดมาตรการ QE อย่างต่อเนื่อง - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (10 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขการจ้างงานฯของสหรัฐฯที่ส่งผลให้มีการคาดการณ์เกี่ยวกับการลดมาตรการ QE ขณะเดียวกันความกังวลที่เพิ่มขึ้นหลังตัวเลขเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่นออกมาไม่ดีก็ส่งผลให้ความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐฯเพิ่มขึ้นในวันนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (10 มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันจันทร์ ถูกถ่วงลงจากการร่วงลงของหุ้นโบอิ้งและข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของจีน โดยในเดือนกุมภาพันธ์ยอดส่งออกของจีนร่วงลงถึง 18.1%.จากปีก่อน ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 10.1% ส่งผลให้จีนมียอดขาดดุลการค้า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 34.04 จุดหรือ 0.21% สู่ระดับ 16,418.68, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.87 จุดหรือ 0.05% สู่ 1,877.17 และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 1.78 จุดหรือ 0.04% สู่ระดับ 4,334.45 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (10 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้จากการที่ข้อมุลเศรษฐกิจของจีนและญี่ปุ่นที่ออกมาล่าสุดสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน โดยทางการจีนแถลงว่ายอดส่งออกของจีนลดลงอย่างพลิกความคาดหมายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยลดลงถึง 18.1% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ขาดดุลการค้าสูงถึง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ทางการญี่ปุ่นได้รายงานว่ามียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคม ทั้งนี้ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.589 ล้านล้านเยน ซึ่งมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 1.4 ล้านล้านเยน โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 1.01% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไอ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 2.86% และ 1.75% ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (10 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ตัวเลขเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่นออกมาไม่ดีส่งผลให้ความมั่นใจในของนักลงทุนโดยรวมลดลง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 6.03 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 11 มี.ค. 2557
|
Comments