Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Tuesday, 18 March 2014 08:56

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขานิวยอร์กรายงานว่า ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.61 จากระดับ 4.48 ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 7.0 ทุ้งนี้ การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนถึงกิจกรรมภาคการผลิตในนิวยอร์กที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าอุปสงค์ใหม่ๆยังคงซบเซา ส่วนดัชนีย่อยอื่นๆ โดยทั่วไปเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.13 จากระดับ -0.21 ในเดือนก่อน ขณะที่ดัชนีการส่งออกปรับขึ้นสู่ระดับ 3.97 จาก 2.13 ในเดือนก่อน แต่ดัชนีการจ้างงานลดลงมาอยู่ที่ 5.88 จากระดับ 11.25 ในเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับดัชนีแนวโน้มทางธุรกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าลดลงสู่ระดับ 33.21 ในเดือนนี้ จาก 38.99 ในเดือนที่แล้ว ขณะที่ดัชนีแนวโน้มการจ้างงานลดลงที่ 17.65 จากระดับ 25.00 ในเดือนกุมภาพันธ์

          - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวขึ้น 0.6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% และบ่งชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจากเผชิญสภาพอากาศที่หนาวเย็นรุนแรง ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 0.3% สู่ระดับ 78.8% ทั้งนี้ ผลผลิตภาคการผลิต ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของการผลิตในภาคอุตสาหกรรมนั้น ขยายตัว 0.8% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 6 เดือน และหลังจากที่ลดลงอย่างหนัก 0.9% ในเดือนมกราคม โดยภาคผลิตรถยนต์นำขบวนการฟื้นตัวของภาคการผลิต โดยการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ปรับตัวขึ้น 4.8% ส่วนการผลิตในภาคเหมืองแร่ปรับขึ้น 0.3% แต่ภาคสาธารณูปโภคลดลง 0.2%

          - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 47 จากระดับ 46 ในเดือนกุมภาพันธ์ แม้ดัชนีฯ จะปรับเพิ่มขึ้น แต่ระดับที่ต่ำกว่า 50 ก็ยังเป็นการบ่งชี้ว่ากลุ่มผู้สร้างบ้านมีมุมมองเชิงลบต่อตลาด มากกว่าในเชิงบวก ทั้งนี้ นอกเหนือจากสภาพอากาศที่เลวร้ายแล้ว กลุ่มผู้สร้างบ้านยังเผชิญปัญหาในการหาแรงงานและที่ดิน โดยข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐไม่ได้ฟื้นตัวขึ้นแข็งแกร่งเช่นเดียวกับภาคธุรกิจอื่นๆ หลังจากที่เผชิญกับอากาศที่หนาวเย็นรุนแรง ตลอดจนราคาวัสดุที่สูงขึ้นและจำนวนบ้านใหม่ที่ลดต่ำลงอย่างมาก

 

ยุโรป: เยอรมนี

          - สำนักข่าวสปีเกลของเยอรมนี รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวรัฐบาลเยอรมนีว่า กลุ่ม G-7 กำลังเตรียมจัดประชุมโดยไม่มีรัสเซีย ซึ่งสะท้อนว่า รัสเซียเสี่ยงที่จะสูญเสียสถานะการเป็นสมาชิกในกลุ่ม G-8 จากวิกฤตการณ์ยูเครน

 

อังกฤษ

          - นายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวว่า ไม่มีประเทศใดมองว่าการลงประชามติของไครเมียเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และอังกฤษจะไม่ยอมรับการลงประชามติดังกล่าว ทั้งนี้ แถลงการณ์ร่วมระหว่างนายเฮอร์แมน ฟาน รอมพาย ประธานสภายุโรป และนายโฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า การลงประชามติของไครเมียเป็นการกระทำที่ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" ดังนั้น ผลจากการลงประชามติ จึงไม่เป็นที่ยอมรับ" นอกจากนี้ นายโลรองต์ ฟาเบียส รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส ประกาศในแถลงการณ์ว่า การลงประชามติของไครเมีย เพื่อแยกตัวออกมาจากยูเครนเป็นการกระทำที่ นอกกฎหมาย" และ ขัดต่อรัฐธรรมนูญของยูเครน"

 

สเปน

          - นายลูอิส มาเรีย ลินเด ผู้ว่าการธนาคารกลางสเปนคาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจสเปนจะอยู่ที่ประมาณ 1% ในปีนี้ สอดคล้องกับสมาพันธ์องค์กรธุรกิจ และสมาคมธนาคารออมทรัพย์ของสเปนที่ระบุว่า เศรษฐกิจจะขยายตัว 1.2% ในปี 2557 อย่างไรก็ดี นายลินเดเตือนว่า แม้ว่าสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจได้ปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้าในบางภาคส่วน แต่ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสเปนยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งนี้ ผู้ว่าการธนาคารกลางสเปนแนะว่าสเปนควรเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขัน และกล่าวเสริมว่าการปฏิรูปด้านแรงงานและเรื่องบำเหน็จบำนาญบางส่วนควรได้รับการปรับเปลี่ยน

 

ยูเครน

          - คณะกรรมการการเลือกตั้งของเขตปกครองไครเมีย เปิดเผยว่า ผลการนับคะแนนล่าสุดในขณะนี้บ่งชี้ว่า 96.6% ของชาวไครเมียที่ใช้สิทธิ์ในครั้งนี้ ต้องการที่จะแยกตัวเองออกจากยูเครน และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย ขณะเดียวกันยังระบุว่า มีผู้ลงคะแนนเสียงเพียง 2.55% เลือกจะอยู่กับยูเครนในรูปแบบการปกครองตนเองที่ใหญ่ขึ้น โดยไครเมียมีประชากรราว 2 ล้านคน ทั้งนี้ คาบสมุทรไครเมียเคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จนกระทั่งมีการมอบให้แก่ยูเครนในปี 2497 ทั้งนี้ สภาสูงสุดไครเมียได้ผ่านญัตติคำประกาศอิสรภาพเมื่อวันที่ 11 มีนาคมเพื่อปูทางให้มีการจัดการลงประชามติเมื่อวันที่ 16 มี.ค.57

 

เอเซีย: จีน

          - ค่าเงินหยวนเปิดตลาดอ่อนลงในวันจันทร์ที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันซื้อขายวันแรกหลังจากที่ธนาคารกลางจีนขยายกรอบซื้อขายหยวน (แบนด์) เป็น 2 เท่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้หยวนสามารถปรับตัวขึ้นหรือลงได้ราว 2% จากค่ากลางในแต่ละวัน จากเดิมที่ 1% ทั้งนี้หยวนในตลาดสปอตเปิดตลาดที่ 6.1573 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯในวันจันทร์ อ่อนค่าลง 0.12% จากระดับปิดวันศุกร์ และลดลง 0.41% จากค่ากลาง โดยธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางที่ 6.1321 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯเพิ่มขึ้น 0.04% จากค่ากลางเมื่อวันศุกร์

 

ญี่ปุ่น

          - นายโยชิฮิเดะ ซูกะ หัวหน้าเลขาธิการครม.ญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะไม่รับรองการลงประชามติในเขตปกครองตนเองไครเมียเพื่อแยกตัวออกจากยูเครน และเรียกร้องรัสเซียไม่ให้ผนวกดินแดนของไครเมีย เขายังกล่าวว่าญี่ปุ่นจะร่วมมือกับกลุ่มประเทศจี-7 ในการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย บรรดาผู้นำของไครเมียที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ประกาศว่าชาวไครเมียลงคะแนนเสียงสนับสนุนจำนวน 96% ในการแยกตัวออกจากยูเครนและเข้าไปรวมกับรัสเซียในการลงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งชาติตะวันตกระบุว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย และจะนำไปสู่การดำเนินมาตรการคว่ำบาตรในทันที

 

อื่นๆ

          - สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ปรับเพิ่มคาดการณ์ความต้องการน้ำมันดิบทั่วโลกในปี 2557 เป็น 92.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ราว 95,000 บาร์เรล เนื่องจากเศรษฐกิจมหภาคมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยรายงานดังกล่าวสอดคล้องกับที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) คาดว่า ความต้องน้ำมันในตลาดโลกในปี 2557 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากโอเปคมีมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ โอเปคคาดว่า อุปสงค์น้ำมันดิบทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 1.14 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2557 ซึ่งหมายความว่า ปริมาณการใช้ทั่วโลกจะอยู่ที่ 91.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 50,000 บาร์เรลต่อวันจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (17 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทและหลายสกุลเงินในเอเซียในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับเงินหยวนวันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นในช่วงเช้าหลังจากธนาคารกลางจีนขยายกรอบซื้อขายหยวน (แบนด์) เป็น 2 เท่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้หยวนสามารถปรับตัวขึ้นหรือลงได้ราว 2% จากค่ากลางในแต่ละวัน จากเดิมที่ 1%                

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (17 มี.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ค่าเงินเยนได้แข็งขึ้นมาต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วันในสัปดาห์ก่อนจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และปัญหายูเครนกับรัสเซียซึ่งส่งผลให้ความต้องการเยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำเพิ่มขึ้น

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (17 มี.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากแข็งขึ้นมามากในวันศุกร์ ทั้งนี้ในส่วนของยูโรช่วงนี้ปัจจัยโดยรวมไม่เปลี่ยนแปลงมาก โดยประเด็นสำคัญขณะนี้ที่กระทบค่าเงินสกุลต่างๆมากประกอบด้วยเรื่องของเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับประเทศตะวันตกอื่นๆในเรื่องยูเครน รวมทั้งความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนซึ่งประเด็นเหล่านี้ล้วนส่งผลบวกต่อสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นเยนและดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยูโรแข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (17 มี.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยดัชนี S&P 500 ดีดตัวขึ้นหลังจากการร่วงลงรายสัปดาห์มากที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังปรับตัวดีขึ้นหลังจากชะลอตัวในช่วงฤดูหนาว ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดพุ่ง1.13%, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.96% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.81%

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (17 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียหลายตลาดลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากความวิตกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับยูเครนและรัสเซียหลังชาติตะวันตกไม่รับรองการลงประชามติในเขตปกครองตนเองไครเมียเพื่อแยกตัวออกจากยูเครน และเรียกร้องรัสเซียไม่ให้ผนวกดินแดนของไครเมีย ขณะที่รัสเซียได้จัดวางกำลังทหารจำนวนมากไว้ที่พรมแดนระหว่างยูเครนกับรัสเซีย โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิ ลดลง 0.35% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.96% นำโดยหุ้นในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผุ้ผลิตปูนซีเมนต์จากการที่รัฐบาลจีนเริ่มดำเนินการแผนพัฒนาเมืองต่างๆ ขณะเดียวกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาธนาคารกลางจีนได้ประกาศขยายกรอบซื้อขายหยวน (แบนด์) เป็น 2 เท่า โดยกำหนดให้หยวนสามารถปรับตัวขึ้นหรือลงได้ราว 2% จากค่ากลางในแต่ละวัน จากเดิมที่ 1% สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.30%           

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (17 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับตลาดเอเซียโดยรวมจากความกังวลของนักลงทุนหลังการลงประชามติในเขตปกครองตนเองไครเมียเพื่อแยกตัวออกจากยูเครน โดยในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 4.92จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 18 มี.ค. 2557

 

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment