| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 19 March 2014 09:45 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ยอดการเริ่มสร้างบ้านในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 907,000 ยูนิต จากระดับ 909,000 ในเดือนมกราคม (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนขึ้นจากระดับ 880,000 ยูนิตในรายงานเบื้องต้น) เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติได้ส่งผลให้การเริ่มโครงการก่อสร้างใหม่หยุดชะงัก ขณะเดียวกัน กระทรวงฯเผยว่า การอนุญาตก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 7.7% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 1.02 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม และสูงสุดเป็นอันดับที่สองนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยสิ้นสุดลงในช่วงกลางปี 2552 โดยหลักๆ มาจากโครงการก่อสร้างอาคารที่พักแบบรวมหรืออาคารชุด เช่น คอนโด และอพาร์ทเมนท์ ที่พุ่งสูงขึ้นมาก - ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับเดือนมกราคมที่ 0.1% (m-o-m) ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ เนื่องจากราคาอาหารและต้นทุนที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้น แต่ราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากถูกหักลบด้วยราคาพลังงานที่ปรับตัวลง โดยราคาอาหารเพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 ขณะที่ราคาพลังงานร่วงลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงได้บดบังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 0.1% จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ดัชนี CPI ปรับเพิ่มขึ้น 1.1% (y-o-y) และดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 1.6% ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับเดือนก่อนหน้า
ยุโรป: สหภาพยุโรป - สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.7% ซึ่งต่ำกว่าสถิติในเดือนมกราคมซึ่งอยู่ที่ 0.8% และยังต่ำกว่าระดับที่ได้มีการประเมินไว้ที่ 0.8% - นอกจากนี้ เงินเฟ้อระดับดังกล่าวยังอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายของธนาคารกลางยุโรปที่ได้กำหนดนโยบายไว้ว่า จะคงเงินเฟ้อให้อยู่ต่ำกว่าระดับ 2% โดยเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์นี้ ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางยุโรปผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยลงอีก
อังกฤษ - นายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ได้เริ่มหารือถึงมาตรการระยะยาวเกี่ยวกับวิกฤตยูเครน และรวมถึง “การที่อียูจำเป็นต้องลดการพึ่งพาด้านพลังงานจากรัสเซีย" นายเฮก กล่าวเสริมว่า การเห็นพ้องเรื่องการคว่ำบาตรของอียู เป็นแถลงการณ์สำคัญที่แสดงถึง “ความเป็นเอกภาพและการตัดสินใจแน่วแน่" ของอียูกรณียูเครน ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการของ
สหรัฐฯ - บริษัทไรมูฟ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ รายงานว่า ราคาบ้านในอังกฤษเพิ่มขึ้น 1.6% (y-o-y) แตะที่ 255,962 ปอนด์ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ความเชื่อมั่น ว่าอิตาลีจะยังคงยึดมั่นในสนธิสัญญาอียู
ยูเครน - ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ประกาศรับรองไครเมียในฐานะรัฐอิสระ หลังการประกาศการแยกตัวออกจากยูเครน คำประกาศของปธน.รัสเซียระบุว่า ประชาชนชาวไครเมียได้แสดงเจตจำนงของตนเอง ในการลงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ชาวไครเมียต้องการแยกตัวออกจากยูเครน โดยแถลงการณ์ระบุว่า “สาธารณรัฐไครเมียได้รับการรองอำนาจอธิปไตยและเป็นรัฐอิสระ โดยเมืองเซวาสโตโปลจะมีสถานะเป็นเขตบริหารพิเศษของรัสเซีย"
เอเซีย: จีน - ราคาบ้านใหม่ในจีนเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงจากผลของการที่ทางการจีนเข้มงวดในเรื่องการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินเพื่อควบคุมการกู้ยืมที่มากเกินไปของภาคเอกชนและแต่ละเมืองสำคัญของจีนดำเนินมาตรการควบคุมการเพิ่มขึ้นของราคาอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น โดยสำนักงานสถิติของจีนรายงานว่าราคาบ้านใน Beijing และ Shenzhen เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนกุมภาพันธ์เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ที่ต่ำที่สุดนับจากเดือนตุลาคม 2555 ในขณะที่ราคาบ้านในเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำที่สุดนับจากเดือนพฤศจิกายน 2555 ส่วนในเมือง Guangzhou ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 0.5% ทั้งนี้จากการสำรวจเมืองสำคัญ 70 เมืองโดยรัฐบาลจีน จำนวนเมืองที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์มีทั้งสิ้น 57 เมือง ลดลงจากเดือนมกราคมที่เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 62 เมือง - ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีนเดือนม.ค.-ก.พ.เพิ่มขึ้น 10.44% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ 1.93 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราการขยายตัวดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นมากจากระดับการขยายตัวในปี 2556 ที่ 5.25% แต่ต่ำกว่าอัตราการขยายตัวเมื่อเดือนม.ค.ที่ 16.11% เมื่อเทียบเป็นรายปี นายเฉิน ตันหยาง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนกล่าวว่านักลงทุนต่างประเทศตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา 2,764 แห่งในจีนช่วงเดือนม.ค.และก.พ. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลง 5.18% เมื่อเทียบเป็นรายปี สำหรับยอดการลงทุนโดยตรงในธุรกิจบริการของจีนช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 25.54% แตะ 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 54.9% ของยอดทั้งหมด ขณะที่ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในธุรกิจการผลิตลดลง 6.06% เมื่อเทียบเป็นรายปีในช่วง 2 เดือนแรก - แหล่งข่าวในจีนกล่าวเมื่อวันอังคารที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมาว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งในจีนที่มีหนี้สินหลายพันล้านหยวนกำลังจะผิดนัดชำระหนี้ และทางการได้ควบคุมตัวเจ้าของบริษัทแห่งนี้ไว้แล้วในข้อหาระดมทุนอย่างผิดกฎหมาย สำนักข่าวไชน่า นิวส์ เซอร์วิสเซสรายงานว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในมณฑลเจ๋อเจียงในภาคตะวันออกของจีนใกล้จะล้มละลาย โดยบริษัทแห่งนี้ติดหนี้ธนาคารจีน 15 แห่งเป็นเงินจำนวน 2.4 พันล้านหยวน (388.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และติดหนี้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเป็นเงินรวมกัน 1.1 พันล้านหยวน
ไทย - หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประเมินว่า จากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเสียหายแล้วประมาณ 100,000 ล้านบาท หากต้องการจะยุติปัญหาและความเสียหายที่เกิดขึ้น คู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายคือรัฐบาลและผู้ชุมนุมจะต้องเดินหน้าเจรจาเพื่อหาทางออกกันอีกครั้งโดยไม่มีการตั้งเงื่อนไข เพราะหากปล่อยให้ยืดเยื้อออกไปจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 57 โดยระบุว่า ถ้าปัญหาการเมืองไม่รุนแรงและสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 2-3% จากปีก่อน แต่ถ้าตั้งไม่ได้และเกิดเหตุรุนแรง เศรษฐกิจอาจไม่ขยายตัวจากปีก่อน หรือโต 0% จนถึงติดลบ 2% ซึ่งภาคเอกชนยังมองว่าโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะโตได้ 2-3% ยังเป็นไปได้ ถ้าเงื่อนไขต่างๆ ได้ข้อยุติ สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ธุรกิจท่องเที่ยว โดยทัวร์จากต่างประเทศถูกยกเลิกจำนวนมาก โดยเฉพาะจีนยกเลิก 50% ญี่ปุ่น 40% และเกาหลี 30% รวมถึงทัวร์จากอินเดีย ไต้หวัน และเวียดนาม จนกระทบต่อเนื่องมาถึงธุรกิจโรงแรม ทำให้ยอดจองห้องพักลดลงเฉลี่ย 25-30%นอกจากนี้ ยังกระทบต่อเนื่องไปถึงธุรกิจอื่นๆ เช่น อัญมณียอดขายลดลง 30% สปา รถเช่า สินค้าที่ระลึก การจัดงานประชุมสัมมนาภายในประเทศด้วย
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (18 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทแต่ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้การแข็งค่าขึ้นของดอลลาร์สหรัฐฯเทียบกับสกุลเงินเอเซียวันนี้สอดคล้องกับภาวะที่นักลงทุนถือสกุลเงินความเสี่ยงต่ำเช่น เยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นจากความกังวลเรื่องไครเมีย ขณะที่การแข็งค่าของเงินบาทวันนี้นักวิเคราะห์ชี้ว่าได้ปัจจัยบวกจากข่าวยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (18 มี.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียได้อนุมัติร่างสนธิสัญญาเพื่อทำให้ไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันว่ารัสเซียมีแผนที่จะทำให้เขตปกครองตนเองไครเมียซึ่งอยู่ทางใต้ของยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ขณะที่ทางด้านสหรัฐฯและประเทศตะวันตกได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียซึ่งส่งผลให้ความต้องการถือสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมีมากขึ้นในวันนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (18 มี.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่รัสเซียได้อนุมัติร่างสนธิสัญญาเพื่อทำให้ไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียซึ่งส่งผลให้ความต้องการถือสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมีมากขึ้นในวันนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (18 มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยดัชนี S&P 500 เข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังความเห็นจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียได้คลายความวิตกที่ว่าความตึงเครียดเกี่ยวกับยูเครนอาจขยายตัว ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 88.97 จุดหรือ 0.55% สู่ระดับ 16,336.19, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 13.42 จุดหรือ 0.72% สู่ 1,872.25 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 53.36 จุดหรือ 1.25% สู่ระดับ 4,333.31 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (18 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้จากการที่ข้อมูลผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ซึ่งเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯหลังจากตัวเลขชี้ถึงการชะลอตัวในเดือนมกราคมจากผลของสภาพอากาศที่หนาวเย็นรุนแรง โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิสูงขึ้น 0.94% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.08% โดยหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบทางลบจากข้อมูลราคาบ้านที่บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง ขณะที่มีรายงานว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีนรายหนึ่งอาจผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดสูงขึ้น 0.51% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (18 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดตลาดลดลง 4.02 จุดสวนทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ ขณะที่ค่าเงินบาทก็แข็งขึ้นในวันนี้ โดยวันนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,009.15 ล้านบาท อย่างไรก็ดีวันนี้มีแรงขายออกมามากในหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มขนส่ง ขณะเดียวนักลงทุนก็รอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ที่มีการประชุมในวันที่ 18-19 มี.ค.ซึ่งส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการลดขนาดมาตรการ QE ต่อเนื่อง
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 19 มี.ค. 2557
|






![]() | Today | 835 |
![]() | All days | 835 |
Comments