| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Friday, 21 March 2014 10:00 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) ในเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวลง 0.4% สู่ระดับ 4.60 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 ส่วนราคากลางของบ้านมือสองปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.1% สู่ระดับ 189,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ นายเดวิด โครว์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ NAHB กล่าวว่า หลายปัจจัยกำลังสร้างความวิตกแก่กลุ่มผู้สร้างบ้านในการที่จะรองรับอุปสงค์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยปัจจัยดังกล่าวรวมถึงการขาดแคลนพื้นที่ในการก่อสร้างและแรงงานมีฝีมือ ตลอดจนราคาวัสดุที่สูงขึ้นและจำนวนบ้านใหม่ที่ลดต่ำลงอย่างมาก - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 มีนาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 5,000 ราย สู่ระดับ 320,000 ราย กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 325,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ปรับตัวลดลง 3,500 ราย สู่ระดับ 327,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 - ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จัดทำโดย Conference Board เพิ่มขึ้น 0.5% สู่ระดับ 99.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมกราคม สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟียรายงานว่า ดัชนีกิจกรรมการผลิตในเขตมิด-แอตแลนติกของสหรัฐในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.0 จากระดับ -6.3 ในเดือนกุมภาพันธ์ มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.8
ยุโรป: อังกฤษ - นายจอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีคลังอังกฤษ กล่าวระหว่างการแถลงงบประมาณประจำปีต่อรัฐสภาว่า เศรษฐกิจอังกฤษคาดว่าจะขยายตัว 2.7% ในปี 2557 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 2.4% โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจอังกฤษฟื้นตัวเร็วเกินคาด ขณะเดียวกันคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 2.3% ในปี 2558 จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2.2% ส่วนเศรษฐกิจปี 2559 คาดว่าจะขยายตัว 2.6% นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าจะมีการสร้างงาน 1.5 ล้านตำแหน่งใน 5 ปีข้างหน้า
รัสเซีย - วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า บรรดาผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) มีความเห็นไม่ตรงกันต่อมาตรการที่ใช้คว่ำบาตรรัสเซีย ภายหลังจากผู้นำรัสเซียได้ลงนามในกฎหมายผนวกดินแดนไครเมีย โดยผู้นำอียูสามารถตกลงกันได้ในมาตรการที่สั่งห้ามนักการเมืองรัสเซียและยูเครนบางรายเดินทางเข้ามาในอียู และการอายัดทรัพย์สินของบุคคลเหล่านั้นเป็นการชั่วคราว แต่ประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ ได้แก่ การยกระดับการคว่ำบาตร โดยฝรั่งเศสขอให้อียูชะลอการคว่ำบาตรการค้าอาวุธให้รัสเซีย ขณะที่อังกฤษก็ไม่ยอดคว่ำบาตรด้านการเงินเช่นกัน เนื่องจากการคว่ำบาตรจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกเอง โดยปัจจุบันเยอรมนีและอิตาลีเป็นผู้นำเข้าก๊าซรายใหญ่จากรัสเซีย ฝรั่งเศสเป็นผู้ค้าอาวุธรายใหญ่ ขณะที่กลุ่มธุรกิจการเงินของอังกฤษถือทรัพย์สินในรัสเซียจำนวนมาก
ยูเครน - ยูเครนเปิดเผยว่า จะเพิ่มกำลังทหารบริเวณชายแดนทางตะวันออกที่ติดกับรัสเซีย และจะถอนทหารออกจากไครเมีย รวมทั้งลดการควบคุมคาบสมุทรทะเลดำ โดยนายแอนดรี พารูบี ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติยูเครน กล่าวว่า การถอนกำลังทหารในไครเมียจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการคลี่คลายสถานการณ์
เอเซีย: จีน - นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนเปิดเผยในการประชุมครม.รายสัปดาห์ว่า จีนจะเร่งผลักดันแผนการลงทุนและการก่อสร้างเพื่อรับประกันว่า อุปสงค์ภายในประเทศจะขยายตัวในอัตราที่มีเสถียรภาพ ซึ่งบ่งชี้ว่ารัฐบาลจีนกำลังพิจารณามาตรการเชิงปฏิบัติเพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวลง นายหลี่กล่าวว่าจีนจำเป็นต้องผลักดันแผนการที่ได้รับอนุมัติแล้วเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ และเพื่อรักษาอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไว้ในช่วงที่เหมาะสม ทั้งนี้ความเห็นของนายหลี่ทำให้บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจีนพร้อมที่จะทำการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ฟิลิปปินส์ - ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ระบุว่าอาจจะจำเป็นต้องปรับนโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ธนาคารกลางฯคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ภายในกรอบเป้าหมายก็ตาม ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ นายอะแมนโด เททังโก ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนท่าทีนโยบายการเงินเร็วกว่ากำหนดและค่อยเป็นค่อยไปจะสร้างปัญหาให้แก่ภาคธุรกิจต่างๆน้อยกว่า แม้อัตราเงินเฟ้อในประเทศยังคงอยู่ภายในกรอบเป้าหมาย แต่การปรับเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปอาจจะเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อดูจากสถานการณ์ต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกผันผวนมากขึ้น เขากล่าวอีกว่าการปรับนโยบายดังกล่าวอาจจะรวมถึงอัตราดอกเบี้ยและเครื่องมือด้านนโยบายอื่นๆ แต่เขาก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด
ไทย - มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (GDP) ปีนี้เหลือโต 2.5% จากเดิมที่คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ 4.5% อัตราเงินเฟ้อที่ 2.3% และคาดว่าการส่งออกจะขยายตัว 4.8% โดยปัจจัยสำคัญของเศรษฐกิจไทย ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ โดยมีสมมติฐานมาจากสถานการณ์ทางการเมืองได้คลี่คลาย และสามารถมีรัฐบาลใหม่ในช่วงกลางปี ส่งผลให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลเริ่มจะกลับมา ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของประชาชน นักธุรกิจ และนักลงทุนต่างชาติจะเริ่มกลับเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง โดยระดับความน่าจะเป็นของสมมติฐานนี้มีความเป็นไปได้มากที่สุดถึง 65% พร้อมระบุ เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรกจะโตได้เพียง 0-1% และครึ่งปีหลังโตได้ 4-5% ซึ่งจะทำให้ทั้งปีนี้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 2-3% หรือเฉลี่ยที่ 2.5% ซึ่งจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในช่วงปลายไตรมาส 2 - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ค่าเงินบาทที่ออ่นค่าเป็นไปตามทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลในภูมิภาค หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นไปตามตลาดคาด ซึ่งสะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในตลาดเงิน ทำให้นักลงทุนหันกลับไปถือครองเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯในระยะสั้น ส่งผลให้ค่าเงินบาทและเงินสกุลอื่นทั่วโลกอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐ
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (20 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับบาทรวมทั้งหลายสกุลเงินเอเซียในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯชี้ว่าอาจจะเริ่มเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายกลางปีหน้าซึ่งเร็วกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกันวันนี้ค่าเงินหยวนของจีนยังคงอ่อนลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเป็นวันที่ 4 หลังจากธนาคารกลางจีนขยายกรอบซื้อขายหยวน (แบนด์) เป็น 2 เท่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (20 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯส่งสัญญาณว่าอาจจะเริ่มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในกลางปีหน้า ขณะที่ในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯที่เสร็จสิ้นเมื่อวันพุธได้มีการปรับลดขนาดมาตรการซื้อพันธบัตรรายเดือนลงมาอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งเป็นการลดต่อเนื่องเป็นครั้งที่สาม เหลือซื้อเดือนละ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะยุติมาตรการ QE ลงในเดือนตุลาคมปีนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (20 มี.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางที่วันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่หลังธนาคารกลางสหรัฐฯลดขนาดมาตรการ QE เป็นครั้งที่สามเมื่อคืนนี้ และชี้ว่าอาจจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายกลางปีหน้าซึ่งเร็วกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (20 มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้น อันเป็นผลมาจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น ขณะที่นักลงทุนทำการประเมินอีกครั้งต่อความเห็นของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่กระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่า Fed อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 108.88 จุดหรือ 0.67% สู่ระดับ 16,331.05, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 11.24 จุดหรือ 0.60% สู่ 1,872.01 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 11.68 จุดหรือ 0.27% สู่ระดับ 4,319.29 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (20 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมลดลงในวันนี้จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯชี้ว่าอาจจะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่กลางปีหน้า ทั้งนี้นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ได้เพิ่มความเป็นไปได้เรื่องการเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยกล่าวว่าเฟดอาจจะยุติโครงการซื้อพันธบัตรในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ และอาจจะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากนั้นราว 6 เดือน ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 1.65% โดยมีแรงขายหุ้นออกมาก่อนวันหยุด 3 วันติดต่อกันในสุดสัปดาห์นี้ สำหรับดัชนีเซี่ยงไอ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.40% โดยนักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ และรอดูทิศทางนโยบายเศรษฐกิจใหม่ ขณะที่วันนี้ค่าเงินหยวนยังคงอ่อนลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 หลังธนาคารกลางจีนขยายกรอบซื้อขายหยวน (แบนด์) เป็น 2 เท่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.79% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (20 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงในช่วงเช้าสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯส่งสัญญาณว่าอาจจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายกลางปีหน้า สำหรับในช่วงบ่ายดัชนีฯสูงขึ้นมาเล็กน้อย ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 2.80จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 21 มี.ค. 2557
|
Comments