|
TMB โดดเด่นกูรู เชียร์ ซื้อ
|
|
|
Friday, 04 June 2010 09:43 |
|
บล.ฟิลลิป : TMB แนะนำ 'ซื้อ' ราคาพื้นฐานที่ 1.56 บาท
การขาย NPL จะไม่ส่งผลลบต่อ Bottomlineในไตรมาส 2 ในเดือนเม.ย. 2553 TMB ได้ขาย NPL แก่ BAM จำนวน 9.40 พันล้านบาท โดยเป็นของธนาคารเอง 8.40 พันล้านบาทและของ PAMC 0.93 พันล้านบาท ทั้งนี้คาดไม่ส่งผล ทางลบกับผลกำไรในไตรมาส 2 เนื่องจากได้มีสำรองไว้เต็มที่แล้วตั้งแต่ 4Q52 การขายจะทำให้ NPL ของงบรวมลดลงมาที่ 9.95% ของสินเชื่อรวมจากระดับ 12.1% ในไตรมาสแรกการออก Sub-debt อีก 8 พันล้านบาทจะทำให้ CAR ขยับขึ้นมาที่ 18.6% การออก Sub-debt จำนวน 8 พันล้านบาท ในเดือนเม.ย. 2553 ซึ่งสามารถนับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 จะทำให้ CAR ขยับ ขึ้นราว 2.2% มาที่ 18.6% ทั้งนี้ Sub-debt ดังกล่าวส่วนหนึ่งมาทดแทน Sub-debt มูลค่า 4.90 พันล้านบาทที่ถูกเรียกในเดือนมี.ค. นอกจากนี้ธนาคาร ได้ทำการซื้อคืน Hybrid Tier-1 เพิ่มเติมอีก US$23 ล้านบาทในเดือนพ.ค. โดยจะมีกำไรจากรายการดังกล่าวราว 150 ล้าน บาท อย่างไรก็ตามกำไร ดังกล่าวจะถูกนำไปตั้งสำรองเพิ่มเติมทำให้ไม่คาดมีผลกระทบต่องบ กำไรขาดทุน
การลดมูลค่าพาร์เพื่อล้างขาดทุนสะสมต้องรอการอนุมัติผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 มิ.ย. การประกาศลดมูลค่าพาร์จาก 10 บาท/หุ้นเป็น 0.95 บาท/หุ้นจะส่งผลให้เหลือ ขาดทุน สะสมอีกเล็กน้อยที่ 78 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการล้างขาดทุนกับงบปี 2552 ทำให้คาด จะ สามารถจ่ายปันผลได้สำหรับผลกำไรปี 2553 เต็มปี การลดพาร์เพื่อล้างขาดทุนสะสมจะไม่มี ผลต่อส่วนทุน, มูลค่าบัญชี/หุ้น รวมถึงจำนวนหุ้น ทั้งนี้จะมีประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 มิ.ย. เพื่ออนุมัติในเรื่องดังกล่าว และหลังจากนั้นในเวลาอีกไม่เกิน 14 วันในการขออนุมัติจาก ธปท.และจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์
ผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมการเมืองจำกัด ธนาคารได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมการเมืองจำกัด โดยมีเพียงสาขาที่ Central World ถูกเผาขณะ 3 สาขาใกล้ที่ชุมนุมที่ได้รับความเสียหาย โดยทั้งหมดมีประกัน สำ หัรบลูกค้า SME อาจมีผลกระทบบ้างแต่ลูกค้า Wholesale นั้นไม่มีผลกระทบ
เป้าสินเชื่อปี 2553 ยังคงอยู่ที่ 10% แม้สินเชื่อไตรมาสแรกปรับลดลง 2.2% หากแต่ธนาคารยังคงเป้าสินเชื่อทั้งปี 2553 ไว้ที่ 10% บนแผนขยายสินเชื่อ SME ด้าน NIM คาดขยับสูงขึ้นจากระดับ 2.2% ในปีก่อนหน้า Cost/Income คาดลดลงจากปีก่อนแต่ยังสูงอยู่จากการลงทุนต่อเนื่องทั้งด้านผลิตภัณฑ์, การ ตลาดและ Training
ทางฝ่ายคงแนะนำ 'ซื้อ' ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 1.56 บาท/หุ้น แม้เทียบกับธนาคารขนาดใหญ่ด้วยกับแล้ว TMB ยังนับว่าด้อยกว่าทั้งในแง่ส่วนแบ่ง ตลาดสินเชื่อและเงินฝาก, NPL Coverage, Cost/Income, NIM, ROE, ROA รวมถึงรายได้ เฉลี่ย/พนักงานหากแต่เทียบกับในอดีตแล้วถือว่า มีแนวโน้มการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นตาม ลำดับ ทำให้ทางฝ่ายยังคงมีมุมมองที่ดีต่อผลการดำเนินงานในปีนี้ว่าจะเห็นการขยายตัวในอัตรา สูงและต่อเนื่องไปยังปีหน้า โดยทางฝ่ายคงคำแนะนำ 'ซื้อ' ราคาพื้นฐานปี 2553 อยู่ที่ 1.56 บาท/หุ้น
|
Comments