| ธปท.ประเมินน้ำท่วมภาคเหนือเสียหายกว่า3พันล. |
|
| Tuesday, 02 November 2010 18:09 | |||
|
นายสาทร โตโพธิ์ไทย ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ แถลงสรุปภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือเดือนกันยายน และไตรมาสที่ 3 ปี 2553 ว่า เศรษฐกิจการเงินภาคเหนือในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชะลอตัวลงเพราะความต้องการจากต่างประเทศที่ลดลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวลงจากผลของการลงทุนด้านก่อสร้างที่ลดลงจากฐานปีก่อนที่สูง แต่ยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์กลับขยายตัวเพิ่มขึ้น สำหรับรายได้เกษตรกรอยู่ในเกณฑ์ดีจากการเพิ่มของราคาผลผลิตสำคัญ ส่วนการจ้างงานอยู่ในระดับสูงส่งผลให้การอุปโภค-บริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน แต่อุตสาหกรรมการผลิตหดตัวแม้ว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงปลายไตรมาส จากปริมาณวัตถุดิบภาคเกษตรที่เข้าสู่โรงงานลดลงและการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ชะลอตัว สำหรับการท่องเที่ยวได้รับผลดีบ้างจากกิจกรรมกระตุ้นของภาครัฐแต่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังคงลดลง นายสาทร กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยรวมยังขยายตัวต่อเนื่องแม้ว่าจะชะลอตัวลงบ้างจากเดือนก่อน ทั้งด้านอุตสาหกรรมและการเกษตร ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมลดลงร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ 21.3 เป็นผลจากอุตสาหกรรมแปรรูปผักและผลไม้ เครื่องประดับและวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวดีขึ้น แต่การผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทริกนิกส์ยังชะลอตัว ด้านการท่องเที่ยวชะลอตัวลงจากเดือนก่อนเพราะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาในภูมิภาคน้อยลง สำหรับการส่งออกขยายตัวร้อยละ 13.4 เทียบกับที่ขยายตัวร้อยละ 20.6 จากเดือนก่อนจากสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่การส่งออกผ่าชายแดนยังขยายตัวใกล้เคียงจากเดือนก่อนจากการส่งออกไปลาว และจีน (ตอนใต้)ที่เพดิ่มขึ้น แต่การส่งออกไปพม่ายังได้รับผลกรัทบจากการปิดด่านแม่สอด-เมียวดี การนำเข้าลดลงร้อยละ 2.4 ตามการนำเข้าผัก-ผลไม้และผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำที่ลดลง ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของภาคเหนืออยู่ที่ร้อยละ 3.5 ต่ำกว่าเดือนก่อนที่ร้อยละ 3.7 "โดยสรุปเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือในไตรมาสที่ 3 ยังขยายตัวต่อเนื่องแม้ชะลอตัวลงบ้างจากไตรมาสที่ 2 ของปี แต่ยังมีปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ การส่งออกที่ยังขยายตัว อุตสาหกรรมการผลิตที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส รายได้เกษตรกรที่อยุ่ในเกณฑ์สูง การอุปโภค-บริโภคที่ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ฯลฯ"นายสาทร กล่าว ด้านนายประสพสุข พ่วงสาคร ผู้อำนวยการ ธปท. สำนักงานภาคเหนือ กล่าวว่า เศรษฐกิจการเงินภาคเหนือไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 ยังสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเศรษฐกิจประเทศ และยังขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนจากแรงส่งทั้งกำลังซื้อจากต่างประเทศ การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภค-บริโภคภายในเพราะประชาชนมีความเชื่อมั่น แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2552 ยังต่ำกว่าเพราะฐานการขยายตัวทางเศรษฐกิจช่วงดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์สูง ส่วนผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ชัดเจน แต่จังหวัดในภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก คือ นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี ส่วนเชียงใหม่- ลำปาง มีบางพื้นที่ประสบปัญหา จากข้อมูลพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม มีประมาณ 1.1 ล้านไร่ แบ่งเป็นนาข้าว 9.6 แสนไร่ พืชไร่ 1.2 แสนไร่ พืชสวน 4.4 พันไร่ ประมาณการความเสียหายเบื้องต้นภายใต้สมุติฐานของพื้นที่เกษตรกรรมในภาคเหนือที่เสียหาย 1.1 ล้านไร่ มีมูลค่าความเสียหายแล้วประมาณ 3,250 ล้านบาท
|
Comments