Error
สภาพัฒน์ปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โตถึง 7.9%
Print
Monday, 22 November 2010 12:53

          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 3 ว่า อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ หรือจีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัว 6.7% หดตัวจากไตรมาส 2 ในอัตรา 0.2% โดยมีแรงสนับสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ความมั่นใจของนักลงทุน ส่งผลให้การส่งออก การลงทุน และการบริโภคของเอกชนยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้( มค.-ก.ย.) เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 9.3%

ขณะที่ไตรมาส 4 ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี แต่มีผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม จะทำให้จีดีพี ไตรมาส 4ติดลบ 0.3% อย่างไรก็ตามคาดว่าทั้งปี 2553 จีดีพีจะขยายตัวได้ในอัตรา  7.9% โดยมีอัตรางินเฟ้อ 3.2% เกินดุลบัญชีเดินสะพัด 4.3% ของจีดีพี และมีอัตราการขยายตัวการส่งออก 25.1%

ทั้งนี้ช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือการแข็งค่าของเงินบาท ผลกระทบน้ำท่วม ความผันผวนราคาน้ำมัน และการบริโภคสินค้าคงทนลดลง

 ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2554 คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัว 3.5-4.5% อัตราเงินเฟ้อ 2.5-3.5% ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3.3% มูลค่าการส่งออกขยายตัว 11.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแรงส่งการขยายตัวเศรษฐกิจปี 53 ที่สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะอุปสงค์ในประเทศ ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มจากการปรับเงินเดือน ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง คือ เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวเปราะบาง มีสถานการณ์การเมืองและความขัดแย้งของคนในสังคม ภาคเกษตรและรายได้เกษตรกรมีความเสี่ยง การไหลเข้าของเงินทุนที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง โดยคาดว่าอัตราเฉลี่ยของค่าเงินบาทจะอยู่ที่ 29-30บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องจะต้องติดตามมาตรการคิวอีของสหรัฐ จะได้ผลหรือไม่ หากไม่ได้ผลจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามามาไทย ที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจที่เข็มแข็ง  การขาดแคลนแรงงานในบางอุตสาหกรรมและแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้น

 สศช.ยังเสนอแนะ แนวทางบริหารเศรษฐกิจปี 54 โดยให้เร่งฟื้นฟูผลกระทบอุทกภัย เร่งชดเชยรายได้เกษตกร พัฒนาระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน เร่งวางแผนการจัดการน้ำในระยะยาว การบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มเพิ่มจากอุทกภัยและต้นทุนการผลิต ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งเสริมให้ธุรกิจส่งออกใช้เครื่องมือบริหารอัตราแลกเปลี่ยน เร่งแก้ปัญหาแรงงาน โดยเฉพาะการขาดแคลนแรงงานภาคอุตสาหกรรม และเสนอให้เร่งรัดการดำเนินการตามแผนปรองดองอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งรักษาภาพลักษณ์ของไทยในสายตานักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment