Error
RCEP เดินหน้า เปิดเจรจา พ.ค. นี้
Print
Tuesday, 12 March 2013 20:37

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 19 เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการหารืออย่างไม่เป็นทางการของรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจอาเซียน 10 ประเทศ เพื่อกำหนด ทิศทางการขับเคลื่อนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมทั้งการขยายความสัมพันธ์กับประเทศคู่ค้าอาเซียน โดยได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการเจรจาจัดทำความตกลง “RCEP” หรือความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) ซึ่งเป็น FTA ระหว่างอาเซียน และคู่เจรจาทั้ง 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย

 

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้เห็นชอบการจัดตั้งคณะเจรจา RCEP หรือ “RCEP Trade Negotiating Committee” (RCEP-TNC) และรับรอง TOR เพื่อเป็นกลไกหลักในการเจรจาความตกลงฯ รวมทั้งเห็นควรให้อาเซียนให้ความสำคัญกับการเจรจาเรื่องนี้เป็นลำดับแรก เพื่อให้สามารถหาข้อสรุปขอบเขตการเจรจาและการเจรจาความตกลง เพื่อดำเนินการเจรจาให้บรรลุเป้าหมายตามกำหนดเวลาในปี 2015

 

ทั้งนี้ การประชุม RCEP TNC จะเริ่มขึ้นครั้งแรกในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2556 ในช่วงเดียวกับการจัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียน ณ ประเทศบรูไน เพื่อเดินหน้าการเจรจาจัดทำข้อบทความตกลง ทั้งในกรอบการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน

 

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียน (SEOM) พร้อมด้วยคู่เจรจาทั้ง 6 ประเทศ ได้หารือกันเมื่อวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2556 ณ เมืองบาหลี ภายหลังจากที่ผู้นำอาเซียนพร้อมด้วยคู่เจรจาอีก 6 ประเทศ ได้ประกาศการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจในภูมิภาค “ASEAN Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP” ในการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 21 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมทั้งที่ประชุมคณะทำงานด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ได้หารือกันเกี่ยวกับกรอบและแนวทางการเจรจาทั้งด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก และจะใช้เป็นพื้นฐานสำคัญในการเจรจาต่อไป

 

สำหรับความตกลง RCEP นี้ จะเป็นความตกลงแบบองค์รวม (Comprehensive Agreement) ที่มีมาตรฐานสูง ประกอบไปด้วยความร่วมมือทั้งเชิงลึกและเชิงกว้างกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และเป็น flagship สำคัญของอาเซียนในการมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียและของโลก ส่งผลให้เกิดประโยชน์กับไทยและอาเซียนอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นตลาดกว่า 3,300 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของประชากรโลก มี GPD รวมกันกว่า 17,100 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 27% ของ GDP โลก หรืออาจเรียกได้ว่า RCEP จะเป็น FTA ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดฉบับหนึ่งของโลก โดยมีไทยและอาเซียนเป็นสมาชิกสำคัญ

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment