Error
TTA ปรับรอบบัญชีใหม่ปี57โชว์กำไร987ล้านบาท
Print
Monday, 02 March 2015 20:25

TTA ประกาศผลประกอบการปี 57 หลังจากปรับรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ เผยมีกำไรสุทธิจาก    การดำเนินงานปกติ 986 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 109 ล้านบาทในปีก่อน เผยปัจจัยสนับสนุนมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทในเครือ ขณะที่ผลงาน 3 เดือนสุดท้ายของปี 57 แม้ปัจจัยหลายด้านไม่เอื้อกับธุรกิจเรือเทกอง ก็ยังทำกำไรได้ 155 ล้านบาท ลั่นพร้อมเดินหน้าหาโอกาสลงทุนใหม่ เพื่อลดความผันผวนจากช่วงขาขึ้นและขาลง มั่นใจสร้างพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน

 

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เปิดเผยผลประกอบการของบริษัทฯ ในรอบปี 2557 (1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม 2557) ว่า มีรายได้รวมทั้งสิ้น 22,341 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 14  และมีผลกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 มาอยู่ที่ 3,575 ล้านบาท  โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 986 ล้านบาท เทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 109 ล้านบาทในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานรอบ 12 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2557 นี้ เป็นการจัดทำเพื่อรองรับรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ที่จะเริ่มใช้เต็มปีตั้งแต่รอบบัญชีของปี 2558 เป็นต้นไป

 

TTA มีส่วนแบ่งผลกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 141 มาอยู่ที่ 1,182 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัท เอเชีย ออฟชอร์ ดริลลิ่ง หรือ AOD ที่เมอร์เมดมีหุ้นอยู่ เพิ่มขึ้นจาก 374 ล้านบาทในปี 2556 เป็น 1,005 ล้านบาท ในปี 2557

 

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTA กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการตลอดทั้งปีของ TTA พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรได้นั้น มาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของบริษัทในเครือ ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เมด มาริไทม์, โทรีเซน ชิปปิ้ง และพีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้ง (PMTA) ขณะที่ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) มีผลขาดทุนลดลงอย่างชัดเจน นับจากจัดการสินค้าคงค้างเพื่อปรับโครงสร้างทางการเงิน นอกจากนี้ ในปี 2557 บริษัทฯ ได้ลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มหลายรายการ อาทิ การซื้อเรือประเภท Supramax มือสองเพิ่มจำนวน 6 ลำ เพื่อขยายกองเรือเป็น 24 ลำ  รวมทั้งได้ลงทุน 14,000 ล้านบาท (436 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการสั่งต่อเรือขุดเจาะชนิดท้องแบน (Tender rigs) จำนวน 2 ลำ และเรือสนับสนุนการปฎิบัติการ  ดำน้ำ อีกจำนวน 1 ลำ ให้กับเมอร์เมด มาริไทม์ ซึ่งมีกำหนดส่งมอบในปี 2559 และยังได้ใช้เงินลงทุน 125 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตปุ๋ยของบาคองโค รองรับการส่งออกและความต้องการของลูกค้าที่มีสูงขึ้น  นอกเหนือจากนี้ TTA ได้ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยการซื้อหุ้นของบริษัท ไซโน แกรนด์เนส ฟู้ด อินดัสตรี กรุ๊ป จำกัด (Sino Grandness) ร้อยละ 9 ซึ่งคิดเป็นเงินลงทุน 661 ล้านบาท อีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะผลประกอบการในรอบ 3 เดือน (ตุลาคม ถึง ธันวาคม 2557) รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตขึ้นร้อยละ 17  มาอยู่ที่ 6,207 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ของโทรีเซน ชิปปิ้ง สูงขึ้นร้อยละ 54  ในขณะที่รายได้ของเมอร์เมด มาริไทม์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ซึ่งชดเชยกับยอดขายที่ลดลงร้อยละ 15 ของ PMTA และ ร้อยละ 74 ของ UMS

 

ผลกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ได้รับผลกระทบจากผลกำไรขั้นต้นที่ลดลงร้อยละ 19 และค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มจากปีก่อนขึ้นร้อยละ 14 มาเป็น 522 ล้านบาท เนื่องจากมีการเพิ่มบุคลากรของเมอร์เมดในแถบภูมิภาคตะวันออกกลาง  ซึ่งส่งผลให้ EBITDA ของ TTA  ลดลงร้อยละ 27 จาก 1,093 ล้านบาทในปี 2556  มาอยู่ที่ 799 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ทำให้กำไรสุทธิรวมทั้งสิ้นของกลุ่ม ลดลงร้อยละ 38 จากที่เคยอยู่ที่ 250 ล้านบาท มาเป็น 155 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

 

ธุรกิจขนส่ง

 

ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ปรับใหม่ ผลประกอบการปี 2557 ของโทรีเซน ชิปปิ้ง โชว์รายได้ทั้งปี 2557 เติบโตร้อยละ 54 มาอยู่ที่ 7,661 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 257 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 129 ล้านบาท เนื่องจาก โทรีเซน ชิปปิ้ง มีการขยายกองเรือเพิ่มทั้งเรือที่เป็นเจ้าของเองและเรือที่เช่ามาเสริม ประกอบกับธุรกิจขนส่งสินค้าแห้งเทกองที่แนวโน้มดี ทำให้มีจำนวนวันในการใช้เรือมากขึ้นและรายได้จากค่าระวางเรือสูงขึ้น

 

ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือน  (ตุลาคม – ธันวาคม 2557) มีรายได้ 2,214 ล้านบาท หรือ เติบโตร้อยละ 54 และมีกำไรสุทธิ 19 ล้านบาท ซึ่งลดลงจาก 117 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากภาพรวมของธุรกิจเรือเทกองที่ชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบจากฤดูกาล และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่การนำเข้าและส่งออกลดลง

 

ธุรกิจพลังงาน

 

ทางด้านเมอร์เมด มาริไทม์ รายงานตัวเลขรายได้ 10,664 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15  โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 จาก 554 เป็น 675 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนตัวเลขผลการดำเนินงานรอบ 3 เดือน (ตุลาคม – ธันวาคม 2557) มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 จาก 2,659 ล้านบาท มาอยู่ที่ 3,235 ล้านบาท แต่มีกำไรสุทธิลดลงร้อยละ 66 จาก 238 ล้านบาท มาอยู่ที่ 82 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาร์จินของธุรกิจให้บริการวิศวกรรมใต้ทะเลและธุรกิจให้บริการเรือขุดเจาะที่ลดต่ำลง

 

ในปี 2557 เมอร์เมด มาริไทม์ พยายามขยายรูปแบบการให้บริการและหาสัญญามากขึ้น จึงมีการเช่าเรือมาเสริมจำนวนมากขึ้น เพื่อรักษาและขยายฐานลูกค้าใหม่ ทำให้บริษัทฯ มีรายได้สูงขึ้นแม้ว่าจะมีกำไรน้อยลง  โดยเมื่อเดือนมกราคม 2557 บริษัทฯ    ได้ทำสัญญาสั่งต่อเรือขุดเจาะท้องแบนใหม่ 2 ลำ และเรือสนับสนุนการปฎิบัติการดำน้ำ 1 ลำ กับ บริษัท ไชน่า เมอร์เซ็นท์ อินดัสทรีส์ โฮลดิ้ง จำกัด

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment