Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 30/06/53
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 30/06/53 PDF Print E-mail
Wednesday, 30 June 2010 10:59

กลยุทธ์การลงทุน
ตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก กลยุทธ์การลงทุนยังแนะนำให้ถือหุ้นที่กระทบ
จากวิกฤติภายนอกน้อยที่สุด เช่น  ธ.พ. (KBANK, SCB, TCAP) อสังหา/ก่อสร้าง (PS, LH,
STEC, SYNTEC) และสื่อสาร (ADVANC, DTAC) โดยให้คงน้ำหนักการลงทุนที่ 40% ของ
พอร์ต

ความเสี่ยงจากภายนอก ยังกดดันหุ้น Global Plays ทั้งน้ำมัน และหุ้นส่งออกมิใช่อาหาร  
ตลาดหุ้นโลกปรับฐานรุนแรงอีกครั้ง ความวิตกกังวลต่อปัญหาการเงินในยุโรป ได้ฉุดรั้ง
ความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก  โดยเฉพาะหลังการประชุมของ G-20 ในสุด
สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีข้อสรุปให้มีการตัดลดตัวเลขขาดดุลงบประมาณของประเทศสหภาพยุโรป ที่
อยู่ในอัตราเฉลี่ย 6.5% ของ GDP ณ สิ้นปี 2552 ให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่ง  นั่นหมายความว่าหาก
ทุกประเทศทำตามคำแนะนำของที่ประชุมฯ  คาดว่าจะมีเม็ดเงินหายไปจากระบบราว 3 แสนล้าน
เหรียญฯ หรือราว 1.8% ของขนาดของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แต่ถ้าต้องลดลงให้
เหลือ 3% ตามนโยบายธนาคารกลางยุโรป ทำให้เม็ดเงินทั้งระบบจะหายไปสูงถึง 6.2 แสนล้าน
เหรียญฯ หรือราว 3.6% ของ GDP ซึ่งน่าจะกระทบต่อการค้าโลก เพราะขนาดของ GDP ใน
สหภาพยุโรปสูงถึง 30% ของ GDP โลก (ซึ่งแต่ละปีราว 58 ล้านล้านเหรียญฯ) และตลาดส่งออก
ในสหภาพยุโรปมีสัดส่วนสูงถึง 42% ของการค้าโลก (ซึ่งแต่ละปีกว่า 32 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ)
จึงคาดว่าการตัดลดงบประมาณดังกล่าว น่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในงวดครึ่งหลังของปีนี้
(2H53) อย่างชัดเจน ซึ่งน่าจะกดดันธุรกิจส่งออกที่มิใช่อาหาร เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็น
ต้น นอกจากนี้คาดว่าเงินยุโรปมีแนวโน้มอ่อนค่าต่ำกว่า 1.2 เหรียญฯต่อยูโรอีกครั้ง นั่นหมาย
ความว่า Dollar Index จะฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือ 86.566 จุดอีกครั้ง ซึ่งน่าจะกดดันสินทรัพย์
เสี่ยง เช่นราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัวต่อไป และยังเชื่อว่ามั่นว่าในระยะ 1 เดือน ราคาน้ำมันดูไบน่า
จะแกว่งตัวในกรอบ 70-75 เหรียญฯต่อบาร์เรล  ขณะที่การกำหนด Ceiling Prices ของถ่านหิน
ในจีนน่าจะเป็นปัจจัยกดดัน ผลประกอบการ และราคาหุ้น BANPU จึงยังให้น้ำหนักหุ้นปิโต
รเลี่ยม ทั้งน้ำมัน และถ่านหิน น้อยกว่าตลาด  

คาดเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. 2553 อ่อนตัวลงจากเดือนก่อน กดดันให้ กนง. ยืนดอกเบี้ยจนถึงสิ้นปีนี้
ในวันพรุ่งนี้ ถึงกำหนดที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องรายงานตัวเลขเงินของเดือน มิ.ย.
2553  ซึ่งจากการศึกษาของฝ่ายวิจัย ASP ประเมินว่ามีแนวโน้มอ่อนตัวจากเดือนก่อนหน้า กล่าว
คือจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.4% จากระยะเดียวกันของปีก่อน (yoy) ลดลงจาก 2.5% yoy ในเดือน พ.
ค.  เนื่องจากฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย ในเดือน มิ.ย. 2553 อยู่ที่ 74 เหรียญฯต่อบาร์เรล สูง
ขึ้นราว 6.92% จากระยะเดียวกันของปี 2552 (เฉลี่ยในเดือนมิ.ย. 2552 อยู่ที่ 69.21 เหรียญฯ
ต่อบาร์เรล) ขณะที่คาดว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดิบโลกน่าจะแกว่งตัวในเชิงอ่อนตัวในช่วง 3 เดือน
ข้างหน้า เนื่องจากความต้องการน้อยตามฤดูกาล และบวกกับความเสี่ยงจากวิกฤติการเงินใน
ยุโรป โดยภาพรวมน่าจะกดดันความต้องการใช้น้ำมันโลกในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ชะลอตัวลง
เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปีนี้ และกดดันให้ราคาดิบดูไบแกว่งตัวในกรอบ 70-80 เหรียญฯ  
ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา  นั่นจึงหมายความว่าเงินเฟ้อในงวด 6 เดือนหลัง
ของปีนี้น่าจะอ่อนตัวลงในกรอบ 1-1.6% และจะทำให้เงินเฟ้อทั้งปี 2553 จะอยู่ในระดับไม่เกิน  
2.0-2.4% แม้ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ จะอยู่ที่ระดับ 3.5% ก็ตาม (ภายใต้สมมติฐานที่ว่า
ราคาน้ำมันดิบโลกในช่วงที่เหลือ จะแกว่งตัวในกรอบ 75-80 เหรียญฯต่อบาร์เรล) ทำให้ความจำ
เป็นในการใช้มาตรการการเงินตึงตัวลดน้อยลง ซึ่งเป็นภาพที่สอดคล้องกับประเทศชั้นนำของโลก
(ทั้งสหภาพยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่น) ซึ่งได้ประกาศให้ยืนดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำในขณะนี้ต่อไป
จนถึงสิ้นปี 2553 นอกจากนี้หากพิจารณาสภาพคล่องสภาพในระบบการเงิน พบว่ายังอยู่ในระดับ
สูง 1.07 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้เชื่อว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน หรือ กนง.น่าจะยืน
ดอกเบี้ยนโยบายต่อไปในการประชุมที่เหลืออีก 4 ครั้งจนถึงสิ้นปี 2553 ด้วยเหตุนี้ภาวะดอกเบี้ย
ในประเทศที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จึงเป็นอีกปัจจัยบวกประการหนึ่ง ที่กระตุ้นกำลังซื้อ และการลงทุน
ของภาคเอกชน ช่วยชดเชยภาคส่งออกที่อาจจะชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป

หุ้นก่อสร้างยังมีแนวโน้มเดินหน้าต่อ จากความคืบหน้าจองการประมูล รถไฟฟ้าสายสีแดงและ
เขียว
ฝ่ายวิจัยคาดว่าพรุ่งนี้จะมีการเปิดซองด้านราคา สำหรับงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วน
ใต้ดิน สัญญาที่ 1 (หัวลำโพง-สนามไชย) และสัญญา 2 (สนามไชย-ท่าพระ)  ซึ่งยังมีความเชื่อว่าผู้
รับเหมาก่อสร้างที่จะมีโอกาสลุ้น 2 สัญญาคือ CK (ซื้อราคาอ่อนตัว: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ) และ ITD
(ขาย: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ) เนื่องจากประสบการณ์การก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสีน้ำเงิน หรือ MRT ใน
ช่วงที่ผ่านมา รวมถึง STEC ที่มีโอกาสลุ้นได้เช่นกัน เนื่องจากมีฐานะการเงินแข็งแกร่งสุด และ
ยังมี PER ต่ำสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับใกล้เคียงกัน  นอกจากนี้ STEC ยังมีโอกาสสูงที่จะได้
งานการประมูลสัญญาส่วนที่เหลืออีก 1 ส่วนคือ สัญญา 5 ซึ่งเป็นการก่อสร้างระบบรางรถไฟฟ้า
โดยนับจากนี้เป็นต้นไปจะเห็นความคืบหน้าของการเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ที่เหลือ ได้แก่
รถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอ
ชิต-สะพานใหม่ ซึ่งมีมูลค่าเฉพาะงานโยธา รวมกันไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ที่ภาครัฐกำลังจะ
เร่งผลักดันให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ดังนั้นในงวด 2H53 เป็นต้นไป เชื่อว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้าง
ส่วนใหญ่จะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น จากหลายปัจจัยบวกดังกล่าว ทำให้ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักการลง
ทุน หุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง มากกว่าตลาด โดยฝ่ายวิจัยเลือก STEC (Fair Value 8.85
บาท) และ SYNTEC (Fair Value 1.45 บาท) เป็นหุ้น Top Picks ของกลุ่มฯ ขณะที่กระแส
หุ้นรับเหมาฯ ที่กำลังจะฟื้นตัว ยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นก่อสร้าง ขนาดกลาง และเล็ก   เช่น กลุ่มที่ทำ
งานฐานราก (คิดเป็นประมาณ 10% ของการก่อสร้างทั้งระบบ) เช่น SEAFCO (ซื้อ:
FV@B5) ๆ เช่น SYNTEC(ซื้อ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )  NWR( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )


Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1335
mod_vvisit_counterAll days1335

We have: 1327 guests online
Your IP: 216.73.216.28
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 29, 2026

4273920