|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/07/53
|
|
|
|
|
Thursday, 08 July 2010 12:24 |
|
คาดรีบาวด์ตามตลาดโลก เก็งกำไรสั้น ตลาดหุ้นต่างประเทศรีบาวด์ดีในส่วนของธนาคารและพลังงาน โดยเราคาดราคาน้ำมัน ดิบไนเม็กซ์สัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 70-77 เหรียญสหรัฐฯ ปัจจัยบวกการลงทุนเรา มุ่งไปที่กลุ่มยานยนต์-นิคม ที่มีบริษัทต่างประเทศเข้าลงทุนมากขึ้นรอซื้อ THAI เนื่องจาก P/BV ต่ำเพียง 0.6 เท ่า เชื่อการบินสากล Bottom แล้ว กรอบวันนี้ แนวรับ 809 แนวต้าน 820
ปัจจัยวันนี้: ( + ) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น: ดาวโจนส์ขึ้น 2.8% นำโดยกลุ่มธนาคารและพลังงาน จากการคาดว่าผลประกอบการรายไตรมาสจะสูงกว่าการคาดการณ์ ซึ่งเป็นแรงหนุนต่อนักลงทุน หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น 5.6% หลังหุ้นธนาคารยุโรปทะยานขึ้นด้วยจากความเชื่อมั่นที่ว่า ธนาคารส่วนใหญ่จะผ่านการทดสอบภาวะวิกฤติ (stress test) ของธนาคารยุโรป หุ้นกลุ่ม พลังงานได้แรงหนุนจากราคาสัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ส.ค.ซึ่งปรับตัวขึ้น 3.4% เป็น 74 เหรียญฯ เห็นสัญญาณทางเทคนิคชัดเจนว่าราคาน้ำมันรีบาวด์ได้ ดัชนี S&P หุ้นกลุ่มพลังงาน บวก 3.2% ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นจากการคาดการณ์ที่ว่า ข้อมูลสต็อกจะบ่งชี้ถึงสต็อกน้ำมันที่ ลดลงในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับอุปสงค์ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนแอลง แต่ขอเตือน ว่าการทะยานขึ้นอาจเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ เมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน หุ้นบีพีพุ่ง 4% จากข่าวที่ว่านายโทนี เฮย์เวิร์ด ซีอีโอของบีพีได้ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการลง ทุนของอาบูดาบี ขณะที่มีการคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่ากองทุนของอาบูดาบีจะเข้าลงทุนครั้งใหม่ ( + ) กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมีในส่วนของ น้ำมัน และก๊าซ โรงกลั่น และ ปิโตรเคมีต้นน้ำ: เราให้น้ำหนักการลงทุน 6/10 (Neutral) แต่ปรับน้ำหนักการลงทุนในธุรกิจถ่าน หิน และปิโตรเคมีปลายน้ำ ขึ้นมาเป็น 7/10 (Slightly Overweight) ทั้งนี้เชื่อว่าอุตสาหกรรมที่ ใกล้ชิดและมีสหสัมพันธ์สูงกับราคาน้ำมัน จะยังมีปัจจัยเสี่ยงจากวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปและการ อ่อนตัวของเศรษฐกิจจีน แต่อุตสาหกรรมที่มีความใกล้ชิดกับดีมานด์การบริโภค หรือ Consumption ทั่วโลก อย่างเช่นปิโตรเคมีขั้นปลายน้ำที่สินค้าถูกนำไปใช้กับธุรกิจอาหาร รถ ยนต์ และเครื่องนุ่งห่ม จะมี Driver สูงกว่า โดยเรามองปัจจัยในไตรมาส 3/53 ที่จะมีอิทธิพลต่อ หุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีดังนี้ 1.ตัวเลขดัชนีภาคอุตสาหกรรม PMI ของประเทศสำคัญ เริ่มปรับตัวลง เชื่อว่ายังมีโมเมนตั้มของการลงต่อได้ในเดือนถัดไป 2.ราคาน้ำมันช่วงปิดงวดไตร มาส 2/53 อ่อนแอลง แม้ดีดขึ้นก็อาจเป็นภาวะชั่วคราว 3.ค่าการกลั่น และสเปรดปิโตรเคมีใน ระยะสั้นปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากเป็น Lag Time ของราคาน้ำมันที่ลดลง แต่เชื่อว่าท้ายสุดจะทรุด ตามราคาน้ำมัน 3.ผลประกอบการไตรมาส 2/53 คาดว่าจะออกมาไม่น่าประทับใจ กำไรอาจหด ตัวจากไตรมาส 1/53 เพราะราคาและสเปรดที่อ่อนแอ และอาจมี Stock Loss ดังนั้นในไตร มาส 3/53 นี้ กลุ่มพลังงานอาจจะหมดพลังชั่วคราว ควรหาจังหวะขายทำกำไรตามอัธยาศัยไปก่อน และรอซื้อกลับเมื่อราคาอ่อนตัว ตัวเลือก Top Buy ในกลุ่มเราจึงเหลือเพียง BANPU, GLOW และ IVL เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีข่าวดีเฉพาะตัว ( + ) การประชุมของ ธ.กลางอังกฤษ 9-10 ก.ค. และ ECB 10 ก.ค.: คาดว่าธนาคาร ทั้ง 2 จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม จีดีพี ในไตรมาส 1/53 ของยูโรโซน +0.2% QoQ และ +0.6% YoY ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด ( + ) นิคมฯ: การประกาศขยายกำลังการผลิตรถยนต์ของฟอรด์และมิตซูบิชิในช่วงที่ ผ่านมา รวมถึงการแก้ปัญหามาบตาพุตที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนขึ้นและปัญหาการเมืองที่ ผ่อนคลายขึ้นน่าจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมฯ โดยเราเชื่อการขยายกำลังการผลิตของ ผู้ผลิตรถยนต์จะนำมาซึ่งการขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ตามมา ซึ่งน่าจะส่งผล ให้มีการซื้อที่ดินในนิคมฯเพิ่ม เราแนะนำซื้อ ROJNA และ AMATA
|
Comments