|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 09/07/53
|
|
|
|
|
Friday, 09 July 2010 09:53 |
|
ยังตามเทรดดิ้งขึ้นไปเพื่อรอหาจังหวะทำกำไรเมื่อดัชนีเข้าใกล้ 840 จุดได้!! แนวโน้ม: หลังจาก SET ขยับขึ้นไปเคลื่อนไหวสูงกว่าจุดสูงสุดเดิมที่ 820 จุดแล้ว เริ่มมี แรงขายออกมากดดันให้ตลาดหุ้นไทยเริ่มผันผวน และย้อนกลับมาปิดต่ำกว่าอีกครั้ง แสดงถึงแรง ขายที่ระดับดัชนีสูงกว่า 820 จุดนี้มีอยู่พอสมควร ดังนั้นจึงยังต้องระมัดระวังการปรับพักตัวลงของ ตลาดต่อเนื่องตามที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม FSS คาดว่า SET จะยังไม่ปรับตัวลงทันที และมีแนวโน้มที่จะขยับขึ้นไปแกว่งสูงกว่า 820 จุดได้อีก เนื่องจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่าง ประเทศยังคงมียอดซื้อสุทธิให้เห็นเป็นระยะๆ อยู่ และเป็นช่วงใกล้ประกาศผลการดำเนินงานราย ไตรมาสด้วย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกใหม่จากการที่ IMF ประกาศปรับประมาณการ GDP โลก ขึ้น พร้อมกับการขยับขึ้นคาดการณ์จีดีพีของอีกหลายประเทศ ซึ่งมีทั้งสหรัฐ และไทยด้วย รวมทั้ง การดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงนี้จากตัวเลขเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาดูดีขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัย หนึ่งที่คาดว่าจะยังหนุนให้ SET แกว่งบวกได้ต่อ อย่างไรก็ตามในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีเรื่อง การทดสอบภาวะวิกฤติของแบงก์ในยุโรปที่อาจจะส่งผลกดดันต่อความมั่นใจของนักลงทุน และทำ ให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงได้ ดังนั้นถ้า SET ขยับขึ้นไปใกล้ 840 จุดควรชะลอการเข้าซื้อ และ เริ่มเตรียมมองหาจังหวะขายทำกำไรด้วย กลยุทธ์: ยังเลือกเทรดดิ้งเป็นรายหลักทรัพย์ได้ แต่ก็ควรเริ่มมองหาจังหวะขายทำกำไรไว้ ด้วย โดยหุ้นที่ยังน่าสนใจในช่วงนี้ ได้แก่ BBL, KBANK, KTB, KK, TCAP, PHATRA, ROJNA, KH, PDI, TVO, LST, HANA, BECL, AOT, TSTH, ESSO, PTTCH, GLOW, CPN เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้ IMF ปรับประมาณการ GDP โลกในปี 2010 ขึ้นเป็น 4.6% จาก 4.2% ที่คาดการณ์ใน เดือน เม.ย. โดยปรับ GDP ของประเทศในเอเชียขึ้นมากที่สุด คาดว่าเศรษฐกิจในเอเชียปีนี้จะ โต 7.5% ดีขึ้นจากเดิมที่คาด +7.0% ประเทศที่ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์มากที่สุดคือบราซิล อินเดีย และจีน โดยคาดว่าจีนจะขยายตัวได้สูงถึง 10.5% ในปีนี้ แต่จะชะลอลงเหลือ 9.6% ในปี หน้า สำหรับไทย IMF คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะโตถึง 7% (เดิมคาด 5.5%) แต่จะชะลอลงเหลือ 4.5% ในปีหน้า การขยายตัว 7% ของไทยในปีนี้เป็นอัตราที่สูงสุดในกลุ่ม ASEAN-5 (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย) ดีขึ้นจากที่คาดครั้งก่อน +5.5% เท่ากันทั้งปีนี้ และปีหน้า และเป็นอัตราสูงสุดเป็นอันดับ 5 ในเอเชีย รองจากจีน สิงคโปร์ อินเดีย และไต้หวัน กลุ่มนิคม หุ้นกลุ่มนิคมฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังการเมืองคลี่คลาย ล่าสุด AMATA กำลัง เจรจาขายที่ดินอีก 500-600 ไร่ให้กับ Holley ซึ่งน่าจะทำให้ทั้งปี 2009 ขายได้ 900 ไร่ตามเป้า ที่บริษัทตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นขยับขึ้นมาจนเต็มมูลค่าแล้ว หุ้นในกลุ่มนี้ยังสดใสแต่เรา เลือก HEMRAJ เป็น Top pick ในแง่กำไรที่ Turnaround และราคาหุ้นที่ยังมี upside จากราคาเป้าหมายที่ทำไว้ 1.75 บาท Foreign Fund Flow วานนี้กลับมาไหลเข้าเป็นครั้งแรกในรอบ 9 วัน เนื่องจาก risk appetite หรือความกระหายความเสี่ยงเริ่มกลับมาอีกครั้ง หลังการคาดการณ์เศรษฐกิจของปีนี้ ยังดีกว่าคาดไว้เดิม ซึ่งผลของการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรปและจีนออก มแย่ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ราคา พันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นมากส่งผลให้ Yield ต่ำกว่า 3% ซึ่งกลายเป็นจุดที่ต่ำเกินจนไม่ คุ้มค่ากับการลงทุน ทำให้นักลงทุนหันเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น แนวโน้มกระแสเงิน ทุนต่างชาติยังน่าจะไหลเข้าโดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชียเพราะเศรษฐกิจโตมากสุดในโลก ค่าเงินยู โรแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงเช้านี้ค่าเงินบาทแข็งค่าตามภูมิภาคด้วย Technical View : “แม้จะเริ่มมีแรงขายทำให้ย้อนปิดต่ำกว่า 820 จุด แต่ยังมีลุ้นขยับ ขึ้นหาแนวต้านอื่นๆ ต่อ เพื่อรอเข้าใกล้ 840 จุด และรอให้ดัชนีปิดวันสูงกว่า 820 จุดได้ก่อน ถึง จะเริ่มมีความเสี่ยงสูงต่อการจบรอบขาขึ้น...” แนวรับ : 812-808** , 804*** แนวต้าน : 826-830**, 840***
Technical Picks: GLOW (Bt 38.75 เป้าเทคนิค 41-42 cut loss ถ้าหลุด 37) CPN (Bt 20.10 เป้าเทคนิค 21.50-22 cut loss ถ้าหลุด 19.60) MDX (Bt 1.32 เป้าเทคนิค 1.42-1.45 cut loss ถ้าหลุด 1.27)
|
Comments