|
บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 14/07/53
|
|
|
|
|
Wednesday, 14 July 2010 10:45 |
|
“คาด SET รีบาวด์กลับไปทดสอบ 825” จากแรงผลักดันของหุ้นกลุ่มสินค้า โภคภัณฑ์ (Commodities) โดยให้จับตาหุ้นครอบครัวปตท.(PTTEP) & กลุ่ม เดินเรือ (TTA) เป็นพิเศษ เพราะได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โลก ส่วนอีกกลุ่มที่น่าสนใจ คือกลุ่มที่ราคาเคลื่อนไหวด้อยกว่าตลาด (Underperform) แต่งบ 2Q จะออกมาสวยอย่าง DTAC เป็นต้น ในทางตรงข้ามควร ขายหุ้นที่ขึ้นมาแรงและ/หรือจบข่าวออกไปก่อน แต่ระยะยาวความเสี่ยงยังคงอยู่ คาด ช่วงเวลาที่เหลือของปี SET เคลื่อนไหวในกรอบ 780-860
ประเด็นสำคัญวันนี้ ขายหุ้นร้อน ช้อนหุ้นดี อย่าง PTTEP TTA & DTAC ความคาดหวังเชิงบวก ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกกลับมาอีกครั้ง จาก 3 เหตุผลหลัก 1) งบ 2Q ของบจ. ใน US ออกมาดีเกินคาด 2) คลายความวิตกต่อวิกฤติหนี้สาธารณะของ EU หลัง กรีซประสบความสำเร็จในการระดมทุน และ 3) สิงคโปร์เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่าง ต่อเนื่อง & แข็งแกร่ง (ประกาศ GDP 2Q วันนี้ ตลาดคาด +23% y-y สอดคล้องกับ IMF ที่เชื่อว่าปีนี้ GDP สิงค์โปร์จะโต 10% สูงสุดในเอเชียตีคู่มากับจีน & อินเดีย) ปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาหนุนการปรับขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลกในระยะสั้น จับตากลุ่ม Commodities (PTTEP & TTA) และกลุ่มที่ราคาหุ้น Underperform แต่งบ 2Q จะ ออกมาดีอย่าง DTAC (ดูตารางข้างล่าง) ตรงข้ามหุ้นที่ควรขายออกไปก่อน เพราะ ทั้งราคาวิ่งแรงไปจนเกินปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ TPIPL TMB & THAI เป็นต้น ถอดรหัสกลุ่มสื่อสาร มองดีขึ้นต่อความเป็นรูปธรรมของ 3G แต่... (หน้า 3) 2 เรื่องที่เปลี่ยนไปที่จะทำให้ 3G เกิด โดยเอกชนแฮ็ปปี้ & รัฐไม่สูญเสียมาก - ขึ้นราคาใบอนุญาต 3G ชดเชยรายได้รัฐที่หายไป ส่วนเอกชนต้นทุนก็ จะต่ำลง - เปลี่ยนเงื่อนไข ให้คืน 2G ทันทีที่ได้ 3G เปิดทางให้เอกชนเจรจากับ TOT/CAT สุดท้ายการประมูลจะเกิดขึ้นก.ย.นี้ได้ ต่อเมื่อตราเป็นพระราชกิจจานุเบกษา แล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยเราใช้ราคาเป้าหมายที่คำนวณจากสัญญาสัมปทาน ปัจจุบัน ADVANC/TRUE เป้าไม่เปลี่ยน แต่ DTAC ขึ้น 14% จาก 39 เป็น 44.50 บาท หากรวม 3G ราคาเป้าใหม่ DTAC จะพุ่งเป็น 54 บาท Upside 42% DTAC เด่นสุด เพราะกำไรโตกว่า Valuations ถูกกว่า & เสี่ยงต่ำที่จะถูกฟ้อง ร้อง เทคนิคสวย ราคาทำท่าจะดีดกลับไปทดสอบ High เดิมแถวๆ 41 บาท กนง.ประชุมวันนี้ คาดไม่มีเซอร์ไพร์ส ไม่ว่าจะคงหรือขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม ทฤษฎี ถ้าดอกเบี้ยขึ้น หุ้นจะตก (เพราะเงินไหลออกไป money market ที่เชื่อว่าจะ ให้ผลตอบแทนดีกว่า) แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เสมอไป (ดูกราฟบนสุดขวามือ) ขึ้นอยู่ กับหลายปัจจัย ทั้ง การขยายตัวของ GDP เงินเฟ้อ กำไรบจ. & ความถูก/แพงของ ราคาหุ้น (หมายเหตุ: ปีนี้ กนง.เหลือประชุมอีก 3 นัด 25 ส.ค. 20 ต.ค. & 1 ธ.ค. เพื่อ ตัดสินทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระดับต่ำสุด @ 1.25% มาตั้งแต่ เม.ย.ปีที่แล้ว)
สรุปภาพตลาดวานนี้ SET ซึมลงต่ออีก 2 จุด @ 817.35 จุด วอลุ่มเพิ่ม 20% เป็น 2.6 หมื่นลบ. กองทุนฯขาย ฝรั่งซื้อ แต่ไม่มีนัยสำคัญ หนักไปทางเก็งกำไร (SICCO/CNT มาแรง ส่วน TMB/BTS ถูกขาย) อีกหนึ่งข้อสังเกต คือ เริ่มขายแบงก์ มาเข้าพลังงาน เขียวยกแผง ทั้งหุ้น (+1.5%) & น้ำมัน (+3%) จากความคาดหวังเชิงบวกต่อ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
|
Comments