|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 14/07/53
|
|
|
|
|
Wednesday, 14 July 2010 11:11 |
|
Market Recap and Trend: กำลังเข้ารับรู้ผลประกอบการ 2Q53 ในกลุ่มใหญ่ตลาดวานนี้คงลักษณะการเคลื่อนไหวในกรอบที่แคบลงระหว่าง 813-823 จุดปิดที่ 817.35 จุด
ลดลง 0.28% และมีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้น 17% เป็น 2.6 หมื่นล้านบาทจากวันก่อนและนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องในมูลค่าที่สูงขึ้นเป็น 521 ล้านบาท โดยในเชิงเปรียบเทียบแล้วเราสังเกตุเห็นการเคลื่อนไหวของหุ้นหลักเช่นธนาคารและพลังงานยังไม่มีการปรับตัวขึ้นก่อนการประกาศงบไตรมาส 2 ที่จะเข้ามาถึง ในขณะที่ตลาดหุ้น DowJones และยุโรปปรับตัวขึ้นรอรับผลประกอบการ 2Q53 ที่ใกล้ประกาศ ดังนั้นเรายังคงคาดหวังแรงซื้อในสองกลุ่มหลักนี้ซึ่งจะเป็น 2 กลุ่มที่ป้องกันความเสี่ยงทางลงของตลาด และประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET วันนี้ที่ 813-835 จุด โดยปัจจัยที่มองว่าจะมีผลต่อ SET ประกอบด้วย
1. การประชุมกนง. วันนี้ คาดว่ามีโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ย RP-1 วัน อีก 0.25% เป็น 1.50% โดยกลุ่มที่ดินนั้นได้มีแรงขายทำกำไรออกมาตลอด 2 วัน ซึ่งมองว่าเป็นการรับรู้ถึงปัจจัยนี้แล้ว สำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น เราแนะนำกลับเข้าซื้อเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าจะมี ผลประกอบการ 2Q53 ที่ดีกว่ากลุ่ม เช่น AP, LPN และ QH
2. SCB เกิดแรงซื้อสูงเมื่อวาน และหากเปรียบเทียบกับตลาดราคาหุ้นในกลุ่มธนาคาร ยังไม่มีการปรับตัวขึ้นเพื่อตอบสนองผลประกอบการ 2Q53 ที่จะเริ่มประกาศในช่วงวันที่ 19-21ก.ค. นี้ โดย AYS คาดว่าผลประกอบการทั้งกลุ่มจะเติบโต 26%YoY และทรงตัวจาก 1Q53 เราแนะนำซื้อเช่น BBL จะมีผลประกอบการเติบโตสูงสุด +32%YoY, +6%QoQ) ตามด้วย KTB (+28%YoY, 7%QoQ), KBANK (+26%YoY, +7%QoQ), TCAP (+86%YoY, +3%QoQ) และ TISCO ประกาศแล้ว (+52%YoY, +7%QoQ ) ด้วยราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นวานนี้ใน 2 ตลาด NYMEX +2.94% ปิด US$77.15 และ Brent +3.07% ปิดที่ US$78.25 หุ้นพลังงานที่เราแนะนำคือ PTTEP, PTT และ BANPU
3. มองว่าหุ้นปันผลจะยังได้รับความนิยมเช่น ADVANC (คาดเงินปันผลจ่ายครึ่งปี 3 บาท) นอกจากนี้กลุ่มสื่อสารยังอยู่ช่วงการเก็งกำไรสั้นจากประเด็น 3G โดยเราแนะนำ DTAC และหลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้น THCOM Investment Strategy: คงเน้นซื้อหุ้นใหญ่ในกลุ่มหุ้นพลังงานและธนาคาร และ Trade on Fact กลุ่มที่ดิน
ภาพ SET ที่ผ่านมามีทิศทางเคลื่อนไหวในกรอบขึ้น/ลงที่จำกัดทำให้ภาพระยะกลางยังคงมีโมเมนตั้มเชิงบวกเพื่อการปรับตัวขึ้นต่อคงอยู่ ในวันนี้เน้นจังหวะการเข้าเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานโดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารที่คาดว่าผลการดำเนินงาน 2Q53 จะออกมาดีเช่น TCAP, TISCO, BBL, KBANK, และ KTB และหุ้นกลุ่มพลังงานเช่น PTT, PTTEP, และPTTCH ส่วนหุ้นกลุ่มสื่อสารเราแนะนำ DTAC และ ADVANC เพื่อเงินปันผล และสำหรับหุ้นกลุ่มที่ดินที่ได้ปรับตัวลงลึกพอสมควร เราแนะนำเก็งกำไรสั้นๆ หรือ Trade on fact เท่านั้น
AUTO : Top Pick - KBANK
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 1.44% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 1.54% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นอัลโค อิงค์ ผู้ผลิตอะลูมินั่มรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐและเป็นตัวบ่งชี้เศรษฐกิจนั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% หลังรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด และปรับเพิ่มประมาณการการใช้อะลูมินั่มทั่วโลกทั้งนี้ ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับผลประกอบการช่วยหนุนหุ้นอื่นๆที่จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ รวมถึงหุ้นแบงก์รายใหญ่ อาทิ เจพีมอร์แกน และแบงก์ ออฟ อเมริกา คอร์ป
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ปิดเพิ่มขึ้น 2.20 ดอลลาร์ หรือ 2.94% มาปิดที่ 77.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ความหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปีนี้ขึ้น 80,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 1.77 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ก็ระบุว่าจะลดลงราว 400,000 บาร์เรล ต่อวันในปีหน้า
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบดอลลาร์ ยูโรเริ่มฟื้นตัวหลังกรีซขายตั๋วเงินคลังระยะ 6 เดือนวงเงิน1.625 พันล้านยูโร (2.03 พันล้านดอลลาร์) ได้ในอัตราที่ดีกว่าที่ต้องจ่ายให้กับการกู้ยืมภายใต้กองทุนช่วยเหลือของสหภาพยุโรป/กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ทั้งนี้ช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปและการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของโปรตุเกส ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 50 จุดมาที่ 1790 จุด ความต้องการขนส่งสินค้าเกษตรลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดันโดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 12% ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ จะมีจำนวน กองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน
|
Comments