Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 19/07/53
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 19/07/53 PDF Print E-mail
Monday, 19 July 2010 09:59

Market Recap and Trend: การปรับลดลงแรงของตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนวันศุกร์
ที่ผ่านมาจะเป็นปัจจัยกดดัน SET วันนี้
SET แข็งแกร่งกว่าที่เราคาดไว้มากในช่วงปลายสัปดาห์ โดยแรงซื้อกลุ่มหุ้นขนาด
กลาง และกลุ่มธนาคาร ส่งผลให้ SET ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องสวนทางกับตลาดหุ้นต่างประเทศ โดย
SET ปิดตลาดที่ 827.54 จุด ปรับสูงขึ้น 0.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 36,700 ล้าน
บาท โดยนักลงทันต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิ 765 ล้านบาท การปรับลดลงของตลาดหุ้น Dow Jones
เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมากว่า 2.5% จะเป็นปัจจัยกดดัน SET วันนี้ โดยมองระดับแนวรับไว้ที่
บริเวณ 820-825 จุด ทั้งนี้แม้ว่า SET จะปรับสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และ
โมเมนตัมตลาดโดยรวมยังดูดี อย่างไรก็ตามการปรับลดลงแรงของตลาดหุ้น Dow Jones กว่า
2.5% เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังจากผลการดำเนินงานสถาบันการเงินอย่าง Bank of
America, Citigroup Inc. และ GE Electric ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ กอปรกับดัชนี
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือนเรามองว่าการปรับลดลงของ
ตลาดหุ้น Dow Jones จะเป็นปัจจัยกดดัน SET วันนี้โดยมีระดับแนวรับที่บริเวณ 820-825 จุด

Investment Strategy: เลือกลงทุนในกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะมีผลการดำเนินงาน 2Q53 ออกมา
ดี...เลื่อนจุด Trailing Stop มาที่ 814 จุด
เราเลื่อนจุด Trailing Stop มาที่ 814 จุด จากเดิมที่ 810 จุด โดยในกรณีที่ SET
ปรับลดลงต่ำกว่า 814 จุด เราแนะนำนักลงทุนลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตลงเหลือ 60% จากปัจจุบันที่
80% เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านขาลงไปก่อน...ทั้งนี้การปรับลดลงของ SET วันนี้ไปที่บริเวณแนว
รับ 820 จุด เรามองว่าจะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อเก็งกำไร กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะมีผลการดำเนิน
งาน 2Q53 ออกมาดี อย่าง CPF, DTAC (แผนการต่ออายุสัญญาสัมปทาน 2.5G ไปอีก 15 ปี
ถือว่าเป็นปัจจัยบวกด้านต้นทุน แม้ว่าการใช้ 3G อาจเลื่อนออกไปอีกก็ตาม), TCAP, BBL
(ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.125-0.50% และเงินฝากประจำ 0.125%), KTB, LPN
(ประสบความสำเร็จในการเปิดจองโครงการเพลสพระราม 9 เฟส 2 มูลค่า 2.6 พันล้านบาท),
SAT,และ STANLY…สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่
BBL – ซื้อ คาดกำไร 2Q53 ออกมาดี ขยายตัว 32% YoY อยู่ที่ 6.4 พันล้านบาท
THAI – เก็งกำไร คาดผลการดำเนินงาน 3Q53 ฟื้นตัว มีประเด็นการเพิ่มทุน
หนุนราคาหุ้น

Futures Strategy :
แนะนำ Trading ในกรอบ 554-560 จุด...ยังต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น (ดูราย
ละเอียดใน Derivative Strategy)

AUTO :
เห็นการเปลี่ยนกลุ่มหุ้นลงทุนมากขึ้น

Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน -0.6% ต่ำกว่าอัตราผลตอบแทน
SET ที่ +0.8% (Update วันที่ 19 ก.ค. 53)
พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน -0.6% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ SET มีอัตรา
ผลตอบแทน +0.8% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนต่ำกว่า SET อยู่ 1.4% ในขณะที่
ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +193% ดีกว่าตลาดที่ให้
อัตราผลตอบแทน +18% อยู่ 148% โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา CPALL เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบ
แทนสูงที่สุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน +2.6%…สำหรับสัปดาห์นี้ถือหุ้นทั้ง 4 ตัวต่อเนื่องจาก
สัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) CPALL (การขยาย
สาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้นส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน) BBL (คาดผลการดำเนินงาน 2Q53
ออกมาดีตามเศรษฐกิจที่ขยายตัว และบันทึกกำไรจากการขายหุ้น ACL ประมาณ 2 พันล้าน
บาท) และ PTTCH (กำไรขยายตัวสูง 100% ปี 53 และ 50% ปี 54 และมีลุ้นข่าวดีจากการ
ปลดล็อก โครงการโรงแยกก๊าซ 6 จากโครงการที่มีอันตรายในเขตมาบตาพุด) ขณะที่เราเพิ่ม
ADVANC เข้ามาพอร์ต (คาดรับปันผลระหว่างกาล 3 บาท/หุ้น) นำ TUF และ TICON
ออกจากพอร์ต เนื่องราคาหุ้นปรับสูงขึ้นเข้าใกล้มูลค่าพื้นฐานแล้ว

ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 2.52% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิด
ลดลง 2.88% โดยได้รับแรงกดดันจากผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของธอมสันรอยเตอร์/
มหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนก.ค. พบว่า ตัวเลขเบื้องต้นของดัชนีความเชื่อมั่นดิ่งลงสู่ 66.5
จาก 76.0 ซึ่งเป็นตัวเลขขั้นสุดท้ายของเดือนมิ.ย. โดยเป็นการปรับตัวลงมากกว่าที่คาดไว้ ขณะที่
กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคอ่อนตัวลง 0.1 % ในเดือนมิ.ย. ซึ่ง
อ่อนแอกว่าที่คาดไว้ว่าดัชนีจะทรงตัว นอกจากนี้ นักลงทุนเทขายหุ้นจีอี, แบงก์ ออฟ อเมริกา
คอร์ป และซีตี้กรุ๊ปหลังรายงานกำไรรายไตรมาสที่ลดต่ำลง
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ปิดลด
ลง 61 เซนต์ หรือ 0.80% มาปิดที่ 76.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยการร่วงลงของตลาด
หุ้นสหรัฐ ทำให้นักลงทุนเกิดความวิตกว่าเศรษฐกิจอาจชะลอการฟื้นตัว ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ ระบุ
การแกว่งตัวของตลาดหุ้นยังคงเป็นปัจจัยที่กำหนดบรรยากาศในตลาดน้ำมันดิบในขณะที่การฟื้น
ตัวทางเศรษฐกิจยังคงมีความสำคัญต่อทั้งตลาดหุ้นและตลาดน้ำมัน
ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบเยน การเปิดเผยผลการสำรวจที่แสดงว่าดัชนีความเชื่อมั่น
ผู้บริโภคของสหรัฐร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือนได้กระทบค่าเงินดอลลาร์ และกดดันให้
ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนเมื่อเทียบเยน ส่วนการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคและตัวเลข
เงินทุนไหลเข้าสหรัฐก็ไม่ได้ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนแต่อย่างใด
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 20 จุดมาที่ 1720 จุด ความต้องการขนส่งสินค้าเกษตร
ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมีแนวโน้ม
อ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดันโดยอุปทานกอง
เรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 12%
ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ จะมีจำนวน
กองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน                

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1688
mod_vvisit_counterAll days1688

We have: 1685 guests online
Your IP: 216.73.216.38
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 25, 2026

4256360