Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 30/07/53
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 30/07/53 PDF Print E-mail
Friday, 30 July 2010 09:49

Market Recap and Trend: คาด SET จะยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในรูปแบบ sideways
ต่อไป...ติดตามตัวเลข GDP 2Q53 สหรัฐฯวันนี้
SET เคลื่อนไหวแบบ Sideways ต่อเนื่องเมื่อวานนี้ โดย SET ปิดตลาดปรับสูงขึ้น
0.10% ที่ 854.59 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นต่อเนื่อง 27,624 ล้านบาท โดยนักลงทุน
ต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิต่อเนื่อง 408 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวใน
รูปแบบ Sideways ต่อเนื่องจากเมื่อวานในกรอบ 848-860 จุด โดยรูปแบบการเข้าซื้อหุ้นยังจะ
เป็นการเข้าซื้อหุ้นแบบ Selective ต่อเนื่อง ตามแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q53 และโอกาส
การปรับประมาณการกำไรและมูลค่าพื้นฐานในอนาคตหุ้นรายตัว ขณะที่ภาพเศรษฐกิจยังแข็ง
แกร่งต่อเนื่องล่าสุด ก.คลังคาด GDP 2Q53 จะขยายตัว 8% (สูงกว่า ธปท. ที่คาดว่าจะขยายตัว
7%) ขณะที่คาดการณ์ทั้งปี 53 ขยายตัว 5.5% สำหรับตลาดหุ้น Dow Jones ปรับลดลงเล็ก
น้อย 0.29% เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าตัวเลข GDP 2Q53 ที่จะประกาศคืนนี้จะแสดง
ให้เห็นถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการขยายตัว 2.5% (1Q53 ขยายตัว
2.7%)

Investment Strategy: ยังคงกลยุทธ์ Lets the profit run แบบมีจุด Trailing Stop
ต่อเนื่อง...Trailing Stop ใหม่เลื่อนขึ้นมาที่ 840 จุด
กลยุทธ์การลงทุนหลักของเรายังคงเหมือนเดิม คือ Lets the profit run แบบมีจุด
Trailing Stop ทั้งนี้เราเลื่อนจุด Trailing Stop ขึ้นมาที่ 840 จุด จากเดิมที่ 836 จุด โดยใน
กรณีที่ SET ปิดตลาดต่ำกว่าจุด Trailing Stop เราแนะนำนักลงทุนลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตลง
เหลือ 60% จากปัจจุบันที่ 80% เพื่อล็อกกำไรไว้ก่อน...ทั้งนี้แม้ว่า SET จะมีความเสี่ยงต่อแรง
ขายทำกำไรมากขึ้น แต่เรายังคงคาดหวังการปรับสูงขึ้นระยะสัปดาห์ไปที่ 860-880 จุดเหมือน
เดิม โดยกลุ่มหุ้นที่เรามองว่ายังมี Upside สูงยังคงเป็นหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะ PTT,
PTTEP, และ BANPU ...สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่
• BANPU – ซื้อ คาดผลการดำเนินงาน 2Q53 ออกมาดีเมื่อเทียบกับ 1Q53, ราคา
ถ่านหินอยู่ในระดับสูง, มี Upside ส่วนเพิ่มจากการเข้าซื้อ Centennial Coal
• PSL – เก็งกำไร จำนวนวันเดินเรือผ่านจำตำสุดไปแล้ว ค่าระว่างเรือคาดว่าจะผ่านจำ
ต่ำสุดในปีนี้ กำไรดีแนวโน้มฟื้นตัวตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปจากการฟื้นตัวค่าระว่าง และจำนวนเรือ

Futures Strategy :
ถือสถานะ LONG โดยมี Trailing Stop ที่ 575 จุด (ดูรายละเอียดใน Derivative
Strategy)

AUTO :
หุ้นขนาดใหญ่อย่าง PTT มี Sentiment แข็งแกร่งขึ้น

Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +4.8% สูงกว่าอัตรา
ผลตอบแทน SET ที่ +1.5% (Update วันที่ 27 ก.ค. 53)
พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +4.8% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ SET มีอัตรา
ผลตอบแทน +1.5% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 3.3% ในขณะที่
ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +207% ดีกว่าตลาดที่ให้
อัตราผลตอบแทน +20% อยู่ 156% โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา BBL และ CPALL เป็นหุ้นที่มี
อัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน +8.9% และ 6.7% ตามลำดับ…สำหรับ
สัปดาห์นี้ถือหุ้นทั้ง 5 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากหอุตสาหกรรม
รถยนต์ฟื้นตัว มีแนวโน้มปรับประมาณการกำไร และมูลค่าพื้นฐาน) CPALL (การขยายสาขา
และเพิ่มกำไรขั้นต้นส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน) BBL (ผลการดำเนินงาน 2Q53 ออกมาดีกว่า
ที่คาดการณ์ไว้ จากการบันทึกกำไรจากการขายหุ้น ACL) PTTCH (กำไรขยายตัวสูง 100% ปี
53 และ 50% ปี 54) และ ADVANC (มีปัจจัยบวกจากความชัดเจนมาขึ้นกรณีสัมปทาน 3G
และเตรียมรับปันผลระหว่างกาล 3 บาท/หุ้น) ขณะที่เราเพิ่ม KEST เข้ามาในพอร์ตอีก 1 ตัว
แม้ว่าราคาหุ้นในปัจจุบันจะสูงกว่ามูลค่าพื้นฐานแล้ว แต่เนื่องจากเราคาดว่าผลการดำเนินงาน
2Q53 จะออกมาดี จึงนำเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็งกำไรระยะสั้นๆ

ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 0.29% ขณะที่ดัชนี S&P 500
ปิดลดลง 0.42% ขณะที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ซ้ำซ้อน ทั้งนี้ ในวันศุกร์นี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน
ประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 โดยจะเป็นตัวบ่งชี้ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจซึ่งดูเหมือนชะลอลง
หลังการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอหลายตัว โดยมีการคาดการณ์ว่า การขยายตัวของ
เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงในไตรมาส 2
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ก.ย.
ปิดเพิ่มขึ้น 1.37 ดอลลาร์ หรือ 1.78% มาปิดที่ 78.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับ
แรงหนุนจากลมแปรปรวนในเขตร้อนและคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกในมหาสมุทรแอตแลนติก
ถึงแม้ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐคาดว่ามีโอกาสน้อยที่จะเกิดพายุไซโคลนในช่วง 48
ชั่วโมงข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากการร่วงลงของดอลลาร์ เมื่อเทียบกับเงินหลายสกุล
และจากตัวเลขเศรษฐกิจในทางบวกของยูโรโซนและเยอรมนี
ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบยูโร ยูโรเริ่มปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า หลังดัชนีความเชื่อมั่น
ทางเศรษฐกิจของยูโรโซนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 28 เดือน และการว่างงานลดลงในเยอรมนี
โดยตรงกันข้ามกับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาซึ่งถ่วงดอลลาร์
ลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆ ขณะที่นักลงทุนคาดว่า ในวันศุกร์นี้สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลจีดีพี
ไตรมาส 2 ชะลอตัวลง ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐได้ตอกย้ำมุมมองที่ว่า อัตรา
ดอกเบี้ยของสหรัฐจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ไปจนถึงปี 2011 ขณะที่สินทรัพย์สกุลยู
โรยังคงให้ผลตอบแทนสูงกว่าต่อนักลงทุน
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 41 จุดมาที่ 1942 จุด ความต้องการขนส่งสินค้า
เกษตรลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมี
แนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดัน
โดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้น
แล้วกว่า 12% ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ
จะมีจำนวนกองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ
ปัจจุบัน                



Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday839
mod_vvisit_counterAll days839

We have: 838 guests online
Your IP: 216.73.216.173
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 11, 2026

4258648