|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 10/08/53
|
|
|
|
|
Tuesday, 10 August 2010 10:09 |
|
Market Recap and Trend: SET มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 878-880 จุด อีกครั้งวันนี้...คาด FED คงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0-0.25% คืนนี้ SET เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เมื่อวานนนี้ ปิดตลาดทรงตัวจากวันก่อนหน้าที่ 875.18 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 32,058 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิ ต่อเนื่อง 645 ล้านบาท สำหรับแนวโน้มของ SET วันนี้ คาดว่าจะปรับสูงขึ้นทดสอบแนวต้านทาง เทคนิคบริเวณ 878-880 จุด ตามการปรับสูงขึ้นของตลาดหุ้นต่างประเทศ และราคาน้ำมันที่ปรับ สูงขึ้นอยู่ที่ระดับ US$81.48/บาร์เรล ทั้งนี้ตลาดหุ้น Dow Jones ปรับสูงขึ้น 0.42% เมื่อคืนที่ ผ่านมา โดยนักลงทุนส่วนใหญ่รอผลการประชุม FOMC คืนนี้ โดยแม้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่จะคาด การณ์ว่า FED จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0-0.25% ต่อเนื่อง แต่มีการคาดหวังว่า FED อาจ มีการส่งสัญญาณการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อตราสาร หนี้ เพื่อทำให้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมลดต่ำลง ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่คาดว่าจะ ปรับสูงขึ้นอีก 0.50% ภายในปีนี้ จะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และเป็นปัจจัยบวกต่อการการไหลเข้าของ เงินทุนจากต่างประเทศ
Investment Strategy: ยังเข้า Trading กลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดได้...แต่ยัง ต้องมีจุด Trailing Stop ไว้ในใจอยู่ดี จากโมเมนตัมตลาดที่แข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ผลการดำเนินงานบริษัท จดทะเบียนที่ออกมาดี 2) แนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ล่าสุดกระทรวง พาณิชย์ปรับเป้าหมายการส่งออกปีนี้เป็น US$1.89 แสนล้าน หรือขยายตัว 20% และ 3) การ ไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งเห็นได้จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาต่ำกว่าระดับ 32 บาท/ดอลลาร์ฯ เช้านี้ ทำให้นักลงทุนยังสามารถเข้า Trading กลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง กว่าตลาดได้ อย่างหุ้นกลุ่มธนาคาร (BBL, TCAP) อสังหาฯ (PS, STEC, ITD) บันเทิง (BEC, MAJOR) ขนส่ง (AOT, THAI, TTA, RCL, PSL, BMCL) และอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, HANA) ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานยังมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าตลาดต่อไป...สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ • AOT – ตัวเลขนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว...ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานที่ 47 บาท มากถึง 19% โดยปัจจุบัน AOT ยังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีที่ 52 บาทมาก
Futures Strategy : ถือสถานะ LONG โดยคงจุด Trailing Stop ที่ 588 จุด (ดูรายละเอียดใน Derivative Strategy)
AUTO : ตลาดมีลักษณะการเล่นแบบ SELECTIVE มากขึ้น
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +0.8% ต่ำกว่าอัตรา ผลตอบแทน SET ที่ +2.2% (Update วันที่ 9 ส.ค. 53) พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +0.8% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ SET มีอัตรา ผลตอบแทน +2.2% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนต่ำกว่า SET อยู่ 1.4% ในขณะที่ ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +210% ดีกว่าตลาดที่ให้ อัตราผลตอบแทน +24.7% อยู่ 148% โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา STANLY และ BBL เป็นหุ้นที่มี อัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน +8.8% และ 3.3% ตามลำดับ…สำหรับ สัปดาห์นี้ถือหุ้นทั้ง 5 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากหอุตสาหกรรม รถยนต์ฟื้นตัว มีแนวโน้มปรับประมาณการกำไร และมูลค่าพื้นฐาน) BBL (ได้ปรับประโยชน์จาก แนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยตรงผ่านการขยายตัวสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL (การขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้นส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน) PTTCH (กำไรขยายตัวสูง 100% ปี 53 และ 50% ปี 54) ADVANC (มีปัจจัยบวกจากความชัดเจนมาขึ้นกรณีสัมปทาน 3G และเตรียมรับปันผลระหว่างกาล 3 บาท/หุ้น) ขณะที่นำ KEST ออกจากพอร์ตไปก่อน (ซื้อมา เพื่อ Trading เก็งกำไรผลการดำเนินงานเท่านั้น)
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.42% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิด เพิ่มขึ้น 0.55% โดยได้แรงหนุนจากความเป็นไปได้ที่เฟดจะออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นหลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานเดือนก.ค.ต่ำกว่า คาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เฟดอาจเริ่มการซื้อตราสารหนี้อีกครั้งเพื่อทำให้อัตราดอกเบี้ยลด ต่ำลงเพื่อกระตุ้นการกู้ยืม และอาจยุติการจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินสำรองส่วนเกินของธนาคารต่างๆ เพื่อกระตุ้นการปล่อยกู้ ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ก.ย. ปิด เพิ่มขึ้น 78 เซนต์ หรือ 1.0% มาปิดที่ 81.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจาก ความกังวลเรื่องสภาพอากาศ ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำเหนือหมู่เกาะบาฮามาสอาจจะทวี ความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากปัญหาความขัด แย้งทางการเมืองเกี่ยวกับเกาหลีเหนือและอิหร่านด้วย ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก การปรับตัวขึ้นของดอลลาร์ถูกจำกัดจากข้อมูล จ้างงานสหรัฐที่น่าผิดหวังซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังคงเผชิญความยากลำบาก ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุ ว่า ตลาดกำลังปรับตัวรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมเฟดวันอังคารนี้ ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 84 จุดมาที่ 2114 จุด ความต้องการขนส่งสินค้า เกษตรลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมี แนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดัน โดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้น แล้วกว่า 12% ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ จะ มีจำนวนกองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน
|
Comments