|
บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 17/08/53
|
|
|
|
|
Tuesday, 17 August 2010 09:46 |
|
หลังจากการรายงานผลประกอบการและเงินปันผลสิ้นสุดลง นักลงทุนเริ่มคอยปัจจัย ใหม่ๆ คาดว่าระยะสั้น SET ยังมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบแคบ 860 – 865 จุด กลุ่ม ธนาคารและกลุ่มอสังหาที่ Underperformed เมื่อเทียบกับ SET น่าเป็นจังหวะเข้า สะสมหุ้น หุ้นเด่นวันนี้ แนะนำ LH ที่นักวิเคราะห์ TNS ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน เป็น “ซื้อ” จากการขยายธุรกิจทำคอนโดฯ แนวโน้มอัตรากำไรสูงขึ้นจากการขึ้นราคา ขาย KBANK แนวโน้มการขยายตัวของสินเชื่อสูงขึ้นหลังจากบริษัทใหญ่ในประเทศ หันมาใช้เงินกู้ในประเทศแทน
ประเด็นสำคัญวันนี้ Overweight กลุ่มอสังหา เปลี่ยนคำแนะนำ LH เป็น “ซื้อ” แม้มาตรการภาษี จะสิ้นสุดลงแต่ธุรกิจอสังหาฯยังมีโอกาสโตต่อเนื่องจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง ด้วยความ หลากหลายของโครงการบ้านและคอนโด การตั้งราคาขายสามารถเพิ่มกลุ่มลูกค้าได้ มากขึ้น การขยายเส้นทางของรถไฟฟ้าช่วยสร้างแหล่งชุมชนใหม่ และ การแข่งขัน ดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร ทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มอสังหาฯยังมีช่องทางเพิ่มรายได้ ครึ่งปีหลังอีก นักวิเคราะห์ TNS ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักกลุ่มอสังหาฯเป็น Overweight (มากกว่าตลาด) หุ้นเด่นยังคงเป็น PS (ราคาเป้าหมาย 30 บาท) LPN (ราคา เป้าหมาย 13 บาท) แต่ LH ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะนักวิเคราะห์ปรับคำแนะนำขึ้น เป็น “ซื้อ” จากเดิมให้ขาย หลังบริษัทเริ่มทำโครงการคอนโดมีเนียมเพื่อขยายตลาด และปรับราคาเป้าหมายขึ้นมากที่สุดถึง 56% เป็น 7 บาท ยังมี Upside อีก 17% KBANK ได้ประโยชน์สูงสุดจากสินเชื่อขยายตัวและการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย การปรับโครงสร้างเงินทุนของบริษัทขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น THAI ที่เปลี่ยนแผนมา ใช้เงินกู้ยืมจากธนาคารในประเทศ 2 หมื่นล้านบาทแทนการออกหุ้นกู้ นอกจากนี้ยัง มีบริษัทในกลุ่มสื่อสารที่ต้องเตรียมเงินรวมกันมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท สำหรับ ประมูลใบอนุญาต 3G และลงทุนโครงข่ายใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อธนาคาร ขนาดใหญ่ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ Corporate และ SMEs ทำให้แนวโน้มของการ ขยายตัวของสินเชื่อในช่วงครึ่งปีหลังจะสูงขึ้นกว่าธนาคารที่เน้นสินเชื่อรายย่อย นอกจากนี้ ในวันที่ 25 ส.ค. เชื่อว่า กนง. จะประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขึ้นอีก 0.25% จากปัจจัยทั้งสองอย่าง เราเชื่อว่า KBANK จะได้รับประโยชน์มาก ที่สุดในกลุ่ม
สรุปภาพตลาดวานนี้ SET ปิดลบ 1.61 จุด นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิเล็กน้อย โดยตลาด หุ้นไทยจะถูกกดดันด้วยปัจจัยลบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้น Blue Chip ในกลุ่ม พลังงานและธนาคาร การซื้อขายเป็นลักษณะของ Sell on Fact เป็นหลัก แต่มีการ เก็งกำไรหุ้นรายตัว เช่น SAMART จากความเป็นไปได้เรื่องหาพันธมิตรต่างชาติ เข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 3G และ THCOM จากการทำสัญญากับจีนและอินเดีย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับ IPSTAR DJ ซื้อขายเบาบาง รอตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ เมื่อคืน DJ ปิดลบเล็กน้อย 1.14 จุด ปิด 10,302.01 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง ปัจจัยสำคัญ คือ ตัวเลขผลิตภัณฑ์ มวลรวม (GDP) ไตรมาส 2 ของญี่ปุ่นที่ขยายตัวเพียง 0.1% y-y ลดลงจากไตรมาส แรกที่ขยายตัว 4.4% ในคืนนี้ สหรัฐฯจะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ อัตรากำลังการใช้การผลิต ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และ ยอดก่อสร้างใหม่ ซึ่งหาก ออกมาต่ำกว่าคาดอาจมีผลกระทบต่อการฟื้นตัวของ DJ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ส่งมอบเดือน ก.ย. ลดลง 0.15 US$ ปิดตลาด 75.24 US$/bbl ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 9.60 US$ ค่าระวางเรือ BDI ยังบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 อีก 20 จุด
|
Comments